Column ประจำ
Sponsor

42.195

โดย : ทวี จันทามงคล

ตัวเลขหัวเรื่องที่เห็นหลายคนอาจจะงงๆว่าผู้เขียนจะมาใบ้หวยกันหรือไง จริงๆแล้วมันคือระยะทางเท่ากับ 26 ไมล์ ชึ่งถ้าแปลงเป็นกิโลเมตรจะเท่ากับระยะ 42.195 พอดี มันเป็นระยะที่ตามตำนานกล่าวว่านายทหารกรีกผู้นึงวิ่งส่งสารการรบจากเมืองมาราธอนไปยังกรุงเอเธนส์แล้วล้มลงขาดใจตายที่นั่น เลยกลายมาเป็นกีฬาที่ แข่งขันในวันสุดท้ายและที่ถือว่าเป็นกีฬาที่มีเกียรติสูงสุดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อน เมือปีที่แล้วมีหนังไทยเรืองรัก 7 ปีดี7 หน ที่มีคุณสู่ขวัญ กับนิชคุณก็เอาพล็อตเรื่องเกี่ยวกับการวิ่งมาราธอนในการดำเนินเรื่อง ถ้าใครได้ดูก็จะรู้ว่าการที่จะวิ่งมาราธอนได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ต้องมีการเตรียมตัวทั้งสภาพร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมากจึงสามารถวิ่งได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ผู้ที่จะทำได้ต้องมีวินัยในการฝึกซ้อมอย่างสูงยิ่ง

สิ่งที่ยากกว่าการฝึกซ้อมก็คือความคิดที่อยากจะวิ่งมาราธอนนั่นเอง ที่อารัมภบทมายืดยาวเพราะอยากจะบอกว่าในวงการทันตแพทย์ของพวกเราก็มีทันตแพทย์ที่วิ่งมาราธอนเป็นงานอดิเรกเหมือนกัน อายุอานามของพี่เค้าก็ไม่ใช่น้อยอยู่ในวัยอีกแค่ปีสองปีก็จะเกษียณแล้ว พี้นฐานก็ไม่ได้เป็นนักกีฬาอะไรมาก่อน แต่ก็มีงานอดิเรกที่ชวนทึ่งก็คือการวิ่ง โดยเฉพาะการวิ่งมาราธอน ท่านผู้นี้ก็คือทันตแพทย์จโรจน์ คืนตัก ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือพี่จโรจน์ของน้องๆทันตแพทย์ในจังหวัดนครศรีธรรมราชนี่เอง

จริงๆแล้วพี่จโรจน์เพิ่งจะมาวิ่งจริงๆจังๆได้ซักประมาณสิบปีได้ ก่อนหน้านี้พี่เค้าก็เล่นกีฬาอื่นมั่งเช่นแบดมินตันเป็นต้น แต่เมื่อมาวิ่งในช่วงแรกๆก็เป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพ ต่อมาเมื่อเริ่มอยู่ตัวแล้วก็ลองไปวิ่งในงานวิ่งซึ่งในภาคใต้จะมีจัดเกือบทุกวันอาทิตย์อยู่แล้ว โดยในครั้งแรกพี่จโรจน์จำได้ว่า เป็นวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2545 ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ในระยะวิ่งที่พวกเราเรียกกันว่ามินิมาราธอน หรือควอเตอร์มาราธอน 10.5 กิโลเมคร พี่จโรจน์บอกว่าหลังแข่งกลับมารู้สึกเหนื่อยหลับเป็นตายแล้วก็ปวดเมื่อยร่างกายไปหลายวัน นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่จโรจน์ซ้อมวิ่งเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มระยะทางมากขึ้นเรื่อยจนถึงระยะฮาล์ฟมาราธอน(21.5 กม) นอกจากระยะทางจะเพิ่มมากขึ้นแล้ว พี่จโรจน์ยังวิ่งติดอันดับเป็นนักวิ่งแถวหน้า ได้รับถ้วยรางวัลมามากมาย ผลจากการวิ่งพี่จโรจน์เล่าว่าร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน น้ำหนักตัวลดลง รูปร่างสันทัดขึ้น ข้อสำคัญคือ ไม่เป็นหวัดหรือภูมิแพ้ง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อน นอกจากนั้นด้วยความฟิตจากการซ้อมวิ่งระยะไกลทำให้สามารถเป็นตัวแทนนักกีฬาไปคว้าเหรียญเงินในการแข่งกรีฑาในกีฬาสาธารณสุขที่กระทรวงมาแล้ว

ทุกวันนี้พี่จโรจน์ก็ยังวิ่งอย่างสม่ำเสมอโดยไม่รู้จักเบื่อหน่าย แม้ว่าจะผ่านสนามแข่งขันทุกระยะมากกว่า 300 สนาม โดยเป็นการวิ่งมาราธอนมาถึง 47 สนามแล้ว สนามแรกของการวิ่งมาราธอนก็คือกรุงเทพมาราธอน ในปี 54 ทำเวลาได้ 4ชั่วโมง 33 นาที (ผู้เขียนแนะนำสนามนี้เลย สำหรับคนที่อยากจะวิ่งมาราธอนครั้งแรก เพราะคนเยอะดี ไม่เหงา) ล่าสุดสดๆร้อนๆพี่จโรจน์เพิ่งไปวิ่งที่เขื่อนขุนด่านปราการชลมาราธอน จังหวัดนครนายกวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมานี่เอง พี่จโรจน์บอกว่าการไปวิ่งในที่ต่างๆนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังทำให้ได้ไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆอีกด้วยครับ

คำแนะนำจากพี่จโรจน์สำหรับมือใหม่ในการเริ่มต้นวิ่ง

สำหรับมือใหม่ในการเริ่มต้นวิ่งเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะอย่างพี่ๆน้องๆทันตแพทย์ซึ่งวันๆ ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ พี่จโรจน์แนะนำว่าอย่างแรกสุดคือต้องหาเวลาให้ตัวเองก่อนซักวันละชั่วโมง อาจเป็นตอนเช้าหรือตอนเย็นก็ได้ตามสะดวก หาสถานที่ที่เหมาะแก่การวิ่งเช่นสวนสาธารณะ สนามกีฬา หรือแม้แต่ข้างถนน(ฝรั่งเรียกว่า street runner) เอาเป็นที่ปลอดภัยหน่อยละกัน หารองเท้าที่ออกแบบมากเพื่อการวิ่งดีๆซักคู่ ตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋าและความชอบ (แต่ถ้ารองเท้าแพงหน่อยเราจะรู้สึกเสียดายตัง ต้องเอามันมาใช้ซักหน่อย อันนี้เป็นความคิดองผู้ขียนเอง) หาเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนซักหน่อย ง่ายๆแค่นี้แถมไม่ต้องรอเพื่อนเหมือนกีฬาชนิดอื่น

เริ่มต้นหลังจากยืดเส้นยืดสายเรียบร้อยแล้ว วันแรกให้เดินเร็วๆก่อนแล้วต่อมาค่อยเริ่มต้นวิ่งช้าๆ สลับกับการเดิน แล้วเพิ่มสัดส่วนของการวิ่งให้มากขึ้นเรื่อยๆจนสามารถวิ่งต่อเนื่องช้าๆได้ไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ซึ่งกว่าจะมาถึงขั้นนี้ อาจจะต้องใช้เวลานับเดือน เมื่อถึงขั้นนี้แล้วก็จะรู้สึกสนุกสนานกับการวิ่ง ร่างกายก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น คราวนี้ก็สามารถไปวิ่งตามงานวิ่งได้อย่างสนุกสนาน ในกรุงเทพมีจัดทุกสัปดาห์ ส่วนต่างจังหวัดโดยเฉพาะในภาคใต้ก็มีเกือบทุกสัปดาห์เหมือน การมาวิ่งตามงานวิ่งก็จะมาเจอกับคนที่เป็นคอเดียวกัน พบปะพูดคุย งานวิ่งบางงานมีผู้สนับสนุนหลักเป็นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ชึ่งผู้จัดการกองทุนคนปัจจุบันก็คือทันตแพทย์ กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ หรือพี่กฤษของเรา ทราบมาว่าพี่เค้าชอบวิ่งเป็นงานอดิเรกเหมือนกัน ว่างๆกองบก.น่าจะเอาเรื่องราวของพี่เค้ามาลงก็จะดีเป็นแน่แท้

สุดท้ายพี่จโรจน์ฝากมาบอกพี่ๆน้องๆในวงการทันตแพทย์ทุกคนว่า การออกกำลังกายทุกประเภททุกอย่างดีกับร่างกายและสุขภาพอยู่แล้วทุกคนทราบดีอยู่ แต่พวกเรามักจะหาข้ออ้างให้ตัวเองเสมอ โดยเฉพาะมักจะอ้างว่าไม่มีเวลามั่ง ทำงานมาทั้งวันแล้วเหนื่อยมั่ง ขอนอนหรือไปเดินชอบปิ้งดีกว่า ลองเจียดเวลาพวกนีมาซักวันละชั่วโมง อย่างน้อยอาทิตย์ละสามวัน มาวิ่งดู ไม่ต้องถึงขั้นมาราธอนอย่างพี่เค้าหรอก แต่ไม่แน่นะ เพราะประโยคคลาสสิคที่นิชคุณพูดกับสู่ขวัญในหนังเรื่องรัก7ปีดี7หนที่ว่า “ถ้าคุณอยากวิ่ง คุณวิ่งแค่กิโลเดียวก็พอ แต่ถ้าคุณอยากพบชีวิตใหม่ คุณค่อยมาวิ่งมาราธอน.” วิ่งไปวิ่งมาอาจมีนักวิ่งมาราธอนที่เป็นทันตแพทย์เพิ่มขึ้นอีกหลายคนก็ได้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com