Column ประจำ
Sponsor

เรียบเรียงร้อย เล่าเรื่องราว ลือร่มร่อน…

โดย : ทันตแพทย์ประเสริฐ เทพละออง ภูเก็ต สัมภาษณ์โดยทันตแพทย์สมฤทธิ์ จิโรจน์วณิชชากร หมอเป็ด ปัตตานี

เพลงๆนี้ติดตรงในในโสตประสาทตั้งแต่เราเด็กๆ ความใฝ่ฝันอยากขับเครื่องบิน อยากเป็นนักบิน แต่พอเราเริ่มโต ขยับตัวสู่ความเป็นทันตแพทย์ ความฝันต่างๆก็เริ่มยุติลง ภาพเครื่องบินบรึนๆๆก็เริ่มจางหายไป กลายเป็นเครื่องกรอฟันหวี้ๆๆเข้ามาแทนเราจะเกี่ยวข้องดองดินการบินก็ต่อเมื่อ เดินทางด้วยสายการบินไปสถานที่ต่างๆหรือ มีแฟนเป็นแอร์ มีกิ๊กเป็นนักบินหรือมีคนไข้เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการบินทั้งหลาย...^^

แต่มีทันตแพทย์คนหนึ่งซึ่งไม่เคยทิ้งความฝันของเค้า … วันหนึ่งที่พึงพอใจกับงานในวิชาชีพระดับหนึ่ง ก็ก้าวสู่ความฝัน ผันตัวสู่งานอดิเรกที่แตกต่าง เป็นกีฬาการบินสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่มีชื่อว่า ร่มร่อน (Paragliding)

เริ่มต้นผมขอแนะนำให้รู้จักกับน้องชายที่น่ารักของผม คุณหมอประเสริฐ เทพละออง หรือหมออู๊ต เป็นเจ้าของ ภูเก็ตเด็นทัลเซ็นเตอร์ ที่ภูเก็ตปักษ์ใต้บ้านเรานี่เอง หมออู๊ตจบเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2535 ปัจจุบันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขพอเพียงกับคุณจิ๋วภรรยาและลูกสาวที่น่ารักอีกสองคน น้องทรายและโมโม นอกจากนี้ยังได้รับตำแหน่งประธานชมรมร่มร่อนของภูเก็ตอีกด้วย

งานอดิเรกของคุณหมออู๊ต เรียกว่าอะไร มีที่มาที่ไปมาจากไหนอย่างไรครับ

ภาษาไทยเราเรียกกันว่า ร่มร่อน ภาษาอังกฤษคือ Paragliding เริ่มต้นจากมีนักโดดร่มดิ่งพสุธามาปรับปรุงร่มที่ใช้ทางทหาร ให้มีการร่อนปักแนวราบได้มากขึ้น และพัฒนามาเรื่อยๆ จนสามารถออกร่อนได้จากหน้าเขาหรือแนวผา อีกทั้งสามารถไต่ความสูงจากกระแสลมยกตามแนวสันเขา หรืออากาศร้อนที่ก่อตัวเป็นเมฆได้ นักบินยุคแรกๆ ก็จะมาจากยุโรป แถว สวิส ฝรั่งเศส และเยอรมัน ปัจจุบันก็มีอยู่ทั่วไปทุกทวีป แม้กระทั่งในประเทศไทยเองก็มีนักบินมากมาย และมีสถานที่ออกบินอยู่หลายจังหวัด กีฬาแห่งชาติและกีฬาเยาวชนก็ได้บรรจุกีฬาร่มร่อนไว้หลายปีแล้วครับ

ผมว่ายังไงขึ้นบนฟ้าก็มีเสียวนะครับ ทำไมทันตแพทย์คนหนึ่งจึงมาสนใจกีฬาชนิดนี้

ต้องบอกว่าที่บ้าน (จ.ภูเก็ต) มีคนต่างชาติมาเล่น ผมไปเห็นก็เลยสนใจ เนื่องจากค่อนข้างชอบกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว ลองหาข้อมูลดูก็พบว่ามีการเรียนการสอนที่ จ.ระยอง โดยครูนรินทร์ โล่ห์ทอง ก็เลยสมัครเรียนเลย ตอนไปเรียนก็ไปกับภรรยากับลูกสาว อายุ 2 ขวบ ภรรยาก็เรียนด้วย ลูกสาวก็นั่งเล่นตรงที่เราเรียนกันนั่นแหละครับ หลังเรียนจบแล้วก็เล่นเรื่อยมา

เรื่องของความสนใจหรืองานอดิเรก ในมุมมองของผม คิดว่าทุกคนมีโลกส่วนตัวอยู่ บางคนก็ชอบงานศิลปะ บางคนก็ชอบถ่ายรูป ชอบอ่านหนังสือ หรือชอบสะสม ฯลฯ แต่ละคนก็มีโลกใบเล็กของตัวเองอยู่ โลกของร่มร่อนสำหรับผมก็ลงตัวอยู่ครับ แรกสุดคือมีใจชอบ มีสถานที่เล่นใกล้บ้าน และยังสามารถไปเล่นในสถานที่อื่นๆ ที่มีอยู่มากมายทั่วโลกได้ และสถานที่เล่นร่มร่อนทุกๆ ที่นั้นว่าไปก็สวยงามมากๆ ทุกที่เลยทีเดียว อีกข้อที่ดีของร่มร่อนก็คือ ถ้าเราฝึกจนเก่งหรือชำนาญในระดับหนึ่งแล้ว ก็สามารถเล่นได้โดยไม่จำกัดอายุเลย ขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงพอที่จะบังคับร่มได้ก็แล้วกัน คล้ายกับกีฬาจักรยาน ในบ้านเรา นักบินที่อาวุโสที่สุดชื่อ คุณโอบเอื้อ ครุฑานุช อดีตประธานชมรมร่มร่อนประเทศไทย เกษียณจากตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมาหลายปี ตอนนี้อายุหกสิบกว่าๆ ก็ยังสามารถบินร่มร่อนได้เหมือนหนุ่มๆ นักบินต่างประเทศหลายคนที่มีอาวุโสมากๆ เวลาเดินอาจจะงกๆเงิ่นๆ บ้างตามประสา แต่เวลาอยู่บนฟ้าแล้ว ลีลาเร้าใจที่สุด แทบดูไม่ออกเลยว่าอายุเกินเจ็ด แปดสิบไปไกล สำหรับผมตอนนี้ หวังว่าจะสามารถเล่นได้ไปจนแก่ถึงวันที่เดินหรือแบกอุปกรณ์การบินไม่ไหวค่อยเลิก

อยากจะบอกทุกท่านว่า งานอดิเรกหรือโลกส่วนตัวของเรานั้น ถ้าเกิดจากความชอบของเราจริงๆ และทำให้เราหลงใหลใฝ่ฝัน ใส่ใจ จนถึงทุ่มเททำแล้วละก็ ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ไม่จำเป็นต้องตามใคร ไม่ต้องเหมือนกับคนที่เรานิยม เพียงแต่เราทำแล้วมีความสุขก็พอ ถ้ามันไม่ได้ทำให้เราและคนรอบข้างเดือดร้อน ผมว่ามันเป็นงานอดิเรกที่ดีครับ

กีฬานี้มันดียังไง

มันตื่นเต้น เร้าใจ หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ออกบิน ไม่ว่าจะเป็นที่เดิมหรือที่ใหม่ๆ มันคือความใหม่ สด ในทุกๆ ครั้ง เคยมีเพื่อนนักบินคนหนึ่งซึ่งเคยได้ตำแหน่งแชมป์ระดับโลกมาแล้ว บอกว่าทุกครั้งที่เขาบินคือการทำเจริญสมาธิแบบหนึ่ง เขาบอกว่ามันคือ “active meditation” ผมเองในหลายครั้งก็รู้สึกแบบนั้น ความสวยงามของทิวทัศน์ที่เรามองในมุมสูง สุดสายตาที่เห็นเส้นขอบฟ้า ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอุปกรณ์ ความกดดันและความเข้มข้นของการควบคุมบังคับร่ม ความสดชื่นของอากาศที่ไหลผ่านตัวเรา รวมถึงความผ่อนคลายขณะที่กำลังเดินทางอยู่ มันรวมตัวเป็นส่วนผสมที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูด หรือข้อเขียนใดๆ ได้เลย ประสาทสัมผัสเพียงอย่างเดียวที่ไม่ได้ใช้ก็คือ ลิ้นที่รับรสเท่านั้นเอง ตาได้เห็น หูได้ยินเสียงลม จมูกได้กลิ่นความสดชื่นของอากาศ ประสาทสัมผัสก็รับรู้ถึงความเร็วของกระแสลมที่มาปะทะ ความรู้สึกเหล่านี้ มีแต่เพื่อนนักบินร่มรอนด้วยกันที่จะเคยลิ้มลอง ผมเองหลังจากที่ได้เรียนและขับเคี่ยวด้วยตนเองแล้ว เคยมีหลายครั้งที่ทำการบินอยู่ คิดเสมอว่า เราเกิดมาเพื่อได้ทำสิ่งนี้ ทุกวันนี้ แม้ผมจะมีกิจกรรมยามว่างและงานอดิเรกหลายอย่าง แต่กีฬาร่มร่อน ก็ยังเป็นกิจกรรมอันดับหนึ่งของผมเสมอ
 

ถ้ามีพี่น้องผองเพื่อนหมอฟันสนใจบินร่มร่อน คุณหมออู๊ตจะแนะนำยังไงครับ…
มุมมองบนฟ้ากับอาชีพ

เริ่มต้นเลยก็คือ ต้องมีใจรักครับ มีความรู้ที่ถูกต้อง มีการฝึกฝนสม่ำเสมอ เรียนรู้เรื่องอุปกรณ์ต่างๆ อย่างดี แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม รวมถึงเข้าใจถึงข้อจำกัดของอุปกรณ์และสภาวะที่เราออกบิน ผมคิดว่าผมมองคล้ายกับอาชีพทันตแพทย์ของเราเลยทีเดียว ต้องรักที่จะทำก่อน เรียนรู้ เข้าใจทั้งทฤษฎีและปฏิบัติให้ถ่องแท้ ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญพอสมควร เริ่มจากสิ่งง่ายๆ สะสมชั่วโมงบินไปเรื่อยๆ แล้วก็จะสามารถทำสิ่งที่ยากขึ้นๆ ได้ทีหลัง อีกเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อเก่งแล้วก็ยังประมาทไม่ได้ ในโลกของร่มร่อน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักเกิดจากนักบินสองประเภทเป็นส่วนใหญ่ หนึ่งคือนักบินใหม่ๆ ที่ประสบการณ์หรือชั่วโมงบินยังน้อยอยู่ อ่านสภาวะอากาศไม่ขาด หรือใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับมือใหม่ หรือแก้ไขผิดในภาวะไม่ปกติ อีกพวกคือ นักบินที่มีประสบการณ์มากแล้ว บางครั้งไม่ได้ระมัดระวังมากพอ ประมาทหรือเลินเล่อไป ก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และเนื่องจากกีฬาชนิดนี้ การเกิดเหตุไม่คาดฝันอาจนำมาซึ่งความเสียหายร้ายแรงได้ บางครั้งอาจบาดเจ็บ พิการ หรือถึงแก่ชีวิตก็ได้ ซึ่งผมดูไปแล้ว บางอย่างมันก็เหมือนกับอาชีพของพวกเราเลย เช่นเมื่อเรารักในงานของเราแล้ว หาความรู้หรือเรียนรู้จากครูที่ถูกต้อง ขยันฝึกหรือทำจนชำนาญ เลือกคนไข้ที่เหมาะสม ใช้เครื่องมือหรือวางแผนการรักษาถูกต้อง ผลงานย่อมออกมาดี หรือไม่เกิดความผิดพลาดจนเสียหายร้ายแรง

ว่าววว... เย็นสบาย คมชัดลึก เหนือคำบรรยาย... งานอดิเรกที่แปลก แตกต่าง ช่างเร้าใจ จากวิถีทันตแพทย์ทั่วไป... เรื่องเล่า ร่มร่อน หมออู๊ตภูเก็ต ครับพี่น้องครับ…

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com