Column ประจำ
Sponsor

แรกเริ่มนะครับ สมัยประถมตัวเองมีดนตรีเป็นจุดด้อยมากๆ คุณพ่อคุณแม่เลยพาไปเรียนอิเล็กโทนเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ผมได้เล่น แต่ก็ไม่ได้เรื่องครับ เรียนมานาน 4-5 ปี พัฒนาการด้อย เลยดื้อเลิกเรียนไป อีกครั้งสมัยมัธยม เป็นวัยรุ่นอยากสร้างวงดนตรีเพื่ออวดสาวๆ (555+) แล้วในวงไม่มีมือกลอง ผมก็เลยต้องเป็นมือกลองจำเป็นตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

แรกที่ได้เล่นกลองเพราะอยากอวดสาวๆ จนเรียนจบมัธยมปลาย ก็เริ่มได้ฝึกซ้อมคนเดียวก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้เริ่มรู้สึกว่า การตีกลองมันมีอะไรมากกว่านั้น มีอะไรให้เราค้นหามากกว่านั้น และเข้ามหาวิทยาลัยได้มีโอกาสเล่นกับเพื่อนๆคณะแพทย์ มธ. 2-3 ปี เริ่มมีพัฒนาการในการเล่นในวง แต่ก็ยังเป็นเด็กเตาะแตะในฐานะนักดนตรี จนกระทั่งได้มาพบน้องทันตแพทย์ที่เล่นกีตาร์ ไฝ่หาดนตรี โคจรมาพบกัน และได้เปิดโลกกว้าง เล่นดนตรีกับเพื่อนๆคณะอื่นๆ ได้มีโอกาสประกวดตามงานต่างๆ ได้ทำเพลงของวงตัวเอง ได้มีโอกาสไปเล่นดนตรีกลางคืน ทำให้รู้ว่าการเล่นกลอง เล่นดนตรี มันมีอะไรมากกว่าที่คิด และเริ่มซึมซับวิถีชีวิตนักดนตรี และรักมันในที่สุดครับ ชีวิตช่วงนั้น ถือว่าเป็นชีวิตที่มีสีสัน และครบรสจริงๆครับ

ไม่ค่อยมีผลกระทบ แต่กลับมีประโยชน์สำหรับตัวผมมากกว่า สิ่งแรกเลยการมีงานอดิเรกที่ต้องหมั่นฝึกซ้อม ทำให้ผมได้แบ่งเวลาเป็นระเบียบมากขึ้น ตอนเรียนก็แบ่งเวลาซ้อมกลอง 30 นาที ซ้อมกับวง 30 นาที แล้วเล่นกลางคืน 2 ชั่วโมง และต้องมีเวลาสำหรับอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และทำแลบด้วย บริหารเวลาอย่างคนทำงานเลยครับ ปัจจุบันมีครอบครัวแล้ว ก็ต้องซ้อมกลองหลังลูกสาวหลับครับ (555+) ประมาณ 4-5 ทุ่ม ซ้อมกับกลองเก็บเสียง หรือกลองไฟฟ้า แบ่งเวลาย่อยอีกว่าใน 60 นาที เราจะซ้อมอะไรบ้าง เรียกได้ว่าฝึกบริหารเวลาเต็มที่เลยทีเดียว

ผมเป็นคนงบน้อย ก็ต้องครูพักลักจำจากเพื่อนๆ วิดีโอ VCD หรือคลิปเพลงนั้นๆ โดยแรกๆ ฝึกแกะเพลงก่อน โดยมีไม้กลอง กับหมอนและหน้าขาของตัวเอง แล้วก็ตีลมเอาครับ (กลองจินตนาการ 555+) จากนั้นผมก็ได้เริ่มศึกษาจริงๆจังๆเกี่ยวกับ basic ที่ควรเป็น เช่น การจับไม้กลอง การนับจังหวะ แพทเทิร์นต่างๆที่ใช้ในเพลงทั่วไป หลากหลายแนวดนตรี ซึ่งแต่ละแนวดนตรีจะมีความแตกต่างกันไปครับ และปัจจุบันสื่อการสอนก็หาง่ายแค่ปลายนิ้วครับ กด youtube ก็เรียนได้แล้วครับ แนวดนตรีมีหลากหลาย ตั้งแต่ POP, ROCK, JAZZ, LATIN, SOUL, FUNK, FUSION, METAL และอีกมากมายยันลูกทุ่งหมอลำซิ่งเลยครับ ส่วนตัวผมชอบแนว POP, FUSION, FUNK, SOUL ครับ วงไทยที่ฟังก็ ETC, HUM, SOUL AFTER SIX

พูดถึงการตีกลอง อย่างแรกที่ผมได้เลยคือ ออกกำลังกายครับ ไม่ถึงขนาดเหงื่อแตก แต่ก็เหงื่อซิบๆ ได้บริหารร่างกาย โดยเฉพาะข้อมือและกล้ามเนื้อแขนท่อนบนและล่างทั้งซ้ายและขวาเลยครับ ได้ผ่อนคลายไปกับเสียงเพลงที่เราชอบไม่ว่าจะแนวดนตรีไหนก็ตาม ฝึกสมาธิให้นิ่งไปกับแบบฝึกที่เราฝึก และปั่นสมองและกล้ามเนื้อของเราไปกับแบบฝึกที่ยากขึ้นตามแนวดนตรีที่เราฝึกอีกด้วย และสุดท้ายของตัวเอง ผมได้ฝึกบริหารเวลาและฝึกระเบียบไปในตัว เช่น เราต้องแบ่งเวลาให้มีเวลาฝึก 60 นาที และซอยเวลาฝึกว่าจะฝึกอะไร เช่น warm up 5-10 นาที, pattern 15-20 นาที, play along with song 20-25 นาที, solo/improvisation 5-10 นาที และจดบันทึก progress ของตัวเอง รวมถึงครั้งหน้าเราจะฝึกอะไรต่อไป (Next visit .... คุ้นๆไหมครับ)

จริงๆอย่าเรียกว่าผลงานดีกว่าครับ เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ผ่านมาดีกว่า

  • ผู้ก่อตั้งชมรมดนตรีสากล คณะทันตแพทยศาสตร์ มธ (DSMA-TU)
  • รางวัลมือกลองยอดเยี่ยม งานประกวดดนตรีภายในมหาวิทยาลัย (TUMC #10 ปี 2552)
    เพลงที่ re-arrange : เล่นของสูง
  • เข้ารอบ 20 วงสุดท้าย งานประกวด ETMC ปี 2552
  • ส่งคลิปประกวดงาน Chang music contest 2554
  • ติด 1 ใน 8 มือกลอง ออดิชั่นเข้าวง Funky Burger
  • คลิป Drum cover เพลงต่างๆ ใน channel "DERMDEAW"

สำหรับใครที่อยากจะเริ่มตีกลองเป็นงานอดิเรก ไม่ยากครับ อ่านบทความนี้จบ เดินออกไปซื้อไม้กลองมา 1 คู่ แล้วเปิด youtube ได้เลยครับ ใครที่อยากซ้อมในบ้านเงียบๆหรือในคอนโดเงียบๆ ก็ซื้อกลองไฟฟ้าได้เลยครับ ปัจจุบันไม่แพง มีเงินหมื่นนิดๆก็ซื้อได้แล้วครับ แต่เราสามารถซ้อมได้ทุกวัน

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com