Column ประจำ
Sponsor

Dent Adirek: ขนม อบ คณบดี

โดย : Team DrDirek
Tags : คณบดีณรงค์ศักด์ เหล่าศรีสิน , Dent Adirek

ช่วงต้นปีเป็นช่วงแห่งการส่งความสุขแก่กัน หลายคนเปรยว่ามันยังเป็นช่วงนำ้หนักขึ้นแห่งปีอีกด้วย ก็เพราะเหล่าของขวัญ กระเช้า เค๊ก คุกกี้ต่างถูกส่งมอบกันเพื่อแทนความรักและเคารพมากมาย ไม่ว่าจะไปห้างสรรพสินค้าหรือ super market ที่ไหนก็จะพบเหล่าขนมสีสันสดใสน่ารับประทานเรียงรายพร้อมจะเป็นตัวแทนการส่งความสุขกันเต็มไปหมด แต่ขนมบางอย่างกับมีความพิเศษต่างกันออกไปถ้ามันมีที่มาหรือเรื่องราวจากคนทำ เช่น “แม่เก็บ” ขนมหวานแสนดังเมืองหัวหินเพราะมันมาจากสูตรเฉพาะฝีมือคนท้องถิ่นที่สืบทอดจากรุ่นยายจนรุ่นหลาน บ้างก็มีความพิเศษจากหน้าที่การงานที่ฟังดูยังไงก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เช่น ใครๆก็รู้ว่าอัยการเขาก็มีขนม”บ้านอัยการ”อันโด่งดัง หากมองมาที่ครูเขามี “ขนมเปี๊ยะครูสมทรง”(ของอร่อยนครปฐม ไม่ไกลกทม.) “กะหรี่ปั๊บครูต้อ” แต่หลายคนคงไม่รู้ว่าทันตแพทย์เราก็มีทีเด็ด “ขนม อบ คณบดี”

คณบดีที่เรามาบุกบ้านท่านในฉบับนี้คือ ท่านคณบดีณรงค์ศักด์ เหล่าศรีสิน แห่งคณะทันตแพทยศาสตร์ ย่านอโศก หรือ มศว อาจารย์ท่านมีภารกิจมากมาย แม้กระทั่งช่วงปีใหม่ที่เรากะจะขอสัมภาษณ์เพราะคิดว่าเป็นช่วงวันหยุดยาว ท่านก็หยุดด้วยแต่ก็เอางานกลับมาเคลียร์อีก กว่าทีมงานเราจะบุกมาบ้านท่านได้ก็ต้อง แหวกคิวแน่นขนัด มากันช่วงตรุษจีน (หลังวันนับคะแนนเลือกตั้งที่ท่านเป็นเจ้าภาพ)

เช้าวันนั้นกับอากาศเย็นสบายเหมือนหน้าหนาวที่ควรจะหนาว เรามีนัดกับอาจารย์ที่บ้านของท่านใจกลางเมือง เดินผ่านเข้าบ้านเราต้องผ่านด่านองครักษ์ชิวาว่าตัวน้อย Picko กับ Pucky ที่ส่งเสียงต้อนรับเรากันมาแต่ไกล แค่อึดใจก็พบอาจารย์ออกมาต้อนรับพวกเราในชุดลำลอง sweater กับกางเกงยีนส์ ดูสบายๆ ถอดภาพนักวิชาการและผู้บริหารที่เราคุ้นตาออกสิ้นเชิง อาจารย์เชิญมานั่งคุยในครัวฝรั่งสีขาวทันสมัย รายล้อมด้วยต้นไม้เขียวสดชื่น บนเคาร์เตอร์ครัวพบอุปกรณ์ทำขนมเรียงรายอยู่ จึงได้รู้ว่าอาจารย์กำลังเตรียมทำขนมอบเพื่อแจกจ่ายคนรู้จัก หลังจากเก็บอุปกรณ์ทำขนมออก เคลียร์ของเรียบร้อยอาจารย์จึงได้มานั่งคุยกับพวกเรา

อาจารย์เล่าให้เราฟังว่า ยามว่างชอบทำขนมอบโดยช่วงปีใหม่นี้เน้น cake และ cookie เพราะ “ทำด้วยความความชอบ ได้ทั้งความสนุก อีกทั้งบ้านยังกรุ่นกลิ่นหอมอวลของขนมโดยไม่ต้องพี่งเทียนหอม ทำให้รู้สึกถึง Holiday Season ของปี แถมผลลัพธ์หรือเจ้าขนมนี่ยังแจกจ่ายญาติสนิทมิตรสหาย ได้ด้วยครับ” เราแอบเห็นด้วยโดยเฉพาะเรื่องกลิ่นเพราะเพียงแรกก้าวที่เข้ามาในบ้านได้ดอมดมกลิ่นหอมกาแฟสด เคล้ากลิ่นขนมอบที่กำลังอุ่นๆพึ่งออกมาจากตู้อบ รับรู้ได้ถึงเทศกาลแห่งความสุขที่เพิ่งผ่านมาและที่กำลังจะผ่านไปก็คือน้ำลายไหลพรั่งพรูของเรา จนต้องแอบกลืนน้ำลายลืมไปว่าจะมาสัมภาษณ์ และดูเหมือนอาจารย์จะอ่านใจเราออก ขนมร้อนๆจากเตาจึงพร้อมเสริฟใส่จานกระเบื้องสีขาวถึงตรงหน้า พร้อมชาร้อนแสนหอม หลังจากขนมแสนอร่อยได้เดินทางลงท้องเราไปครึ่งชิ้น จึงค่อยนึกได้ว่าจะมาสัมภาษณ์ จึงฟอร์มสงสัยต่อไปว่า อาจารย์ออกจะยุ่งขนาดนี้ ปลีกเวลาไปเรียนทำขนมจากไหน ตั้งแต่ตอนไหน ซึ่งอาจารย์ไขข้อข้องใจว่า

“เริ่มจากผมไปเรียนที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในการทำขนมอบแบบฝรั่งแต่กลับพัฒนาจนอร่อยกว่าฝรั่งต้นตำรับเสียอีก ความที่ตัวเองก็ชอบทานขนม เมื่อกลับมาจากญี่ปุ่นซึ่งก็ยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ก็อยากทำขนมทานเอง เพราะเวลานั้นร้านขนมในเมืองไทยที่อร่อยๆก็หายาก จึงเริ่มดูตามรายการทีวีบ้าง ซื้อหนังสือ ซื้อตำรามาหาอ่านเองบ้าง เพื่อฝึกทำ”

ว่าแล้วก็รีบมาจัดการขนมครึ่งหลังต่อให้หมด ซึ่งขนมอบแสนอร่อยในวันนี้ที่เราได้ลิ้มรสก็คือ carrot cake ที่เป็น signature ของอาจารย์ เป็นขนมที่อาจารย์นำสูตรมาพัฒนาโดย “สูตรผมนี้จะต่างจากคนอื่นตรงที่มีความนุ่มชุ่มเนย เพราะตามตำราปกติเค้าจะใช้น้ำมันพืชทำ แต่ของผมนี่ใช้เนยแทนครับ คิดเองเลย ผลที่ก็คือได้กลิ่นหอมเนยมาก แล้วก็ยังใส่ วอลนัท และ white resin เพื่อเพิ่มเนื้อหาสาระในการทานขนมครับ (ยิ้ม) อีกทั้งหน้า cake ของสูตรผมนี้จะใช้ครีมชีสใส่ lemon ลงไป ซึ่งต่างจาก carrot cake ทั่วไปครับ”

เมื่อเห็นหน้าพวกเรากินขนมเค๊กที่อร่อยดีมีสาระ (เดินทางลงท้องไปหมดชิ้นแล้ว) พร้อมจิบชารสชาติผู้ดีแสนหอม อาจารย์ผู้แสนจะใจดีก็มีความสุข โดยอาจารย์ว่า “มันเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งนะครับในการให้ ตอนที่เราอบขนมเราทำด้วยความตั้งใจให้ นึกถึงผู้รับ และแน่นอนว่าคนที่ได้รับสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเรา ผ่านเค๊กหรือขนมอบเป็นสื่อ ผู้รับก็มีความสุข

เมื่อเราทำงานถึงระดับหนึ่งแล้ว การให้ของขวัญที่ hand made มันให้ความรู้สึก “พิเศษ” กว่าสิ่งที่ซื้อหามาให้กัน ดังนั้นผมจึงตั้งใจทำในช่วงเทศกาล ซึ่งเมื่อผู้รับได้ทานแล้วจะรู้สึกได้ว่าเป็นสิ่งที่เราตั้งใจจะให้ ยิ่งหากเค้าบอกว่ามันอร่อยดี ฟังแล้วก็ชื่นใจหายเหนื่อยครับ”

สำหรับท่านผู้อ่านที่ชั่งใจว่าจะลองทำขนมอบดูดีไหมหนอ อาจารย์แนะนำว่า “ถ้าสำหรับคนไม่ชอบและไม่ตั้งใจจริง ถือว่าทำยากนะครับ เพราะว่าการทำขนมมีขั้นตอนในการทำที่ละเอียด ผิดแล้วผิดเลยหมายถึงทิ้ง เพราะไม่สามารถแก้ไขได้ในครั้งนั้น ข้อแนะนำของผมคือ ต้องเริ่มจากมีใจในการรักที่จะทำจริง เรียนรู้จากประสบการณ์และข้อผิดพลาด แล้วค่อยปรับปรุง พัฒนาจากตัวเอง บางอย่าง บางสูตรเราอาจไม่สามารถทำตามตำราที่สอนมา ต้องมาพลิกแพลงเอาหน้าเตาอบนี่แหละครับ” “แต่หากใครใจร้อนอยากจะเป็นเร็ว (เผื่อใครจะเตรียมออกเรือน) ก็แนะนำให้ลงคอร์สเรียนทำขนมเข้าทางลัดไปเลยครับ” เราฟังแล้วเคลิ้มตาม จนคิดไปว่าอาจารย์กำลังแทรกเนื้อหาสาระสอนเราเรื่องการทำงานในชีวิตประจำวันเสียด้วย (ไม่ใช่เฉพาะใน carrot cake)

เมื่อถามถึงร้านขนมอบ ที่อาจารย์นักทำขนมอบโปรดปราน (เผื่อทำแล้วไม่รุ่ง จะได้ตามไปชิมมั่ง) “ผมว่าร้าน coffee bean หรือ Mousses&Meringues ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะครับ เพราะรสชาติดีและไม่แพงเกินไป แต่ถ้าหากอยากไปทานร้านที่อร่อยและบรรยากาศดีด้วยแต่แพงขึ้นมาอีกนิดผมแนะนำที่ Harrod หรือ Orientel ครับ”

หลังจาก cake เราก็ได้ทาน brownie และ cookies แสนอร่อยจากฝีมืออาจารย์อีก จนอิ่มแทบจะลืมไปว่าต้องมีเก็บภาพถ่ายมาลงใน column ด้วย จึงได้เริ่มจัดการถ่ายภาพมาให้ชมจนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเกินระยะเวลาที่เราได้ขออาจารย์ไว้ พวกเราจึงขอตัวเดินทางกลับจากบ้านอาจารย์ด้วยความอิ่มตื้อทั้งท้องและใจ ได้บทเรียนเรื่องความตั้งใจ ความละเอียดละออเอาใจใส่ในกิจกรรมที่ทำ และซึมซับถึงความสุขที่เกิดจากใจที่พร้อมจะให้ ที่เปล่งประกายออกมาได้จากสายตาและท่าทางของอาจารย์เวลาท่านทำขนม “ขนม อบ คณบดี”

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com