Column ประจำ
Sponsor

Sweet Summer in Switzerland ตอน ตามรอยคุณชายปวรลิต

โดย : ทพ. ชวลิต กาญจนโอภาสวงศ์

ประมาณว่าไปเดินเล่นในงาน ประเภทท่องเที่ยวไทยที่ชอบจัดที่ศูนย์ประชุมต่างๆ ไปสำรวจตลาด เห็น โปรโมชั่นของสายการบินสวิสแอร์ สอบถามได้ราคาที่พอรับได้ เดินผ่าน ไป 5 วินาทีเดินกลับมาจองเลย หลังจากนั้นโทรหาพรรคพวก ให้เวลา คิด 1 คืน ใครโอเคพร้อม โอนเงิน งานนี้ไม่มีคำว่ารอหรือรีรอ ต้องตัดสิน ใจเด็ดขาด ผีเข้าผีออกก็ไม่รับ พรุ่งนี้ย้อนกลับมาจ่ายเงิน ได้ตั๋ว E-Ticket มากอดให้อุ่นใจว่า ฉันได้ไปสวิสแน่แล้ว

แต่ยังก่อนต้องขอวีซ่าให้ได้ก่อน มีเวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อการวางแผนการเดินทาง การจองโรงแรม และการขอวีซ่า ที่ได้ชื่อว่ามหาโหด การขอวีซ่าเข้าประเทศสวิส ได้ชื่อว่าโหด ต้องเตรียมเอกสารข้อมูล ให้ครบ ใบตอบรับการจองโรงแรมทุกแห่งตามแผนการเดินทาง และต้อง มีรายชื่อของผู้ขอวีซ่าทุกคนปรากฏในเอกสารการจองโรงแรม รูปถ่ายก็ ต้องแป๊ะ อย่าลักไก่เอารูปเก่าเมี่อชาติที่แล้วไปยื่น มีหวังต้องโดนไล่ ให้ไปถ่ายใหม่ เสียทั้งเงินทั้งเวลา ราคาแพงด้วย บังเอิญผู้เขียนมีวีซ่า เซนเกนอยู่แล้วไม่ต้องขอ สบายไปได้แต่รอฟังข่าวและหัวเราะอยู่ที่ทำงาน ได้ข่าวว่าใช้เวลาทั้งวัน สุดท้ายหลังยื่นไปแล้ว สรุปด้วยคำพูดของผู้ไป ขอว่า “เราทั้งแก่ทั้งรวยและขี้เหร่ ไม่ให้เรา ก็โง่แล้ว” เรื่องวีซ่าถ้าใครมี schengen visa อยู่แล้วไม่ต้องขอสามารถใช้ได้เลย

หลายคนคงเคยมาเที่ยวที่สวิสดินแดนยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ไทย อาจเคยมากับทัวร์หรือทัวร์หลายประเทศในยุโรป ประเภท ห้าวัน หกประเทศ โปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่จะแวะเมืองลูเซิร์น และยอดเขาทิสลิส ซึ่งเป็นเมืองที่สวยและประทับใจ แต่จะไม่ขอกล่าวถึง เราต้องการเจาะ ลึกสวิสภูเขาเมืองแปลกๆ ที่ทัวร์ไม่ค่อยพาไป โดยใช้สวิสพาสเป็นหลัก ในการเดินทาง เพราะการท่องเที่ยวของสวิสเป็นรายได้หลักของประเทศ ดังนั้นการเดินทางด้วยรถไฟนั้นเอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก อีก ทั้งระบบการฝากกระเป๋า การส่งกระเป๋าเดินทางทุกอย่างเป็นสิ่งอำนวย ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเป็นอันมาก สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ด้วย ตนเองอย่างสบายใจ ถ้ามีการวางแผนมาดี สามารถเที่ยวแบบไม่ต้อง จ่ายเงินแพงมาก แต่อย่างว่าถ้าประหยัดจนเกินไป ในการเที่ยวสวิส

แทนที่การท่องเที่ยว จะเป็นการพักผ่อน กลับจะเป็นความเครียด เที่ยวให้สบายสไตล์คุณชาย สายลม แสงแดด เมฆหมอกและขุนเขา แต่ไม่เอาฝน ดวงเป็นสิ่งสำคัญไม่เชื่ออย่าลบหลู่ บ้างคนไปชมยอด Matterhorn 3 ครั้ง ยังไม่เห็นยอดเขาแบบใสๆ เลย พวกเราไปครั้งแรกเห็นใสแจ๋ว จนคนถาม ว่าถ่ายกับ wallpaper เหรอ เดินทางโดยสายการบินสวิสแอร์ (โฆษณาให้ฟรีๆ) สามารถใช้บริการ ส่งกระเป๋าแบบ Fly Rail (ต้องเสียเงินเพิ่ม) มีประโยชน์ใช้ส่งกระเป๋าเดิน ทางใบโต โดยกระเป๋าใหญ่จะถูกส่งไปยังสถานีรถไฟปลายทางที่เราระบุ หมายความว่าเมื่อเดินทางถึงประเทศสวิส ท่านไม่ต้องมารอรับกระเป๋า หมดห่วงว่าต้องลากกระเป๋าไปโรงแรมหรือต้องมาเสียเวลาในการส่ง กระเป๋าที่สถานีรถไฟได้เลย สามารถเดินทางไปเที่ยวต่อได้ แล้วไปรับ กระเป๋าที่ปลายทางสถานีรถไฟที่ระบุได้เลย ตัวอย่างเช่น พวกเราเดิน ทางจากกรุงเทพฯ ไปลงซูริก ใช้บริการส่งกระเป๋าไปที่เมืองเซอร์แมต โดย พวกเราจัดกระเป๋าเล็กจัดเสื้อผ้า 2 ชุด (โดยไม่ต้องโหลดลงเครื่อง ถือขึ้น เครื่อง) เมื่อเดินทางถึงซูริก ไม่ต้องรอกระเป๋าใหญ่ ออกเดินทางไปเที่ยว เมือง St. Gallen Appenzell แล้วเดินทางต่อไปนอนพักที่ St. Morritz 2 คืน (ระหว่างทางสามารถฝากกระเป๋าที่ตู้ที่สถานีรถไฟได้)

St. Moritz เป็นเมืองสกีรีสอร์ต ที่มีชื่อเสียงหรูหราระดับโลก ใจกลาง เมืองเต็มไปด้วยร้านค้าหรูหรา ที่มีชื่อแบรนด์เนมระดับโลก ทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า ลักษณะเมืองตั้งอยู่บนเขา ด้านล่างมีทะเลสาบเป็น แหล่งน้ำและพักผ่อนของชาวเมือง สวยสงบดีที่เดียว ภูเขารอบข้างยอด เขามีหิมะปกคลุมเป็นจุดสำหรับเล่นสกี ในฤดูหนาวเมืองนี้จะหนาแน่นไป ด้วยนักสกีระดับโลก ยามที่เราไปไม่ใช่หน้าหนาว บรรยากาศดูจะเงียบๆ เหงาๆ แต่พวกเรายังได้รับการต้อนรับด้วยหิมะหลงฤดูที่โปรยปรายใน ยามกลางคืนและยามเช้า แต่พอสายหน่อยหิมะก็ละลายหายไป ด้วย เหตุที่เมืองนี้เป็นต้นทางของรถไฟสายมรดกโลกสาย Glacier Express พวกเราต้องการนั่งรถไฟสายนี้แบบเต็มๆ เส้นทาง (ส่วนมากทัวร์จะพา นั่งแค่บางส่วนของเส้นทาง ส่วนใหญ่เริ่มที่เมือง CHUR) และที่สำคัญ ต้องเลือกนั่งรถไฟขบวนสายไฮโซ แบบหลังคาเปิดโล่ง ต้องจองที่นั่งล่วง หน้า และเพื่อเป็นที่สุดๆ ก็ต้องกินอาหารกลางวันบนรถไฟขบวนหรูนี้ด้วย อาหารกลางวันต้องจองล่วงหน้า ไม่ใช่ไปตัดสินใจซื้อบนขบวนรถแบบ ข้าวแกงนะครับ ทั้งการจองที่นั่งและอาหารกลางวันต้องจ่ายเงินเพิ่มถึง แม้นจะมีSWISS PASSอยู่แล้ว หากอยากประหยัด สามารถเลือกขบวน รถธรรมดาได้ ไม่เสียเงินเพิ่ม เส้นทางก็เหมือนกันเลย

Glacier Express เริ่มต้นที่เมือง ST. MORITZ วิ่งไปสุดทางที่เมือง ZERMATT ใช้เวลาทั้งหมด 7 ชั่วโมงครึ่ง ผ่านเมือง CHUR (คูร์) เมือง DISENTIS เมือง ANDERMAT เมือง VISP มาสุดทางที่เมือง ZERMATT เมืองอันเป็นที่ตั้งของยอดเขา MATTERHORN อันเลื่องชื่อ เส้นทางยอด นิยม ข้ามสะพาน 291 แห่ง ลอดอุโมงค์ 91 แห่ง และข้ามช่องเขาที่สูง กว่า 2000 เมตร ถ้าท่านมีเวลาเหลือนับเป็นเส้นทางที่น่านั่ง ชื่นชมความ งามสองข้างทาง และร่วมชื่นชมความมานะ อุตสาหะของมนุษย์ในการ สร้างรถไฟในภูเขาสูงชันสายนี้ จากเมือง St. Moritz พวกเรานั่งรถไฟสาย Bernina Express เดินทางลงใต้ไปยังพรมแดนอิตาลี ถึงเมือง Tirano เมือง มรดกโลกอีกแห่งของอิตาลี ที่มีวิถีชีวิตไปอีกแบบ บ้านเรือนแปลกตาขึ้น ชมโบสถ์เก่าแก่ ชิมพิซซ่าที่เมืองนี้อร่อยดี ทำแบบสดๆ ด้วยวัตถุดิบแบบ ธรรมชาติสดๆ กรรมวิธีการทำแบบโบราณ แต่ให้รสอร่อยเด็ด เดินเล่น ชิลๆ ใช้เวลา1 วัน

นอกจากนี้ยังมีเมือง Davos เมืองตากอากาศและเมืองการประชุม ระดับชาติ แต่ที่ประทับใจมาก คือ วิศกรรมรถไฟในการสร้างทางรถไฟ ไต่เขา ไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ เพลิดเพลินกับวิวข้างทาง ลอดอุโมงค์ ทะลุทะลวงภูเขาเป็นว่าเล่น ออกแบบทางรถไฟเพื่อการลดความเร็วใน การลงเขาหรือค่อยเพิ่มทดความเร็วหรือกำลังขึ้นเขา บางเส้นทางราง รถไฟขดวิ่งเป็นก้นหอย สวยงามน่ามองและมีประโยชน์สูง นับเป็นความ ชาญฉลาด

ZERMATT เมืองที่ตั้งของยอดเขา MATTERHORN สัญลักษณ์ของส วิส ยอดเขาที่สวยที่สุดยอดเขาหนึ่ง อย่างที่เรียนไว้แล้วแต่ต้นว่า การเดิน ทางบางทีต้องอาศัยดวงเป็นองค์ประกอบ เพราะบางคนมาสองสามหน ยังไม่เคยเห็นยอดเขาแบบใสๆ เลย ปรากฏว่าเจ้าหญิงขี้อายไม่ยอมเผย โฉมมาให้เห็น พวกเราไปถึง ZERMATT เวลาเย็นแล้ว รีบไปรับกระเป๋า แยกชุดเสื้อผ้าไว้อีกสองชุด เอาของเก่าใส่กลับกระเป๋าใหญ่ เรียบร้อยส่ง กระเป๋าใหญ่ไปเมืองที่พวกเราจะเดินทางไปพักต่อไปเลย บอกแล้วขี้เกียจ ลากกระเป๋าใหญ่ เพราะพวกเราก็ป้าๆ ลุงๆ กันแล้ว เป็นอันว่าคิดถูกที่ส่ง กระเป๋าใหญ่เอากระเป๋าเล็กมา เพราะถึงที่พักที่จองไว้ไม่ไกลจากสถานี รถไฟมากนัก แต่ต้องเดินขึ้นเนินสูงชัน ยังเหนื่อยเล็กๆ ถ้าลากกระเป๋า ใหญ่มาด้วย คงเหนื่อยแบบดูไม่จืด บางท่านอาจคิดในใจทำไมไม่จอง โรงแรมใกล้สถานีรถไฟ ด้วยโรงแรมที่ใกล้สถานีจะเป็นแบบโรงแรม แบบมีดาวจึงค่อนข้างแพง พวกเราต้องการประหยัดเอาไปกินไอศกรีม เล่นเลยยอมลำบากเลือกที่พักไกลไปอีกหน่อย เงียบดีห้องพักก็สะอาดดี มากๆ ลองเอาโปรแกรมทัวร์มาเรียงดู จะมีน้อยมากที่มาพักที่ เซอร์แมต สาเหตุเพราะค่าโรงแรมที่นี่จะแพงกว่าที่อื่น

ดังนั้นบริษัททัวร์มักเลือกพัก ที่โรงแรมที่เมืองข้างเคียงแล้วเลือกเดินทางมาเที่ยว ดังนั้นถ้ามากลับทัวร์ โอกาสที่จะเห็นยอดแมทเทอร์ฮอร์นยิ่งน้อยไปใหญ่ ดังนั้นแนะนำให้หา โอกาสมาพักที่นี่ 2 คืน เผื่อมีเวลาแก้ตัวปรับโปรแกรมได้ง่ายขึ้น โอกาส เห็นยอด MATTERHORN แบบใสกระจ่างแจ่มแจ๋ว ส่วนใหญ่อยู่ช่วงเช้า ถ้ามาชมตอนบ่ายโอกาสที่จะพบเมฆหมอกมีสูงมาก กล่าวถึงโรงแรม ตอนแรกที่จองโรงแรม จองโรงแรมที่เมืองนี้ก่อนที่อื่นเพราะเรามาถึงวัน เสาร์ อันเป็นวันหยุดกลัวว่าโรงแรมจะเต็ม นักท่องเที่ยวจะมาก และมี ความคิดว่าที่นี่เป็นไฮไลท์ของทริป ขอจองโรงแรมแบบพิเศษมองเห็นวิว ยอด MATTERHORN 2 คืน เจ็ดหมื่นกว่าบาท กลับมาคิดใหม่ตั้งหลัก ใหม่ ขอลดเกรดเป็นยูธโฮเตล 2 คืนแค่ สองหมื่นกว่าบาท เหลือเงินค่า ไอศกรีมตั้งหลายหมื่น ใครรวยก็ไม่ต้องเอาแบบอย่างคนจนนะครับ

  • ตอนเช้าไปชมที่ Gornergrat
  • เดินทางไป Schwarzsee เพื่อชมภาพ MATTERHORN สะท้อนในเงาน้ำ
  • ขึ้นเคเบิลคาร์ไป MATTERHORN GLACIER PARADISE ไปยอดเขา ROTHORN อันเป็นจุดชมวิวยอดเขา MATTERHORN ที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง

ถ้าใครมีเวลาน้อยก็เลือกเอาแค่ หนึ่งหรือสองรายการข้างต้น บางที แค่ชมที่จุดใดจุดหนึ่งแล้วรู้สึกว่าสุดยอด เต็มอิ่ม เพอร์เฟกต์แล้ว ก็ไม่ จำเป็นต้องไปดูที่อื่นๆ นอกจากต้องการถ่ายรูปในมุมที่แปลกตา เพราะ ค่าอะไรต่อมิอะไรมันแพงไม่ใช่ย่อย ไปมากที่ก็ต้องจ่ายมาก การเดิน ทางโดยรถไฟ หรือทางกระเช้าต่างๆ ต้องจ่ายเงินต่างหาก ไม่สามารถใช้ swiss pass ได้ แต่ใช้เป็นส่วนลดได้ ไม่รู้ละเวลาไปซื้อตั๋วอะไรก็ตามยื่น สวิสพาสไปด้วย ถ้ามีส่วนลดเจ้าหน้าที่ใจดีและซื่อสัตย์จะลดให้ทันที

มีเวลาไปเที่ยวเมืองระหว่างทาง อาทิเช่น เมือง SAAS FEE ได้ ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความลับ ของชาวสวิสที่เก็บไว้ชมกันเอง การเดิน ทางรถไฟไปไม่ถึง ต้องนั่งรถเมล์โพสต์บัส ค่าที่พัก อาหารถูกกว่าเมือง เซอร์แมต ยอดเขาเหนือเมือง Saas Fee คือ Mittelalallin โดยมีธาร น้ำแข็ง Dom และ Allatin อยู่ใกล้

เป็นเขตที่ตั้งของยอดเขา Jungfrau (ยุ้งเฟรา) Top of Europe เป็น เขตที่น่าท่องเที่ยวอีกเขตหนึ่ง มีกิจกรรมและแหล่งที่ควรไปชมหลายแห่ง ยอดเขาสวยๆ หลายแห่งไม่ควรพลาดควรมีเวลาให้กับเขตท่องเที่ยวนี้ ควรมีเวลาให้กับเขตท่องเที่ยวนี้ 3-4 วัน นอกจาก swiss pass แล้ว ควร ซื้อ Jungfraujoch Pass มาจากเมืองไทยเลย (มี swiss pass ลด 50%) โดยขอสรุปสถานที่ตามความสำคัญที่ควรไปเที่ยว ดังนี้

การเลือกโรงแรมที่พักสำหรับเขตนี้ มีทางเลือกมากมาย อาทิเช่น ถ้าต้องการความสะดวกในการเดินทางติดต่อไปเมืองอื่นๆ อาจเลือกพัก ที่เมือง INTERLAKEN ถ้าต้องการเมืองเล็กที่มีวิวสวยก็ต้องเลือกเมือง GRINDELWALD หรือเมือง LAUTERBRUNNER หรือเมืองเล็กๆ อย่าง MURREN หรือ WILDERSWIL สำหรับเมือง MURREN นี้แนะนำให้มาพัก อย่างน้อย หนึ่งคืน ท่านจะไม่ผิดหวังเลย จากเมืองMURREN สามารถ มองเห็นยอดเขาทั้งสามอันได้แก่ยอดเขา EIGER, MONCH และยอด เขา JUNGFRAU โดยเฉพาะถ้าได้ขึ้นกระเช้าไปยอดเขา SCHILTHORN เคยเป็นทำเลถ่ายหนัง James Bond ตอน On Her Majesty’s Secret Service บนยอดเขานี้มีห้องอาหารมีชื่อว่า PIZ GLORIA สามารถเห็น ยอดเขาทั้งสามได้อย่างงดงาม แบบตื่นตาตื่นใจ เป็นตัวอย่างหมู่บ้าน สวิสแท้ที่น่ารัก สวย สงบเป็นที่สุด วิวสวยสุดๆ ระหว่างทางมีเมืองเล็กๆ ให้แวะพัก แวะดื่มด่ำบรรยากาศ สายลม ทุ่งดอกไม้ ในหุบเขา เมฆหมอก ลอยอ้อยอิ่ง สายฝน

โปรยปราย แถมได้รับการต้อนรับด้วยสายรุ้งหลังฝน อันงดงาม นอกจากนี้ยังมีเมืองเล็กที่มีรถไฟรางเดียวขี้นจากเมืองนี้ไป เมือง ALLMENDHUBEL ท่านจะเห็นวิวยอดเขาทั้งสามเหมือนกัน แต่ เป็นแบบ ระยะใกล้ชิด ให้ความรู้สึกแบบตะลึงงันประจันหน้า เหมาะ สำหรับคนชอบเดินป่า ไต่เขาน้อยๆ ยังมีแปลงเพาะปลูกดอกไม้อัลไพน์ กว่า 150 สายพันธุ์ ตามเส้นทางเดินป่า

ระหว่างทางพบเมือง WINTEREGG ลองแวะพบว่าร้านอาหารตั้ง อยู่ในทำเลวิวที่สวยที่สุดในโลก ขนาดไม่มีความหิวเลย เห็นร้านอาหาร นี้แล้วต้องแวะ สั่งไอศกรีม กาแฟ แถมเค้ก มารับประทานกัน ทั้งเค้ก และกาแฟ อร่อยเป็นที่สุดเหมือนกัน คิดว่าจะแพง ปรากฏว่าทุกคนลง ความเห็นว่าไม่แพงอย่างที่คิด และทุกคนย้ำเป็นเสียงเดียวว่าอร่อยจริงๆ ผลไม้ประเภทเบอรี่ให้มาอย่างไม่อั้น ด้วยความสดอร่อย วิวสวยจนไม่ อยากจากไปที่จุดอื่น

D1
BKK > ZURICH
D2
ZURICH > ST GALLEN > APPENZELL > ST. MORITZ
D3
ST. MORITZ. > BERNINA EXPRESS > TIRANO > ST. MORITZ
D4
ST. MORITZ > GLACIER EXPRESS > ZERMATT
D5
MATTERHORN AREA > ZERMATT
D6
ZERMATT > INTERLAKEN
D7
JUNGFRAU AREA > INTERLAKEN
D8
MURREN
D9
MURREN > BERN
D10
BERN > SOLOTHURN > NEUCHATEL > BERN
D11
BERN > STEIN AM RHEIN > ZURICH (Zurich>BKK)
D12
BKK

ท่านสามารถวางแผนปรับให้เหมาะสมกับท่านได้ อยากเที่ยวเมือง ไหนเพิ่มเติม หรือพักที่เดียว 4-5 คืนเลยก็ทำได้ เพราะการเดินทางสะดวก มาก ทั้งตรงต่อเวลา และไม่เสียเวลามาก ชมภูเขามากๆ อาจจะเอียน ลอง มาชมเมืองชมแสงสีในเมืองใหญ่ดูบ้าง ลองช็อปปิ้งสักนิดหนึ่ง การท่อง เที่ยวถ้าขาดช็อปคงขาดสีสัน แต่เอาจริงๆ อาจช็อปไม่ลง เพราะแต่ละ อย่างแพงจับใจ ขนาดน้ำดื่มพวกเรายังประหยัดเตรียมขวดกรอกน้ำ เปล่าแล้วกรอกน้ำพุฟรีๆ มาดื่มกิน ยากจนจังเลย แต่ขอบอกไม่มีใครท้องเสีย เลย รสอร่อยดีกว่าที่ขายๆ กันอีกขอบอก

การเดินทางท่องเที่ยวในสวิส ต้องมีความยืดหยุ่น ตามสภาวะ อากาศ ถ้าอากาศไม่ดีก็เที่ยวตามเมือง อากาศดีใสๆ รีบขึ้นยอดเขาเลย ต้องติดตามพยากรณ์อากาศวันต่อวัน เพื่อการปรับแผนการท่องเที่ยว ให้สมบูรณ์ที่สุด ฝันว่าถ้าไปสวิสอีกครั้ง อยากไปแบบ Wanden Hiking ตามเส้นทาง อาทิเช่น Schynige Platte > Faulhorn > First(6:10h) หรือ Panoramaweg schynige Platte (2:30h) รอบ Alpengarten หรือจาก Mannlichen > Kleine Scheidegg (1:20h) เป็นต้น โดยเฉพาะ สวนพฤกษศาสตร์อัลไพน์ที่ตั้งใจจะมาดู แต่เนื่องด้วยอากาศปีนี้มีช่วงฤดู หนาวนานเหลือเกิน อากาศร้อนมาช้า ดอกไม้ดอกไร่เลยเพี้ยนไปหมด ใน ชว่ งที่เดินทางไปถึงสวนนี้เลยยังไม่เปิดก็อย่างที่กล่าวไว้แล้ว การท่องเที่ยว ต้องอาศัยดวงเป็นองค์ประกอบ กรณีนี้ถือว่าพลาดไป ไม่เป็นไร โอกาส หน้าไปใหม่ อากาศปีนี้หนาวนานจริงๆ จนชาวสวิสเอยปากกันเป็นเสียง เดียวว่า "You come with the summer." พวกคุณนำฤดูร้อนมาด้วย สวิสเพิ่งมีแดดในช่วงสองสามวันนี้เอง ก่อนหน้านี้มีแต่ฝนและลมหนาว ไม่มีแสงแดดเลย แสดงว่าพวกเรายังพอมีโชคกับการเดินทาง ไม่อย่างนั้น ก็คงไม่สามารถถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ สวยๆ ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาให้ท่านผู้อ่านชมว่าประเทศสวิสนี้สวยอย่างไร

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com