Column ประจำ
Sponsor

แบกเป้เที่ยวไปในดินแดนหลังม่านเหล็ก

โดย : ขนมผิง

เสียงหวีดหวิวตามปกติของลมในแถบไซบีเรีย ที่เอการินเบิร์กไม่มีเหมือนอย่างเคย วันนี้ลมสงบดีท่ามกลางความหนาวเย็นยะเยือก แม้อยู่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ข่าวส่งมาว่าพวกบอลเชวิกสายมอสโคว จะมาชิงตัวราชวงศ์โรมานอฟทุกพระองค์ที่นี่ เลนินและตรอตสกีจะมาด้วยอาวุธทันสมัยครบมือ และหากเป็นเช่นนั้นจริงบอลเชวิกไซบีเรียอย่างเขาคงจะต้องพ่ายแพ้ ยูรอฟกีตัดสินใจที่จะสังหารโรมานอฟทั้งหมดให้สิ้นซากหลังการกักขังมานานกว่าห้าเดือน อย่างน้อยก็จะไม่มีใครได้ประโยชน์อะไร เยอรมันต้องไม่พอใจ สัมพันธมิตรคงจะสลดสังเวชที่สูญเสียกษัตริย์ที่เข้าข้างพวกเขา แต่ต้องไม่มีใครได้ประโยชน์จากการเอาซาร์มาต่อรอง

ยูรอฟกีให้คนไปเชิญซาร์นิโคลัส ซารินา เจ้าหญิงทั้งสี่พระองค์ เจ้าชายรัชทายาทและผู้ติดตามทุกคนมารวมกันที่ห้องใต้ดินกลางดึก ด้วยอ้างว่าจะฉายพระรูปเพื่อส่งไปยืนยันว่าทุกพระองค์ยังปลอดภัย เพียงสิ้นเสียงยูรอฟสกี ลูกกระสุนก็พุ่งเข้าไปปลิดชีพอดีตกษัตริย์เป็นพระองค์แรก จากนั้นทหารมากว่าสิบนายก็ระดมยิงทุกพระองค์ในที่นั้นอย่างไม่ปรานี ปิดตำนานราชวงศ์โรมานอฟที่ยาวนานกว่าสามร้อยปีลงอย่างเศร้าสลด ไม่ต่างจากคำทำนายของรัสปูตินที่เขียนจดหมายส่งมาให้ซาริน่าของเขา ว่าราชวงศ์จะต้องสิ้นภายในสองปี หากเขาถูกคนในราชวงศ์เป็นผู้ปลิดชีพ มีเพียงเรื่องเล่าขานว่าองค์หญิงอานาสตาเซียพระองค์เดียวที่หนีรอด แต่ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะดีเอ็นเอจากกระดูกของทุกพระองค์ในที่สังหารและของผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหญิงกลับไม่สัมพันธ์กันในทางสายใยพันธุกรรม

เรื่องราวประวัติศาสตร์เหล่านี้เองที่ผลักดัน สร้าง Passion นำฉันเดินทางมาเหยียบดินแดนหลังม่านเหล็กจนได้ รัสเซียไม่ได้มีดีแค่ความยิ่งใหญ่ของขนาดประเทศเพียงอย่างเดียว แม้ด้วยประวัติศาสตร์อันแสนสับสน ผู้คนผ่านความยากลำบากทั้งในแง่สภาพอากาศและความผันแปรทางการเมือง ผ่านยุคคลั่งคอมมิวนิสต์ ผ่านช่วงสงครามเย็น กระทั่งสหภาพโซวเวียตล่มสลายในปี ค.ศ.1992 แต่รัสเซียก็ยังยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งและสง่างามได้บนเวทีโลก หลายคนบอกว่าการเดินทางหิ้วกระเป๋าเที่ยวเองเป็นเรื่องอันตรายและลำบากมาก รัสเซียเพิ่งเปิดประเทศมาได้เพียงยี่สิบปี มีมาเฟีย มีโจรชุกชุม ผู้หญิงสองคนจะไปกันเองเนี่ยนะ! เชอะ กลัวเสียเมื่อไร เมื่อหาหนังสือมาอ่านและวางแผนอย่างรัดกุมเสร็จสรรพ ผิงผิงกับน้องกุ๊ ก็เหินฟ้าสู่ดินแดนหมีขาวช่วงเดือนกรกฎาคม หรือช่วงไวท์ไนท์ในฤดูร้อนอันเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว เอาล่ะ ทุลักทุเลทัวร์เริ่มขึ้นแล้ว…

สองสาวออกเดินทาง ด้วยการบินไทย รักคุณเท่าฟ้าในเช้าวันศุกร์ บินตรงสู่กรุงมอสโควใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง ขาไปคนน้อยดูโหรงเหรงแต่นั่นเป็นข้อดี ทำให้ฉันและน้องกุ๊ยึดเบาะนั่งทั้งแถว ยืดขานอนหลับเอกเขนกได้สบาย ตอนลงได้กระทบไหล่โค้ชอ๊อดกับทีมนักตบสาวไทยที่ต้องไปเมืองคาซานเพื่อแข่งรายการมหาวิทยาลัยโลก ได้แต่เชียร์ให้สู้ๆ คงไม่มีโอกาสไปเกาะข้างสนาม

เราเตรียมแลกเงินรูเบิลจากซูเปอร์ริชมาแล้วในอัตรา 1บาทเท่ากับ 0.96 รูเบิล คิดให้ง่ายเป็นหนึ่งต่อหนึ่งแล้วกันเนอะ หากท่านหาแลกไม่ได้ ก็ให้แลกดอลล่าห์จากเมืองไทยไปก่อน แล้วค่อยไปหาตู้แลกเงิน Masterbank ที่สนามบินก็ได้เหมือนกัน แต่เรทไม่ดีเท่านี้แน่นอน

เมื่อเหยียบผืนแผ่นดินรัสเซีย เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็น สนามบินที่มอสโควมีทั้งหมดห้าแห่ง การบินไทยเลือกลงสนามบิน Domodedovo แหม แค่ชื่อสนามบินนี่ก็เรียกไม่ถูกแล้ว ไม่ต้องห่วง ท่านอย่าได้คิดว่าจะมีป้ายภาษาอังกฤษ และอย่าคิดว่าฝรั่งที่นี่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี มีแต่รัสเซียใหม่ที่เป็นวัยรุ่นอายุน้อยเท่านั้นล่ะที่สามารถ ถ้าไปถามป้าลุง รับประกันได้ว่าโดนภาษารัสเซียพ่นใส่หน้า หลบไม่ทัน เอาไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลัง แต่เรื่องดีๆยังมีอีกเพียบ ทำเอาฉันหลงรักประเทศนี้เลยเชียวล่ะ

อย่างแรกที่ไก่สาวตาแตกสองนางต้องมองหา ก็คือรถไฟเร็วที่จะเชื่อมจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง ให้อารมณ์แบบแอร์พอร์ตลิงค์ แต่ด้วยอานิสงส์แห่งเย็นวันศุกร์ ที่พระอาทิตย์จะตกก็โน่น ห้าทุ่มไปแล้ว ทำให้ประชาชนรัสเซียออกมาท่องเที่ยว จิบเบียร์ยามเย็นตามสถานที่ต่างๆกันแยะ(แม้แต่ในรถไฟ) และแล้ว...สิ่งที่คาดคิดว่าจะเกิด แต่มันไม่ควรจะเร็วขนาดนี้ก็คือ พวกเราขึ้นรถไฟผิด อุตส่าห์รอดจากการลงแอร์พอร์ตลิงค์มาแล้ว คิดว่าขึ้นรถไฟสายสีเขียวมาจากสถานี Pavelletskaya ก็ถูก แต่มันผิดตอนไหนหว่า ทำไมไม่ถึงจัตุรัสแดงเสียที ขึ้นลงขึ้นลง หอบข้าวของจนเริ่มเข้าใจว่าในสถานีเชื่อมมันไม่หมูขนาดลงจากบีทีเอสสายสุขุมวิทมาต่อสายสีลม แต่มันอาจต้องเดินไปอีกเกือบกิโลภายในสถานีใต้ดินเพื่อขึ้นอีกสาย โอว แม่เจ้า นี่ทำเอาระบบรถไฟของญี่ปุ่นง่ายเป็นอนุบาลไปเลย แบกเท่านั้น ไม่มีทางลาด ไม่มีลิฟท์ ลูกหนูขึ้นแขนแน่งานนี้ และอย่าไปจำชื่อสถานีเป็นภาษาอังกฤษให้เสียพื้นที่สมองเล้ย จำเป็นอักษรโรมันนะจ๊ะ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่น (จริงไหม) และแล้วพวกเราก็มาถึงสถานี Tverskaya ที่คิดว่าใกล้โรงแรมของเราตรงจตุรัสแดงมากที่สุด

กรรม ! นี่มันจะสามทุ่มอยู่แล้ว ถ้าเมืองไทยก็เกือบจะตีหนึ่ง สี่ชั่วโมงจากสนามบินแต่เรายังหลงกันอยู่เลย แผนที่ที่เตรียมมาไม่ช่วยอะไร ทางออกจากสถานีสี่ทาง แค่นี้ก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะไปทางไหน เดชะบุญของผิงที่หนุ่มสาวรัสเซียสวยหล่อคู่หนึ่งเดินเข้ามาทัก และอาสาพาไปส่ง โอว น้ำตาจะไหล ขอบคุณน้องสาวคนสวยชาวรัสเซียนาม อานาสเตเซีย เจ้าหญิงผมน้ำตาลทองกับแฟนหนุ่มผู้ส่งความอารีมาให้ ช่วยทั้งลากกระเป๋าและพามาส่งที่โรงแรมนาม โฮมโฮเทลเปรูล็อค ที่สภาพเหมือนตึกแถวอยู่ในซอกหลืบข้างจัตุรัสแดง ลำพังคนรัสเซียยังหาแทบไม่เจอ นับประสาอะไรกับสาวไทย แม่บ้านที่นี่ก็พูดอังกฤษไม่ได้ น้องอานาสตาเซียเจรจาพูดคุยให้เรียบร้อย ซึ้งจนน้ำตาจะไหล ขอกอดและถ่ายรูปกับน้องเขาหน่อย สวยและใจดีอย่างนี้พี่ไม่มีวันลืม

นอนหลับสลบ อากาศร้อนทีเดียวเมื่อไม่มีแอร์ ราคาสามพันกว่าบาทที่จ่ายถือว่าไม่คุ้ม แม้ตรวจสอบมาแล้วจากอโกดาว่าที่นี่สะอาดดี และต้องใช้ห้องน้ำรวม แต่เรื่องค่าครองชีพที่แพงมากก็ทำเอาลำบากใจบ้าง เอาวะ ซดมาม่าคัพ กับกระดกแล็คตาซอยจากเมืองไทยต่างอาหารเช้า แล้วไปเที่ยวสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุด และสวยที่สุดในโลกกันดีกว่า

สถานีรถไฟฟ้าแห่งแรกเปิดในปี ค.ศ. 1935 ปัจจุบันมีรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งสิ้น 11 สาย 9300 ขบวน 165 สถานี ความยาวรวม 265 กิโลเมตร รวมทั้งสายวงแหวนหรือสายสีน้ำตาลที่มีสถานีสวยๆให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เหล่าภาพโมเสกแฝงโฆษณาชวนเชื่อในแบบหลังม่านเหล็กว่า “ทุกท่านเอ๋ย เราก็สามารถสร้างนั่นนี่ได้ดีไม่แพ้ระบบทุนนิยม” สตาลินใช้สถานี Mayakovskaya เป็นฐานบัญชาการใต้ดิน สู้กับพวกนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง จะได้มีทางหนีออกได้หลากหลายตามจับตัวกันไม่ได้ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการวันละ 7-8 ล้านคน เวลาถ่ายรูปหรือเข็นกระเป๋าก็ต้องคอยหาจังหวะเหมาะ แต่หนุ่มรัสเซียส่วนใหญ่ใจดี เห็นน้องกุ๊สาวร่างบางของเรายกกระเป๋าทีไร ได้เดินเข้ามาหิ้วขึ้นลงบันไดให้บ่อยๆ ผิดกับผิงผิงร่างกำยำ ยังไม่มีหนุ่มตาน้ำข้าวคนไหนมาช่วยเลย( ชิส์!!!)

สิ่งที่หน้าสังเกตอีกอย่างคือ ใบหน้าของชาวรัสเซียจะมีตั้งแต่ ฝรั๊งฝรั่ง ฝรั่งหมวย ฝรั่งแขก นั่นแสดงว่า ในมอสโควเองก็เหมือนเมืองใหญ่ๆทั่วไปในโลกที่มีการผสมผสานระหว่างชาติพันธุ์ ตั้งแต่สมัยที่ชาวมองโกลยกทัพมาก็มีมรดกเป็นลูกหลานหน้าตาหมวยตี๋เป็นของแถม รัสเซียเป็นเมืองขึ้นของมองโกลอยู่นานถึง 240 ปีส่วนพวกหน้าแขกก็คงมากันตั้งแต่ยุคที่มอสโควเป็นศูนย์กลางอาณาจักรไบแซนไทน์ตอนปลายขนาดที่เรียกขานกันว่าโรมที่สาม และก็คงจะมีเหล่าชาวเปอร์เซียร์จากอาณาจักรออตโตมันข้ามมาทำมาค้าขายแล้วก็ตั้งหลักปักฐานกันเสียเลย เห็นสาวรัสเซียหุ่นสะบึม อกเป็นอกเอวเป็นเอว ถ้าแก่เป็นคุณป้าเมื่อไร จะเป็นทรงเดียวกันหมดคือกระปุกตั้งฉ่าย แต่ทุกคนก็ยังอยากสวยเป็นเจ้าแม่แฟชั่นได้ สังเกตจากร้านขายเสื้อผ้า ที่นีเป็นสวรรค์ของสาวไซส์ XL อย่างฉันเชียวล่ะ ร้านซ่าร่าในประเทศนี้สามารถหาชุดแส็กใหญ่บิ๊กบึ้มโดยจ่ายแค่ไม่ถึงหนึ่งพันบาทไทย เจ๋งใช่ไหมล่ะ

มอสโควเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ สร้างตั้งแต่สมัยเจ้าชายยูริ โดลโกรูกี้เมื่อประมาณเก้าร้อยปีที่แล้ว(ค.ศ.1690) เป็นเมืองหลวงอยู่นานก่อนย้ายไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และกลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งในสมัยคอมมิวนิสต์ เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจ พิพิธภัณฑ์และศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ ซึ่งนับคือพระแม่มาเรียเป็นสำคัญ สังเกตได้จากที่ไหนเป็นวังและเป็นเมืองหลวงจะต้องมีโบสถ์อัสสัมชัญ ถือเป็นโบสถ์หลวงในการทำศาสนพิธี เวลาเข้าโบสถ์อย่าลืมทำตัวสงบเสงี่ยมและสวมผ้าคลุมผมเป็นการเคารพสถานที่กันด้วยนะคะ

เมื่อมีเวลาจำกัด เราจึงเที่ยวในมอสโควเฉพาะบริเวณจัตุรัสแดง ถ้ามีเวลาเหลือเฟือ อาจไปเดินเก๋ๆที่ถนนอารบัต ถนนสายศิลปะ แต่ข้าวของแพงมากสามารถขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลไปได้ หรือจะช็อปปิ้งของพื้นเมืองที่ตลาดนัดแบบถูกและคุณภาพดี แต่จะเปิดเฉพาะเสาร์อาทิตย์ ก็ต้องย่าน Izmailovsky ที่นี่มีโรงละครสัตว์อยู่ไม่ไกล สามารถดูรอบซื้อตั๋วเข้าชมได้เลย ขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินไปถึงแน่นอน แนะนำให้ซื้อตั๋วสิบเที่ยว 300รูเบิล ใช้ได้เจ็ดวัน ก็สะดวกดีไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋วใหม่บ่อยๆ

จัตุรัสแดงมีอะไรบ้าง? ก็มีพระราชวังเครมลิน ซึ่งบูรณะใหม่หลังประกาศอิสรภาพจากมองโกล(พ.ศ.2028-2038)เป็นสถาปัตยกรรมแบบบารอกและคลาสสิค โบสถ์เซนต์เบซิลทรงหัวหอมสีๆหรือชื่อทางการคือ Cathedral of the Intercession of the Virgin ที่ใครต้องไปเก็บภาพก็สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการได้ชัยชนะในครั้งนี้ รั้วพระราชวังทาสีแดง ล้อมรอบพื้นที่ภายในที่เป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีพื้นที่170ไร่ กว้างมากดังนั้นควรไปต่อคิวซื้อบัตรตั้งแต่เช้า เปิดเวลาสิบโมงแต่เก้าโมงครึ่งแถวก็เกือบกิโลไปแล้ว ภายในมีสถานที่ให้เที่ยวชม 12 แห่ง การตรวจตรากระเป๋าและฝากของค่อนข้างเข้มงวด จะบันทึกภาพต้องไปจ่ายเงินที่ด่านก่อนด้วย เสียเวลามากมาย หากจะเข้าไปชมสมบัติของชาติรัสเซียที่ถือว่าร่ำรวยที่สุดราชวงศ์หนึ่งในโลก ก็ต้องไปต่อคิวซื้อบัตรเพื่อเข้าชมในพิพิธภัณฑ์อาร์เมอรีแยกอีกที มิเช่นนั้นก็เอาแค่เดินดุ่มดูวิหารต่างๆได้แก่ วิหารอัสสัมชัญ วิหารดอร์มิชั่น วิหารอันนันซิเอชั่น วิหารอาร์คแอนเจิล ไมเคิล ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์(Tsar Cannon)กับระฆังยักษ์ที่แตก(Tsar Bell) แล้วค่อยออกมาเดินเล่นจัตุรัสแดง

คนมักเข้าใจผิดว่าแดงหมายถึงเลือด แต่จริงๆแล้วมาจากภาษารัสเซียโบราณ คราสนายา ที่หมายถึงลานสีแดงแห่งความสวยงาม แต่ก่อนเคยเป็นตลาดนัด ปัจจุบันกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของรัสเซีย สุสานของเลนินอยู่ทางด้านหน้า ยังมีคนถือดอกไม้มาไหว้เคารพศพ เขายกย่องว่าท่านเป็นวีรบุรุษ ขณะที่ผู้นำรุ่นน้องอย่างสตาลินกลับเป็นที่ชิงชัง จากการสังหารคนในชาติเรือนล้าน แม้กระทั่งเพื่อนรอบข้างเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามและปูทางสู่บัลลังก์แห่งอำนาจแก่ตน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อยู่ถัดไปไม่ไกล และก็มีบอลชอยส์เทียร์เตอร์ สำหรับผู้ที่สนใจดูบัลเล่ต์ รวมทั้งห้างเก่าแก่ ให้ออกแรงช็อปปิ้ง ห้าง Gum ออกเสียงว่ากุม ไม่ใช่กัมที่แปลว่าเหงือกหรอกนะคะคุณหมอฟัน

ส่วนใครสนใจศิลปะต้องไปเดินพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพุชกิ้น แต่ผิงผิงไม่อินเมื่อเห็นแถวยาวเหยียด ขอเดินข้ามฝั่งถนนมาชมโบสถ์หอมสีทอง วิหารแห่งพระเยซูพระผู้ไถ่ สร้างขึ้นใหม่ได้ไม่นาน แต่เดิมนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะต่อทัพของนโปเลียน แต่สตาลินกลับเห็นว่าเป็นความอัปลักษณ์ของยุคอัตตาธิปไตย จึงสั่งระเบิดทิ้งเสียอย่างนั้น แล้ววางแผนสร้างตึกสูงระฟ้า ให้ชื่อว่าวังโซเวียต แต่แผนการนี้ไม่สำเร็จ รอยระเบิดจึงกลายเป็นสระน้ำสาธารณะ และโบสถ์ที่สร้างใหม่นี้ ยังได้อัญเชิญอัฏฐิของราชวงศ์โรมานอฟทุกพระองค์ที่ถูกสังหารในบ้านอิมปาตีฟมาบรรจุไว้ ณ ที่แห่งนี้

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ต้องรีบขึ้นรถไฟฟ้าความเร็วสูง น้องแสบแสน (Sapsan) เพื่อไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สองสาวยังไม่รู้เลยว่าไปขึ้นตรงไหน จะหลงจนตกรถหรือเปล่าก็ยังเสียวๆ ขอรองท้องด้วยแม็คโดนัลล์สาขาแรกในรัสเซียเสียก่อน พอมีเรี่ยวแรงแล้วค่อยว่ากัน

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com