Column ประจำ
Sponsor

สองล้อกับหนึ่งใจ

โดย : หนึ่งฤทัย & bicycle

สองล้อกับหนึ่งใจ - ฉบับนี้เราได้รับบทความจากหมอขวัญ - ทพญ.หนึ่งฤทัย สมคำ ทันตแพทย์ใช้ทุนที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ดอยตุง 4 ปี และ รพ.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย หลังจากจบป. ตรี ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ขวัญไปทำงานสักระยะแล้วกลุ้มใจกับหมอฟันเถื่อน จึงตัดสินใจเรียนต่อ หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ทันตกรรมประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เสียงนาฬิกาปลุกแผดเสียงขึ้น บอกเวลา 10 นาฬิกาของเช้าวันหยุด เร็วกว่าสมองสั่งการ เจ้าของนาฬิกาปลุก เอื้อมมือมาปิดนาฬิกาปลุกโดยอัตโนมัติ เลื่อนผ้าห่มมาคลุมหัว แล้วนอนต่อเพราะวันนี้ไม่มีงานต้องทำ การได้นอนตื่นสายคือกำไรของชีวิตวันหยุด นั่นไม่ใช่ขวัญแน่นอน

สองมือเล็ก ๆ ของหญิงสาว คว้าจักรยาน fixed gear สีแดงคู่ใจ พาหนะยอดฮิตของหนุ่มสาวในเมือง แล้วเริ่มปั่นสบาย ๆ ภาพสาวน้อยร่างบาง กับจักรยานสีสดใส ดูจะทำให้เกิดภาพน่าดูบนท้องถนน ร่วมกับจิตสำนึกรักษ์เรา รักษ์โลก ลดมลภาวะ ลดการใช้น้ำมัน ทำให้ทุกสายตาที่เห็น ชื่นชมหญิงสาวอยู่เนือง ๆ

นั่นก็ไม่ใช่ขวัญเช่นกัน

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นบอกเวลาตีห้า ขวัญเด้งร่างใหญ่ ๆ ขึ้นจากที่นอน วันนี้เป็นวันหยุด วันที่รู้สึกว่า ชีวิตจะได้ทำอะไรที่อยากจะทำ หลังจากดื่มนมไปแก้วใหญ่ จัดการธุระตัวเองเสร็จเรียบร้อย จากชุดนอนหลวม ๆ ถูกเปลี่ยนเป็นชุดจักรยานคับ ๆ(ซึ่งมีคนบอกว่ามันจะทำให้ต้านลมน้อย จะทำให้ปั่นได้เร็วขึ้น) แค่นี้ก็พร้อมแล้วกับการให้รางวัลตัวเอง ค่อย ๆเคลื่อนเสือภูเขาคันเดียวที่มีอยู่ออกจากห้องพักเล็ก ๆ ของหอพักย่านวัดเจ็ดยอด เมืองเชียงใหม่

เสียงเพลงจากเครื่องเล่นเพลง MP3 ดังขึ้นเบา ๆ พอให้ได้ยินเสียงรถที่แล่นผ่านไปมา สองเท้าเริ่มออกแรงปั่น อากาศตอนเช้ากำลังสดชื่น เป้าหมายของเช้านี้คือจุดชมวิวดอยสุเทพ ห่างจากหอพัก 9 กิโล ความสูงเท่าไหร่ยังไม่เคยหาเครื่องมือวัดระดับซักที

ตอนปั่นผ่านหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มเห็นผู้คน รอใส่บาตร ครอบครัวที่มากับรถกระบะ ของใส่บาตรเต็มหลังรถ คู่หนุ่มสาวที่มาทำบุญด้วยกัน เมื่อถึงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นักบุญของเมืองล้านนาภาพที่เห็นประจำคือนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่รอใส่บาตรเป็นหมู่คณะ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขวัญรู้สึกว่าเมื่อเราอยู่ในสภาวะที่สบาย ๆ อย่างเช่นการท่องเที่ยว กิจกรรมทางศาสนาบางทีก็ทำร่วมกันได้ ฝรั่งหลายคน คงนับถือศาสนาคริสต์ แต่ก็มาใส่บาตร การท่องเที่ยว การพักผ่อน คือการออกมาจากจุดที่เราเคยเกร็ง บางทีเราก็ทำอะไรนอกกรอบโดยที่ไม่รู้ตัว เกิดสภาวะที่ไม่ต้องยึดถือว่าตัวกู ของกู ดีจังเนาะ

เมื่อเริ่มขึ้นดอย จากทางเรียบ กลายเป็นทางเนิน แม้จะไม่ชันมาก แต่ก็ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น วันนี้ตั้งใจจะปั่นแบบรักษารอบขาให้คงที่โดยใช้เกียร์เบาๆ (เกียร์หนัก ๆ จะทำให้ขาใหญ่ แต่ไม่ทันแล้วแหละ ณ จุดนี้ หนักหรือเบาขาขวัญก็ได้ใหญ่ไปแล้ว) เพราะต้องการฝึกการทำงานของหัวใจ ยิ่งปั่นด้วยความเร็วรอบขามากๆ(rpm) หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น เหนื่อยขึ้นแต่ไม่เมื่อยขา แปลกนะ เมื่อเอาความสนใจมาอยู่ที่รอบขา ก็ไม่ได้รับรู้ถึงเสียงเพลง ที่ดังจากเครื่อง MP3 เลย ตรงกันข้าม เมื่อดึงความสนใจมาที่เครื่องเล่น MP3 อีกครั้ง หัวใจก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยตามรอบขาที่หมุนโดยอัตโนมัติอีกแล้ว

ตลอดทาง จะได้รับการทักทายจากเพื่อนจักรยานที่แปลกหน้า ไม่ว่าจะสวนลงมา หรือแซงขวัญขึ้นไป แม้จะไม่รู้จักกัน แต่รู้สึกอุ่นใจว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว ยังมีเพื่อนร่วมทาง ที่สำคัญ ขวัญไม่ใช่คนบ้าซะทีเดียวที่ตื่นเช้ามาปั่นจักรยาน มีคนตื่นมาปั่นตั้งเยอะ

34 นาทีจากหน้าสวนสัตว์ จักรยานเสือภูเขาก็พาขวัญมาถึงเป้าหมาย จุดชมวิวดอยสุเทพ ที่ที่มองลงไปเห็นเชียงใหม่ทั้งเมือง ที่นี่ทำให้เห็นเมืองเชียงใหม่ในมุมที่น้อยคนจะได้เห็น ทุก ๆ เช้า เห็นความเปลี่ยนแปลงกว้าง ๆ ของเชียงใหม่ อย่างเช้านี้ มีควันหนากว่าเมื่อสองวันที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด เห็นทีจะต้องหยุดปั่นจักรยานซักระยะรอให้ฝนตกและควันจางไป

จังหวะที่ลงมาจากดอยสุเทพ คงไม่ต้องบรรยายถึงความสุขที่สัมผัส ความเร็วที่ต่างจากขาขึ้นอย่างสิ้นเชิง ลมที่ปะทะเสื้อจักรยานที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อ ทำให้อากาศเช้าหน้าร้อนของเมืองเชียงใหม่เย็นสบาย การได้ปล่อยตัวให้ไหลไปตามความเร็ว สองมือแตะเบรกหลังและเบรกหน้าพร้อมกันเบา ๆ คือรางวัลของความพยายามทั้งหมดในเช้านี้ การได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอดเป็นของขวัญของการตื่นเช้า เจ็ดโมงครึ่ง ขวัญก็กลับมาถึงหอ พร้อมสำหรับกิจกรรมสนุก ๆ ต่อไปของวันหยุด

ด้วยนิสัยใจร้อน เบื่อง่าย ทำให้มีไม่กี่อย่างในชีวิต ที่จะหยุดให้ขวัญอยู่ด้วยนาน ๆ ได้ จักรยานเป็นหนึ่งในนั้น เสน่ห์ของการปั่นจักรยาน สำหรับขวัญอยู่ที่เวลาที่เหมาะกับชีวิต เหมาะกับคนตื่นเช้า จักรยานทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ ตลอดเวลา มิตรภาพบนหลังอานมีอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ส่งให้กันเมื่อปั่นผ่านกัน ในวันที่เริ่มออกทริปจะมีคนคอยปั่นเป็นเพื่อนขวัญซึ่งปั่นช้าที่สุดของกลุ่มเสมอ จนเมื่อเริ่ม(ปีกกล้า)ขาแข็งพอที่จะเกาะกลุ่มได้ ก็มีโอกาสที่จะปั่นช้า ๆ เป็นเพื่อนสมาชิกใหม่ของกลุ่ม ถ้าคุณเคยอยู่ในตำแหน่งสุดท้าย คุณจะรู้ว่า รู้สึกดีแค่ไหน ที่เงยหน้าจากถนนขึ้นมาแล้วยังเห็นเพื่อนปั่นข้าง ๆ แม้แต่ในสนามแข่งยังมีการแบ่งอาหารเสริมบำรุงกำลังก่อนแข่ง ความเหนื่อยจากการปั่น หายได้จากการนั่งพักแป๊บเดียว แต่ความภูมิใจที่เอาชนะใจตัวเองได้ในแต่ละวัน มันอยู่กับเรานาน นี่ยังไม่รวมภาพสวย ๆ จากการมองโลกอย่างช้า ๆที่ผ่านสายตาเราไป ว่าแล้วอย่ารอช้า ลองหันซ้ายแลขวา หาจักรยาน มาเป็นเจ้าของซักคัน แล้วจะเข้าใจว่า Love at first ride มันเป็นยังไง

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com