Column ประจำ
Sponsor

“เยือนอินเดีย เยี่ยมแคชเมียร์” สัมผัสอ้อมกอดเทือกเขาหิมาลัย ตระการตากับดอกไม้นานาพรรณ สวยงามเหนือคำบรรยาย

โดย : ผศ.ดร.ทรงวุฒิ ตวงรัตนพันธ์
Tags : แคชเมียร์ , อินเดีย , จัมมูแคชเมียร์ , KASHMIA , สวรรค์บนดิน , เที่ยว อินเดีย , ผศ.ดร.ทรงวุฒิ ตวงรัตนพันธ์

แคชเมียร์ หรือ จัมมูแคชเมียร์ (JAMMU AND KASHMIA) เป็น 1 ใน 28 รัฐตามการปกครองของประเทศอินเดีย ที่อยู่ทางทิศเหนือสุดของประเทศอินเดีย มีเขตแดนติดต่อกับประเทศปากีสถานทางด้านตะวันตก และทางเหนือของที่ราบทิเบต มีเมืองศรีนาคาร์เป็นเมืองหลวงโดย รัฐแคชเมียร์ แบ่งเป็น 3 เขต คือ ลาดัด จัมมู และ ศรีนาคา

  • ลาดัด (LADAH) เป็นชุมชนชาวพุทธที่ได้รับอิทธิพลจากทิเบต ลักษณะผู้คนการแต่งกายอาจจะเรียกได้ว่า ทิเบตน้อย มีพื้นที่ราบที่เรียกว่า SUNSCAR เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
  • จัมมู เป็นเมืองหลวงในฤดูหนาวของแคชเมียร์ ชาวลาดัดจะเคลื่อนย้ายลงมาที่จัมมูเพื่อหลบความหนาวเย็น
  • ศรีนาคาร์ เมืองหลวงในฤดูร้อนเป็นเมืองที่เป็นดินแดนแห่งทะเลสาบที่น่าสนใจคือ ทะสาบดาล (DAL LAKE) และสายน้ำ สายดอกไม้

การเดินทางไปแคชเมียร์ สายการบิน Indigo เป็น สายการบิน Low cost ของอินเดีย เปิดโปรโมชันต้อนรับการท่องเที่ยวจากไทยมายังอินเดีย ใช้เวลาการเดินทางบินเครื่องบิน 4 ชั่วโมง มาลงที่นิวเดลี จากนิวเดลีนั่งเครื่องบินในประเทศมายังสนามบินศรีนาคาร์อีก 2 ชั่วโมง

แคชเมียร์ หลายคนมักเรียกว่า “ดินแดนสวรรค์บนดิน” บ้างก็เปรียบเทียบว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเอเชีย ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมาเยือนแคชเมียร์สักครั้ง แต่ในหลายสิบปีที่ผ่านมานับตั้งแต่อังกฤษได้ให้อิสรภาพแก่ประเทศอินเดีย และประเทศปากีสถาน แคชเมียร์ก็เป็นดินแดนที่มีปัญหาสู้รบระหว่างอินเดียและปากีสถานมาตลอด และทั้งสองประเทศก็ได้สงบศึกมาได้สัก 10 ปี ที่ผ่านมา แต่ตามเมืองต่างๆของแคชเมียร์ก็ยังเห็นทหารอินเดียถือปืนยืนตระหง่าน บางสถานที่ยังเห็นบังเกอร์ทหารเรียงรายอยู่ ประชากรของรัฐแคชเมียร์ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมที่มีความสัมพันธ์กับปากีสถาน มีประชากรแถบลาดัด ที่ติดทิเบตนับถือพุทธสายทิเบต ขณะที่ประเทศอินเดียประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู แคชเมียร์จึงเป็นพื้นที่พิพากระหว่างอินเดียกับปากีสถาน

เมื่อมาถึงแคชเมียร์ สิ่งแรกที่เป็นที่ประทับใจก็คือที่พักโรงแรม เพราะที่พักที่ แคชเมียร์อยู่บนเรือ เรียกว่า BOAT HOUSE มีบ้านเรือเต็มไปหมดตลอดริมฝั่งแม่น้ำและทะเลสาบดาล (DAL LAKE) ลักษณะบ้านเรือทำด้วยไม้สลักอย่างสวย อายุมากกว่า 30 ปี บางลำหรือบางบ้านอายุมากกว่า 100 ปี ภายในเรือมีห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว บางเรือมี 2 ห้อง บางเรือมี 3 ห้อง ยังมีห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร และมีดาดฟ้าเรือ เรือทุกลำมีเจ้าของเรือมาคอยรับ ตามประวัติศาสตร์เล่ากันว่า เมื่ออังกฤษเข้ามาครอบครองอินเดีย เจ้าผู้ครองเมืองแคชเมียร์ในขณะนั้นไม่อนุญาตให้คนอังกฤษสร้างบ้านบนผืนแผ่นดินหรือซื้อที่ดิน อังกฤษก็เลยสร้างเรือทำเป็นบ้านแทน และเมื่ออังกฤษปลดปล่อยอิสรภาพให้อินเดีย เรือที่อังกฤษสร้างก็ถูกยึดครองหรือซื้อด้วยคนพื้นถิ่น แต่ต่อมาก็พัฒนาต่อเติม ปรับปรุง เป็นบ้านเรือรองรับนักท่องเที่ยว

นอกจากบ้านเรือแล้วสถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองศรีนาคาร์ก็เป็นสวนดอกไม้หรือสวนโมกุล (Moghal garden) มีทั้งสวนนิชา สวนชาร์ลิมาร์ คงสงสัยกันว่าสวนแบบโมกุลเป็นยังไง สวนโมกุลก็คือสวนที่ตกแต่งแบบเปอร์เซีย มีน้ำพุ สระว่ายน้ำ และคลองอยู่ภายในสวน เช่น สวนชาลิมาร์ (Shalimar) เป็นสวนแห่งความรักที่กษัตริย์จาฮันจีร์สร้างเพื่อพระมเหสี NurJehan สวนโมกุลทั้งหลายเป็นสวนที่กษัตริย์ราชวงศ์โมกุลเป็นผู้สร้างขึ้นทั้งสิ้น

แล้วราชวงศ์โมกุลที่ปกครองอินเดียล่ะเป็นใคร ราชวงศ์โมกุลเป็นชาวมองโกล–เตอร์กิช (จำเจงกีสข่าน กุบไลข่านได้ไหม กุบไลข่านก็เป็นมองโกล-เตอร์กิช ที่ยกทัพมาตีจีน (มีทั้งกุบไลข่าน เจงกีสข่าน) นับถือศาสนาอิสลามจากดินแดนเอเชียกลางบุกเข้ามายึดครองอินเดีย เมื่อ 500 ปีก่อน และสถาปนาราชวงศ์โมกุล ปกครองอินเดียนานหลายศตวรรษ ทัชมาฮาล หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็เป็นกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลเป็นผู้สร้าง ในประเทศอินเดียจะเห็นสิ่งก่อสร้างด้วยราชวงศ์โมกุลมากมาย พระราชวังอัคราฟอร์ด ป้อมปราการประจำเมือง ซึ่งก็เป็นมรดกโลกแห่งหนึ่ง พระตำหนักมาซัมมันบูร์ซก็เช่นกัน

ก่อนหน้าที่มองโกล-เตอร์กิช จะมายึดครองอินเดีย ประชากรหลักของอินเดียเป็นชาวอารยัน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยคอเคซอยด์ (ยุโรป) มีรูปร่างสูงใหญ่ จมูกโด่ง อพยพถิ่นมาจากดินแดนเปอร์เซีย (อิหร่าน) และพวกอารยันก็กำหนดชนชั้นในสังคมเป็นสี่วรรณะ วรรณพราหมณ์ อ้างว่ามาจากพระโอษฐ์ พระพรหมมีหน้าที่เป็นนักบวช ครู แพทย์ วรรณกษัตริย์ออกมาจากส่วนแขนของพระพรหมมีหน้าที่เป็นนักรบ นักปกครอง วรรณแพทย์ออกมาจากส่วนท้องของพระพรหมมีหน้าที่เป็นพ่อค้า สามชนชั้นจัดเป็นวรรณะของอารยัน ส่วนวรรณศูทรออกมาจากพระบาทของพระพรหม มีหน้าที่เป็นกุลีแรงงาน คนทำความสะอาด กลุ่มนี้เป็นชาวทราวัฑ เป็นประชากรที่อยู่แห่งใต้ของอินเดีย เป็นคนพื้นถิ่นอินเดียมาแต่โบราณกาลก่อนอารยัน เป็นสายพันธุ์มองโกลอยด์หรือชาวอินเดีย และวรรณสุดท้ายคือ จัณฑาล หรือคนที่เกิดจากพ่อแม่ที่แต่งงานข้ามวรรณะ ให้ถือเป็นคนนอกวรรณะ ตราบจนวันนี้ แม้ว่าอินเดียจะมีกฎหมายยกเลิกวรรณะ แต่โดยพฤตินัยอินเดียยังคงอนุรักษ์จารีตประเพณีว่าด้วยวรรณะอย่างเหนียวแน่น

นอกจากสวนโมกุลที่มีเสน่ห์ในแคชเมียร์แล้ว กุลมาร์ค (Gulmarg) และ โซนามาร์ค (Sonamarg) ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวเพื่อเล่นสกี ส่วนในฤดูร้อนก็เป็นทุ่งดอกไม้ ป่าสน โดยบนยอดเขาก็ยังคงเห็นหิมะปกคลุม

สิ่งที่น่าสนใจของแคชเมียร์ที่พลาดไม่ได้ก็คือ แคชเมียร์แพชมิน่า (Kashmir Pashmina) ได้รับยกย่องว่าเป็นผ้าที่มีความอ่อนนุ่ม อุ่นสบายระดับพรีเมียม ถักทอด้วยเส้นใยที่นำมาจากขนส่วนเคราของแพะภูเขาที่มีถิ่นที่อยู่บนเขาส่วนใหญ่ และจะลงมาหากินบริเวณเนินเขาในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ทำให้ผ้า Pashmina มีราคาค่อนข้างแพง นอกจาก Pashmina แล้ว พรมที่ถักทอที่แคชเมียร์ก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน และ ยังมีของที่ระลึกที่ทำจากกระดาษ Paper Mache หัตถการที่ทำด้วยกระดาษ

ไม่ว่าจะเป็นแคชเมียร์ หรือ ทั้งประเทศอินเดีย สิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือคนขายของส่วนใหญ่เป็นผู้ชายทั้งสิ้น ขายอาหารในตลาดสด แม้แต่คนรับใช้ในบ้านเรือก็เป็นผู้ชาย เพราะด้วยวัฒนธรรมทางอินเดียยังคงยึดมั่นให้ผู้หญิงอยู่กับบ้าน ดูแลบ้าน ปรนนิบัติ พ่อ แม่ สามี และเลี้ยงลูก ผู้ชายออกนอกบ้านทำมาหากิน หาเงินทองเข้าบ้าน ผู้หญิงเมื่อแต่งเข้าบ้านผู้ชายก็กลายเป็นทรัพย์สินของผู้ชาย ดูแลปรนนิบัติพ่อแม่สามี จะกลับบ้านฝ่ายหญิงเยี่ยมพ่อแม่ก็ต้องขออนุญาตก่อน

เมื่อมาอินเดีย สิ่งที่ต้องปรับตัวก็คือเรื่องปากท้อง คนอินเดียรับประทานอาหารสายมาก มื้อเช้าประมาณ 8 โมงเช้า มื้อกลางวันประมาณ บ่ายโมง ถ้าต้องเดินทางท่องเที่ยวบางมื้ออาจจะบ่ายสองหรือบ่ายสาม ส่วนมื้อเย็นประมาณ 3-4 ทุ่ม อาหารทางอินเดียส่วนใหญ่เป็นแป้ง และผักอุดมด้วยเครื่องเทศ

การเดินทางบนท้องถนนในเมืองมีทั้งรถยนต์ รถจักรยาน รถเข็น รถลาก และรถเทียมวัว ปะปนกันอย่างมีเสน่ห์ และการขับรถของคนอินเดียใช้สัญญาณบีบแตรเป็นหลัก บีบกันดังลั่นแต่ก็ไม่มีใครจอดรถลงมาหาเรื่องกัน ส่วนผู้คนเยอะมากตามป้ายรถเมล์แต่ละจุด บางจุดล้นมาที่ถนน อินเดียจึงมีเสน่ห์ท่ามกลางความวุ่นวาย

ขอย้อนกลับมาสู่เมืองนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดียถ้าจะสื่อสารกับคนอินเดียว่าจะไปเมืองเดลี เขาจะต้องถามกลับเสมอว่าจะไป Old Delhi หรือ New Delhi ใช่แล้วเมืองก็ Delhi ถูกแบ่งเป็นเมืองเก่ากับเมืองใหม่เมืองเก่าเป็นเมืองเดิมสมัยที่กษัตริย์ราชวงศ์โมกุลสร้างไว้เป็นอารยธรรมเดิม แต่เมืองใหม่ New Dheli เป็นเมืองที่อังกฤษสร้างและพัฒนาพื้นที่ฝั่งตรงข้ามเมืองเก่าเป็นอารยธรรมตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ประเทศอินเดีย ผู้คนอินเดีย วัฒนธรรมประเพณี ก็ยังมีสิ่งที่น่าเรียนรู้ ในประเทศอินเดียมีอารยธรรมและประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย สังเกตได้ว่านอกจากศาสนาฮินดู พราหมณ์ในอินเดีย ยังมีอิสลามซึ่งถูกนำมาจากแถวมองโกล-เตอร์กิช หรือราชวงศ์โมกุล นอกจากนี้ก็ยังมีศาสนาพุทธอีก

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com