Column ประจำ
Sponsor

Dent Adirek ครั้งนี้เรายินดีที่จะแนะนำทันตแพทย์ สุมิตร สูอำพัน หรือหมอก้อง หมอจัดฟันประจำโรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์ หมอก้องเป็นคนกรุงเทพ จบจุฬาและไปเริ่มต้นชีวิตราชการที่เชียงรายมีความสุขกับเชียงราย จนบัดนี้

หมอก้องเป็นนักคิด นักฝัน ดังนั้นเมื่อชีวิตชักเข้าที่นักฝันอย่างหมอก้องก็เดินตามความฝัน "โครงการบ้านไร่ในฝัน" หมอก้องไปซื้อที่ดินที่เขาทิ้งร้างไว้หลายสิบปี ทีผืนนี้เป็นที่ดินว่างเปล่าขนาด 13 ไร่ ซึ่งมีลักษณะเป็นม่อนดอย (ม่อน เป็นคำเมือง หมายถึง เนินเขาเล็กๆ) เมื่อถูกทิ้งไว้เฉยๆก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีชาวบ้านในละแวกมาอาศัยประโยชน์จากที่ดินเปล่า บนผืนดินที่แห้งแล้ง สามารถมองเห็นซากของพืชไร่อย่างข้าวโพด มันสำปะหลัง ที่เคยปลูกไว้ และที่เห็นตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่บนยอดเนินก็คือ คอกวัวเก่าๆ ซึ่ง มีอ้ายพร - คนเลี้ยงวัว มาอาศัยคอกร้างแห่งนี้เพื่อเลี้ยงวัวมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

"เมื่อฟังดูแล้วมันช่างง่ายดายเหลือเกินที่ผมจะใช้กรรมสิทธิ์เจ้าของโฉนดที่ดินในการกำจัดขี้วัวเหม็นๆออกไปให้พ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนความคิดของผมที่จะรื้อคอกวัวออกไปก็คือเจ้าวัว 4 ขานี่เอง" ด้วยความช่างสังเกต หมอก้องพบว่าผืนดินทางด้านหน้าของม่อนที่อ้ายพรใช้เลี้ยงวัวนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบริเวณอื่นที่เคยทำไร่เลื่อนลอย ทุ่งหญ้าที่เขียวขจีที่แซมด้วยพืชประจำถิ่นขนาดเล็ก เป็นภาพที่น่ามหัศจรรย์ใจที่วัวฝูงเล็กๆฝูงหนึ่งได้รังสรรค์ขึ้น

อ้ายพรเล่าว่า แต่ก่อนแกต้องจูงวัวไปกินหญ้าตามที่ลุ่ม แล้วจึงต้อนกลับมานอนในคอกตอนกลางคืน เมื่อเวลาผ่านไป เมล็ดพันธ์หญ้าและพืชต่างๆที่อยู่ในขี้วัวก็เริ่มงอก ดินก็เริ่มมีความชุ่มชื้นมากขึ้น อ้ายจึงเอาเมล็ดหญ้าลูซี่ที่กรมส่งเสริมการเกษตรแจกมาหว่าน ทำให้ระยะหลังไม่ต้องจูงวัวไปกินหญ้าไกล วัวจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องตัดหญ้า คอยเล็มหญ้าที่งอกยาวเกินไปให้สั้นสม่ำเสมอ "สุดท้ายจึงเกิดเป็นทุ่งหญ้าแสนสวยที่ผมตกหลุมรักหมดใจและก่อเกิดความฝันอันใหม่ในใจผม"

"เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิ ของจริง เป็นสิ่งที่ผมได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ช่วงเทอมสุดท้ายก่อนเรียนจบครับ จะมีเงินมากแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าของกินไม่มีขาย ยิ่งเห็นน้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้วยิ่งทำให้ตระหนักว่าเราไม่ควรจะประมาทกับการใช้ชีวิตแล้วนะ สุดท้ายก็เลยเกิดเป็นแนวความคิดที่จะใช้เวลาว่างจากงานมาศึกษาและเริ่มลงมือทำ การเกษตร เป็น งานอดิเรก"

การทำเกษตรของผม ขอใช้คำว่า เกษตรพึ่งพา เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้และพึ่งพากันระหว่างหมอจัดฟันกับอ้ายพรคนเลี้ยงวัว ปัญหาคอกวัวที่ชำรุดทรุดโทรม มีน้ำท่วมขังง่าย ยิ่งช่วงหน้าฝนพื้นคอกจะกลายเป็นขี้โคลนผสมขี้วัวแฉะๆ กลิ่นสุดยอดมาก ทำให้วัวป่วยเป็นโรคกันบ่อยๆ เราจึงปรึกษากันเพื่อทำคอกวัวใหม่ที่น้ำไม่ขัง ช่วงนั้นผมไปเที่ยวงานพืชสวนโลกและได้เห็นแปลงสาธิตการทำปศุสัตว์หลุมของฟาร์มไทยเดนมาร์ค เลยรู้ว่านอกจากหมูหลุมแล้ว ก็มีวัวหลุมด้วย หลักการก็คือใช้ Probiotics เพื่อควบคุมแบคทีเรียที่ไม่พึงประสงค์ เหมือนการป้องกันฟันผุโดยใช้เชื้อที่เป็นประโยชน์นะครับ แต่ในการทำปศุสัตว์หลุมจะใช้เชื้อที่ได้จากการหมักน้ำ EM ซึ่งทำเองได้ไม่ยากเลยครับ นำมารดพื้นคอกที่ปูด้วยฟางหรือแกลบแค่นี้ก็จะได้คอกวัวที่หอมกลิ่นกองฟาง แถมยังได้ปุ๋ยชั้นเยี่ยมไว้ใช้ปลูกพืชด้วย เมื่อได้เห็นคอกวัวชีวภาพสำเร็จออกมาด้วยความร่วมมือร่วมแรงกันจากกัลยาณมิตรที่โรงพยาบาลและนักเลี้ยงวัวมืออาชีพที่ยินดีรับฟังความเห็นของคนกรุงเทพที่ดูเหมือนจะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างผมแล้ว มันเป็นความสุขที่เกินบรรยายจริงๆครับ

มาถึงเรื่องของการเพาะปลูกบ้าง ผมอยากจะทำตรงนี้ด้วยความรู้สึกที่ผมจะได้สนุกสนานและเรียนรู้ไปพร้อมๆกับต้นไม้แต่ละต้นที่ค่อยๆเติบโต มากกว่าปลูกไม้เศรษฐกิจเพื่อเอากำไร ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ตอนนี้ ส่วนหนึ่ง ผมเก็บเมล็ดมาเพาะเอง เช่น มะม่วง ลูกไหน ท้อมัน จำปาดะ เกาลัดเมือง เคปกูสเบอร์รี่ อะโวคาโด พวกนี้เก็บเมล็ดที่กินเหลือมาเพาะ ขึ้นง่ายมากๆ บางครั้งตอนเช้าๆ ผมก็ปั่นจักรยานไปดูต้นไม้ที่เค้าปลูกกันตามหมู่บ้าน เจอต้นไหนน่าสนใจก็เก็บเมล็ดมาปลูก อย่างลูกตะขบหรือมะยมจะออกลูกดกมาก ร่วงเต็มถนนไม่มีใครสนใจ ผมก็จะไปเก็บมาเพาะ

ที่ซื้อมาปลูกก็มีพอสมควร ส่วนมากจะเน้นจำพวกไม้ยืนต้นที่กินใบ เช่น ชะมวง ผักเหือด ต้นติ้ว มะกอก เป็นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา สามารถเด็ดยอดมากินได้ทั้งปี ไม้พวกนี้ไม่ต้องดูแลพิถีพิถันมากเหมือนพวกผักกาด คะน้า กะหล่ำปลี ผมเองก็ไม่ได้มีเวลามาก ก็ต้องเลือกปลูกในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเรา ต้นไม้ที่กล่าวถึงนี้ส่วนใหญ่เพิ่งจะงอกเมื่อต้นฤดูฝนและยังต้องอยู่ในโรงเพาะชำอีกระยะนึง ในช่วงแรกเริ่มที่พื้นดินยังไม่สมบูรณ์ดีนัก ผมจำเป็นต้องส่งหน่วยกล้าตายอย่าง กล้วย ลงไปปลูกก่อน เพราะกล้วยทนแดด ทนแล้ง ทนฝน เรียกว่าทนทุกสภาวะ ขออย่าให้มีน้ำท่วมขังก็พอ ประโยชน์ที่สำคัญของกล้วยก็คือ ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นในดิน เหมือนเป็นแทงค์เก็บน้ำ สามารถเป็นพี่เลี้ยงให้กับกล้าไม้เล็กๆ เมื่อกล้าไม้เติบโตเป็นไม้ใหญ่ กล้วยก็จะชราภาพไป เราก็สามารถขุดเอาหน่อกล้วยไปปลูกที่อื่นต่อ ส่วนกล้วยที่หมดอายุแล้วเราก็เอาไปทำอาหารสัตว์หรือหมักเป็นปุ๋ย EM ต่อได้ นี่แหล่ะครับ เกษตรพึ่งพาของผม

เมื่อถามว่า "การทำเกษตรกรรมดูเป็นงานที่ค่อนข้างหนักและต้องใช้เวลา เอาเวลาที่ไหนมาทำ. หมอก้องยิ้มและตอบว่า "จริงๆแล้วผมก็ใช้เวลาที่ว่างเท่าที่มีนี่แหละครับ ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ขึ้นชื่อว่างานอดิเรกแล้ว เราสามารถจัดสรรเวลาว่างมาทำเพื่อความสุขใจของเราเอง แม้ว่างานขุดดิน ตากแดด จะเหนื่อยและร้อนกว่านั่งทำคนไข้ในห้องแอร์เย็นๆ แต่ผมก็รู้สึกสุขใจ นอนหลับสบายกว่าวันที่ต้องนั่งทำคนไข้จนค่ำมืด เดี๋ยวนี้ผมเลือกทำคลินิกเฉพาะวันธรรมดาเท่าที่รู้สึกว่าเพียงพอ เสาร์-อาทิตย์ ว่างๆก็จะขลุกอยู่ในสวน ตอนนี้ผมกำลังมี project มากมายในการใช้ประโยชน์จากแก๊สชีวมวลที่ได้จากขี้วัว เพื่อเอามาเป็นแก๊สหุงต้ม ผลิตไฟฟ้า และสูบน้ำใช้ ก็ทำแบบลองผิดลองถูกน่ะครับ ค่อยเป็นค่อยไป มีสำเร็จบ้าง fail บ้างก็สนุกดีครับ ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง"

สำหรับใครที่อยากจะเริ่มต้นงานอดิเรกแบบนี้บ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ แค่นำของเหลือใช้อย่างขวดน้ำพลาสติกมาตัดแล้วก็เจาะรูนิดหน่อย เอาส่วนของผักที่กินแล้ว เช่น ก้านของโหระพา สาระแหน่ ที่เด็ดใบออกหมดแล้ว หรือส่วนโคนของผักกาด ไช้เท้า แครอท ก็เอามาปลูกได้ครับ เท่านี้ก็สามารถทำเกษตรพอเพียงแบบง่ายๆด้วยตัวเองได้ อย่างให้ลองทำกันดูครับ แล้วจะรู้ว่าการปลูกผักทานเองนั้น แม้จะประหยัดเงินได้เพียงไม่กี่บาท แต่ก็ได้ความสุขใจแบบไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหน บางที อาจจะได้งานอดิเรกชิ้นใหม่ไว้ทำกันสนุกๆยามว่างในครอบครัวครับ และในฐานะผู้บริโภคผมอยากให้พวกเราลองใช้เวลาว่าง เลือกซื้อผักผลไม้ปลอดสารพิษมาทำกับข้าวทานเองที่บ้าน แค่นี้เราก็สามารถเริ่มต้นสิ่งๆดีในสังคมเล็กๆที่บ้านของเราเองได้แล้วครับ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com