Column ประจำ
Sponsor

Kalajun เป็นภาษาคาซัค (Kazak) มีความหมายว่า “ ป่าอันมืดทึบ” โดยทั่วไปชาวคาซัคมักอาศัยอยู่ตามท้องทุ่งหญ้า ใช้ชีวิตแบบเร่ร่อนเรียบง่าย อันเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมมานานนับร้อยปี เป็นเสน่ห์ง่ายๆของทุ่งหญ้าแห่งนี้

ข้อความโฆษณาทุ่งหญ้านี้ว่า “ The Beautiful Grassland are like a Landscape Painting. Sky is Blue, Cloud is so White. “ ปลุกต่อมการเดินทางโดยฉับพลัน ไม่ได้แล้วต้องตามไปพิสูจน์ ใครเป็นสาวกอิมเพรสชันนิสท์ แบบโมเนต์ แวนโก๊ะ แล้วละก้อ อารมณ์คงฟุ้งกระจาย ฝันหวานไปเลยเชียว

เพื่อนๆมีคำถามว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง กันดารไหม อาหารการกิน ที่อยู่หลับนอนเป็นประการใด ตอบแบบสั้นๆว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เราไปแบบไพรเวททัวร์ ไฮโซทัวร์ อย่านึกว่าจะไปคาลาจุน ต้องเป็นคาราวานทัวร์ โนโน ไม่ใช่เลย ทัวร์นี้เดินทางด้วยรถโฟร์วีล ขับเคลื่อนสี่ล้อ คันละไม่เกิน 4 คน รวมค่าอาหารที่พักพร้อม แถมทัวร์เรามีไวน์แดง ไวน์ขาวบริการด้วยอีกต่างหาก ไฮโซไหมละ

จากข้อมูลที่ทัวร์ส่งมาให้เป็นภาษาจีน การเดินทางต้องไปลงที่อูรูมูฉี แล้วนัดพบกันที่สนามบิน กว่าจะหาจุดนัดพบกันได้เกือบแย่ เพราะไปรอกันคนละเทอร์มินอล ตูจะรู้หรือสนามบินเมืองนี้มีสองเทอร์มินอล คนขับรถมารอรับแล้วนำพาไปส่งโรงแรมที่ ในเมืองอูรูมูฉี พร้อมรอรับเงินส่วนที่เหลือในการจองทัวร์ จ่ายไปตัวเบาเลย พรุ่งนี้เริ่มรายการทัวร์ได้เลย

เป็นชื่อเรียกในแบบภาษาต่างๆ มีความหมายว่า “ประทานพร” Sayram Lake เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่บริสุทธิ์แห่งตะวันตก ดุจดังไข่มุกเม็ดงามที่ประดับบนเส้นทางสายไหม เป็นทะเลสาบอัลไพน์ที่ใหญ่ที่สุดในเขตซินเจียง เกิดจากการยุบตัวของเทือกเขาหิมาลัยเมื่อ 70 ล้านปีก่อน มีขนาดพื้นที่ 460 ตารางกิโลเมตร ความยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ยาว 30 กิโลเมตร ความยาวจากทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตกยาว 20 กิโลเมตร ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ที่ระดับ 2,073 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ส่วนลึกที่สุดของทะเลสาปอยู่ที่ 86 เมตร พื้นน้ำอันราบเรียบราวสีเขียวมรกต มีระลอกคลื่นเล็กๆบนผิวน้ำยามต้องสายลม ส่งประกายระยิบเมื่อต้องแสงแดดอ่อนของยามเย็น มองไปทะเลสาบนี้ถูกรายล้อมไปด้วยเทือกเขาเทียนซาน ป่าไม้นั้นก็เขียวขจี ที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วย สนไซเปรส สนซีดาร์ ฤดูใบไม้ผลิแห่งเดือนมิถุนายน เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ป่าที่แอบซ่อนในผืนดิน ได้เวลาผลิดอกอวดใบแข่งขันกันอย่างไม่ยอมแพ้กัน อันเป็นความงามที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันการประกวดครั้งนี้ได้เลย “Colorful Sea of Flowers”

ท้องทุ่งทะเลของมวลดอกไม้ป่า สวยจนพวกเรายอมที่จะลงเกลือกกลิ้งลงบนพื้นหญ้า ทั้งๆที่พื้นหญ้านั้นอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุอันเป็นประโยชน์ของพืช ไม่ต้องลำบากบรรยาย อุจจาระนี่เอง คงเป็นขี้แพะขี้แกะขี้ม้า หรือขี้จามรีนี่แหละ แต่เพื่อความงามของภาพถ่าย ยอมทนอยู่ได้หลายเทค แลเห็นสัตว์กินหญ้าอาศัยแทะเล็มหญ้า อยู่ตามรอบท้องทุ่งหญ้าริมทะเลสาบ ฝูงนกและหงส์ลงเล่นน้ำกันอย่างมีความสุข รถพาเราวิ่งวนจนรอบทะเลสาบ ขึ้นจุดสูงสุดชมวิวจากที่สูง จุดไหนดอกไม้ป่าขึ้นหนาแน่นพวกเราไม่รีรอขอให้สารถีคนดี จอดหน่อยเพื่อถ่ายรูปกันอย่างมีความสุข จนลืมสังขารและความอาย

ค่ำคืนนี้เราพักที่โรงแรมที่ตั้งอยู่เหนือทะเลสาบ แต่ถ้าใครอยากจะพักในบรรยากาศแบบกระโจมมองโกล เห็นมีให้เช่าพักค้างคืนกันมากมาย โรงแรมที่พักนั้นดีพอควร มองเห็นวิวสวย หน้าโรงแรมเห็นมุมสวยของหุบเขาผลไม้ Fruit Valley หรือ Guozigou แหล่งผลิตผลไม้อันเลิศรส อาทิเช่น แอปเปิล สาลี่ แอปริคอท ท้อ แตงโม ทับทิม หรือพุทราจีน แวะซื้อชิมจนติดอกติดใจจนซื้อกันหลายรอบ

การเดินทางไปยังเมืองอีลี่ Iili หรือ Yili ต้องผ่านหุบเขานี้ ระหว่างทางเต็มไปด้วยภูเขาสูง แม่น้ำ ช่องเขา สันเขาสูง จนมีคำเรียกว่าเป็น สวิสเซอร์แลนด์เมืองจีน ผ่านสะพานแขวนที่สูงจนน่าอัศจรรย์ใจ ผ่านทุ่งดอกไม้ Rape และทุ่งลาเวนเดอร์ ที่ตอนนี้มีแต่ทุ่งที่ว่างเปล่าเพราะพวกเรามาช้า เกินไป มีการเก็บเกี่ยวไปแล้ว ปกติเดือนมิถุนายนจะเห็นเป็นทุ่งสีม่วงหม่นเต็มท้องทุ่งสุดลูกหูลูกตา เราจึงได้ชมแต่ในแปลงสาธิตของโรงงานสกัดน้ำมันจากลาเวนเดอร์แทน

Iili Kazak region ได้รับฉายาว่า The Most Beautiful Place in Xinjiang แหล่งผลิตและปลูกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน เนื่องจากมีอากาศที่มีความคล้ายคลึงกับเมืองโพรวองส์ของฝรั่งเศสมากที่สุด ถ้าใครมาในเดือนมิถุนายน เดินทางไปทางไหนจะเห็นลาเวนเดอร์ทุ่งสีม่วงส่งกลิ่นหอมชื่นใจลอยไปกับสายลม

เมืองที่มีผังเมืองเป็นรูปแปดเหลี่ยม ได้รับการบันทึกจากกิเนสบุค ว่าเป็นเมืองแปดเหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เราพักที่เมืองนี้หลายคืนด้วยว่าเป็นศูนย์กลางในการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ เช่น Kalajun Grassland และ Bayinbuluke

ความงดงามได้ถูกถ่ายทอดลงสู่บทโคลงกลอน มาแต่โบราณ และสู่ภาพถ่ายโดยช่างภาพชื่อดัง ยิ่งในฤดูร้อนของทุกปี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักเดินทางมาพักผ่อนและเป็นที่ใฝ่ฝันของหนุ่มสาวเพื่อมาทัศนาจรและถ่ายภาพงานวิวาห์

ทุ่งหญ้าสลับเนินเขาอันกว้างไกลสุดสายตา ภูเขาและเนินเขาที่ซ้อนทับหลายหลากชั้น สีเขียวสด สีเขียวอ่อนแก่จากทุ่งหญ้าที่ปกคลุม แสงและเงาที่ปรากฏเป็นมิติสีอ่อนสีแก่อันเกิดจากเงา องศาที่ทาบทับ สีสันอันหลากสี ก่อเกิดมุมมองมุมกล้องที่เป็นสวรรค์ของช่างภาพอย่างแท้จริง ฝูงแกะและวัวยืนแทะเล็มหญ้าอ่อนมองเห็นแต่ไกลเห็นเป็นจุดสีขาว จุดสีดำ เป็นองค์ประกอบภาพที่งดงามยิ่ง ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมดินแดนแห่งนี้จึงเป็นสวรรค์ของนักถ่ายภาพ และเจ้าหญิงกำมะลอ ที่เป็นละครจีน มีบทตามท้องเรื่องกล่าวถึงดินแดนนี้ โดยให้สมญานามว่า “เจียงหนานด่านนอก”

ผืนหญ้าที่ปกคลุม ดารดาษไปด้วยมวลดอกไม้ป่า ประมาณพื้นพรมดอกไม้ป่า เดี๋ยวจะคิดว่าบรรยายเวอร์ รีบดูรูปประกอบเลย ดอกเอลเดอร์ไวท์(ดอกไม้ประจำชาติสวิส) ออกดอกเยอะมากๆๆๆ เสียงกรี๊ดกร๊าด ขอถ่ายมุมนี้มุมนั้นจนมึน เพราะสวยจริงๆทุกมุมมอง อย่าลืมที่ยืนนั้นเป็นยอดเนินเขา มีความเสี่ยงลื่นไถลตกเขาเอาง่ายๆ แต่ถึงตกคงไม่ตาย เพราะมีพรมดอกไม้รองรับไว้ เนินเขาไม่สูงชันมากนัก การเดินทางจึงต้องใช้รถโฟว์วีล ไม่แปลกใจเลยที่ทัวร์ใช้รถแบบนี้ เพราะสามารถบุกป่าลุยเขาได้อย่างสบาย รถของพวกเรามาจอดที่ยอดเนินเขา อันเป็นจุดที่สวย มองไปได้โดยรอบข้างแบบวิว 360 องศา สองโชเฟอร์จัดเตรียมอาหารแบบปิคนิก ก่อเตาไฟย่างเนื้อแพะ นอกจากนั้นยังมีแป้งขนมปัง คล้ายโรตี มีผลไม้ ไวน์ เบียร์และ น้ำดื่มสาระพัด ปกติเป็นคนไม่ชอบกินเนื้อแพะเพราะทนกลิ่นสาบไม่ไหว แต่แปลกแพะที่นี่ไม่มีกลิ่นสาบแบบที่คิดเลย ทำให้กินได้อย่างสนิทใจ ใจคิดถ้ามีน้ำจิ้มแจ่ว คงอร่อยแซบอีหลีกว่านี้ พวกเรานั่งบนพรมดอกไม้ แรกๆกลัวว่าจะนั่งทับดอกไม้ที่สวยงาม แต่ช่วยไม่ได้ไม่มีพื้นที่ว่างที่ไม่มีดอกไม้เลย เลยเลือกนั่งโดยไม่ต้องคิดมาก ปิคนิกทานอาหารดื่มไวน์ไปชมวิวไปอย่างมีความสุขที่สุด

เป็นที่ลุ่มชุ่มน้ำตอนกลางของเทือกเขาเทียนซาน โดยเขาเทียนซานนั้นโอบรอบทางตอนเหนือและทางตะวันออกเฉียงใต้ มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งว่า เป็นแหล่งขยายพันธุ์และแหล่งพำนักพักพิงของสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะอาจกล่าวได้ว่าเป็นสวรรค์ของบรรดาหงส์ป่า จนเป็นที่มาของสถานที่นี้ว่าเป็น Swan Lake ลุ่มน้ำลำธารที่เกิดจากการละลายตัวของหิมะจากยอดเขาเทียนซาน ไหลมารวมกันจนเป็นทะเลสาบน้อยใหญ่ และเป็นแหล่งน้ำใต้ดินที่สำคัญ จัดเป็นทุ่งหญ้าที่ใหญ่เป็นลำดับสองของประเทศจีน

การเดินทางจากเมืองแปดเหลี่ยม ผ่านเทือกเขาสวยงามถนนอย่างดี ผ่านทุ่งหญ้า Naraty จนมาถึงเมือง Bayinbuluke ในตอนเย็น เมืองนี้เล็กๆ สงบเงียบ ส่วนใหญ่จะเห็นแต่นักท่องเที่ยว และมีโรงแรมขนาดเล็กสองข้างถนน ถนนหลักมีสายเดียว สังเกตเสาไฟฟ้าสองข้างทางเป็นรูปหงส์ป่าเกาะอยู่ที่ยอดเสา (นึกถึงบ้านเรา ทุกจังหวัดมีเสาแบบเดียวกันแต่เป็นรูปกินนรีเกาะเหมือนกันทุกจังหวัด ไม่คิดทำรูปอื่นกันบ้างเลยหรือไร ลอกกันดื้อๆแบบนี้ทุกจังหวัด น่าเบื่อชะมัด)

หลังจากเก็บกระเป๋าเข้าห้องพักโรงแรมแล้ว ยามเย็นออกเดินทางไปอุทยาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ประตูทางเข้าทันสมัย อาคารที่จำหน่ายบัตรผ่านประตูใหญ่โตดูดี เสียค่าผ่านประตูและค่ารถโดยสารที่เดินทางในอุทยานแล้ว ทุกคนจะต้องมาขึ้นรถที่อุทยานจัดไว้ให้ ไม่อนุญาตให้เอารถส่วนตัวเข้าไป

รถบัสขนาดกลางนำนักท่องเที่ยวลัดเลาะภูเขาน้อยใหญ่ เริ่มเข้าสู่บริเวณทุ่งหญ้าลุ่มน้ำ แลเห็นแอ่งน้ำ สายลำธารเล็กๆ ไหลคดเคี้ยววกวนไปมาผ่านบนทุ่งหญ้าสีเขียว ที่เห็นไกลเป็นกระโจมมองโกลที่พักชาวคาซัค อาณาเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ถึง 23,000 ตารางกิโลเมตร เป็น Swan Nature Reserve แหล่งพักพิงอาศัยอนุรักษ์ของหงส์ป่า รวมทั้งนกป่า นกเป็ดน้ำ ที่อาศัยหลบภัย หลบหนาว แหล่งหากินอันสมบูรณ์อย่างไร้กังวล จนได้สมญานามว่า “Swan Lake” แลเห็นหงส์ป่าร่อนลงอย่างประปราย ด้วยนั่งในรถใหญ่ จึงมองเห็นลำบาก

สิ้นสุดจุดที่รถมาส่ง ต้องเดินทางด้วยเท้าต่อ ระยะทางการเดินประมาณครึ่งชั่วโมง มีทางเดินที่ปูด้วยไม้ทำเป็นทางเดินอย่างดี สามารถชมวิวได้เป็นระยะ ทางเดินจะค่อยๆสูงชันขึ้น ยิ่งสูงจะเห็นวิวที่สวยมากยิ่งขึ้น ในที่สุดพวกเรามาถึงจุดชมวิวที่สูงสุดและเป็นจุดที่สวยที่สุด สามารถมองเห็นแม่น้ำไคตู๋เหอ ที่ไหลคดเคี้ยว โค้งไปมา วกวนไปตามทุ่งหญ้า และลำธารเล็กๆ ปรากฏภาพพาโนรามาเป็น 9 คุ้งน้ำ 18 คุ้มโค้ง โดยมีเทือกเขาเทียนซานปรากฏเป็นฉากหลัง

จนอดใจคิดไม่ได้ว่านี่เป็นธรรมชาติสร้างหรือนี่ อาทิตย์ยามเย็น ส่องแสงสาดสีทอง ลอดมาตามช่องโหว่ของเมฆ ปรากฏลำแสงสีสันอัศจรรย์ อดเพ้อไปว่า นี่เทวดาคงมาแสดงคอนชาโต้แห่งแสงและสีอันยิ่งใหญ่ให้ชมหรือไร อาจกล่าวได้ว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เห็นภาพแสงอาทิตย์และเมฆที่สวยที่สุด ความสวยทำให้เฝ้ามองตลอดเป็นเวลาเกือบชั่วโมง ถ่ายรูปอย่างไม่รู้เบื่อ ทั้งๆ ที่รู้ว่าถ่ายได้ไม่ดีนัก

Na ra ti หรือ Narat เป็นภาษามองโกล หมายถึงแสงอาทิตย์ ตั้งอยู่บนเส้นทางหลักของการเดินทาง มีความยาว 150 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 3,000 - 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทุ่งหญ้าทางตอนเหนือเป็นหน้าผาลาดชัน ที่หันหน้าปะทะกับลมมรสุม ทำให้เกิดเป็นแหล่งดินดำน้ำชุ่ม เป็นพื้นที่เพาะปลูกแอปเปิลป่า เป็นหนึ่งในดินแดนที่ได้รับการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ถนนหลวงแห่งชาติสาย 218 ที่ผ่านทุ่งหญ้านาราถี ตอนเหนือตัดผ่านเทือกเขาเทียนซานจากตอนล่างสู่ตอนบน เป็นเส้นทางขากลับของเราจาก Bayinbuluke กลับสู่ Urumqi เส้นทางนี้ได้ชื่อว่า “Garden Highway” ป่าหนาแน่นสองข้างทาง ทุ่งหญ้าเขียวขจี สองข้างทางปกคลุมดอกไม้ป่า เทือกเขาเทียนซานล้อมอยู่สามด้าน มีแม่น้ำไหลผ่านถึงสามสาย

แม่น้ำอีลี่อยู่ทางตะวันตก ไหลวกวนผ่านหุบเขาจนมาสุดที่หุบเขาอีลี่ โดยแม่น้ำอีลี่เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำสามสาขา อันได้แก่ แม่น้ำคาสือ (Kashi) แม่น้ำกังไห่นสือ (Kanas) และแม่น้ำเท่อเค่อสือ(Tekes) ระหว่างทางพวกเราได้ลองขี่ม้าในทุ่งหญ้าเขียวสดนี้ด้วย

ช่วงเดินทางตัดผ่านช่องเขา หิมะได้ตกมาอวยพรส่งท้ายอย่างชื่นมื่น หมอกเริ่มหนาตัว ปกคลุมภาพที่ความงามความประทับใจที่ผ่านมา ให้เลือนราง แต่ไม่สามารถลบจากความทรงจำของพวกเราเลย ทุกคนจะกล่าวเป็นเสียงเดียวว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ประทับใจและสนุกสุดๆครั้งหนึ่งในชีวิต

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com