Column ประจำ
Sponsor

“ฒ.ผู้เฒ่าฟันดี”

โดย : ผศ.ทพ.ดร.อนุพันธ์ สิทธิโชคชัยวุฒิ

สวัสดีครับวันนี้ผมจะขอเล่าเรื่องดีๆ ที่นิสิตทันตแพทย์กลุ่มหนึ่ง จากรั้วมหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันโครงงาน “กล้าใหม่...สร้างสรรค์ชุมชน” ชิงถ้วยพระราชทานในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารไทยพาณิชย์จัดขึ้นมุ่งหวังให้นิสิตนักศึกษานำความรู้ที่เป็นทฤษฎีและประสบการณ์จากการศึกษาในสถาบันการศึกษามาคิดสร้างสรรค์ จัดทำเป็นแผนการดำเนินงานและกิจกรรม เพื่อประโยชน์ของคนในชุมชนที่อยู่ไม่ไกลจากสถาบันการศึกษาของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และสามารถบูรณาการการเรียนรู้ประสบการณ์ จากการเข้าร่วมโครงการไปประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงานจริงของตนเอง ตลอดจนได้มีโอกาสสร้างสัมพันธภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างเพื่อนนิสิตนักศึกษา ทั้งจากสถาบันการศึกษาเดียวกันและต่างสถาบันการศึกษา ก่อให้เกิดการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อการทำดีร่วมกันในอนาคต การแข่งขันมีรอบคัดเลือก 3 รอบ ก่อนจะถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะตัดสินโดยการนำเสนอแผนโครงงานและลงมือปฏิบัติจริงที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือชุมชนให้มีการพัฒนาและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนครับ

ผมในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการรู้สึกชื่นชมน้องๆ กลุ่มนี้ที่ได้พยายามทำหลายสิ่งที่ดี และมีประโยชน์จนเป็นที่ยอมรับของคณะกรรมการผ่านการแข่งขันเข้ามาถึงในรอบ 20 ทีม สุดท้ายจากทั่วประเทศ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 75,000 บาท/โครงการ โดยจะเข้าร่วมนำเสนอผลการปฏิบัติงานในชุมชนรอบชิงชนะเลิศประมาณเดือนเมษายนปีนี้ครับ ซึ่งจริงๆ แล้วการที่น้องๆ กลุ่มนี้ผ่านการคัดเลือกมาได้ถึงรอบที่ 3 ก็เรียกว่าเกินคาดนะครับ เพราะว่าปกติผมคุมทีมวิจัยเด็กนักเรียน ผมจะทำในเชิงเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการและคลินิกมากกว่านะครับ ปีนี้นั่งคุยกับน้องและอยากลองเปลี่ยนแนวสร้างนวัตกรรมอะไรสักอย่าง โดยเริ่มจากน้องๆไปค้นคว้าหาข้อมูลว่าจะทำนวัตกรรมอะไรดี ประจวบกับผมเองดูแลในภาควิชาปริทันตวิทยาที่เจอผู้สูงอายุเยอะมาก แล้วเราก็เจอว่าคนไข้ผู้สูงอายุในชุมชนรอบมหาวิทยาลัยที่เราลงไปช่วยดูแลฟัน รักษาฟัน อุดฟัน รักษาเหงือกบ่อยครั้งมาก แต่ทุกๆ ครั้งที่ไปก็ยังเจอปัญหาในช่องปากอยู่เรื่อยๆ มันไม่หมดไปซักทีแถมยังดูเหมือนจะเยอะมากขึ้นด้วย เราก็เลยมานั่งลองคิดว่าประเด็นสำคัญ คือ น่าจะอยู่ที่การดูแลตัวเองของคนไข้นะครับ พวกเราก็เกิดข้อสงสัยในคลินิกว่าทำไมกลุ่มคนไข้วัยรุ่นที่เรารักษาโรคปริทันต์ไปแล้ว อัตราการกลับมาเป็นโรคซ้ำหรือรุนแรงขึ้น ลดน้อยลง ทั้งยังสามารถกลับไปดูแลตัวเองที่บ้านได้ค่อนข้างดี ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุนี่กี่ครั้งๆ ก็ยังเหมือนเดิมนะครับ

เราก็เลยมานั่งทบทวนว่าเป็นไปได้ไหมว่าในสภาวะแวดล้อมของผู้สูงอายุ ทั้งข้อจำกัดต่างๆ ในการดูแลตัวเอง มันมีมากกว่าวัยรุ่น น้องๆ กลุ่มนี้เค้าก็ทำการบ้านโดยลงไปหาข้อมูลต่างๆ ก็พบว่าสาเหตุหลักอันนึงก็คือ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองลดน้อยลงนะครับ เนื่องจากว่าหลายสิ่งหลายอย่างในร่างกายเสื่อมสภาพไป อย่างการออกแรงของกล้ามเนื้อครับ หรือบางคนก็อาจจะสั่น มืออยู่นิ่งๆ ไม่ได้ หรือจับของชิ้นเล็กๆ ไม่ได้ครับ ทำให้ประสิทธิภาพของการใช้แปรงสีฟันลดน้อยลง

ดังนั้นการที่คนไข้รู้วิธีการดูแลสุขภาพฟันและเหงือกตัวเองให้เหมาะสมกับวัยน่าจะเป็นสิ่งที่ดีขึ้น น้องๆ เค้าก็เลยมานั่งดูกันว่าปัจจัยที่ช่วยให้สุขภาพผู้สูงอายุดี ดูแลตัวเองได้ อันนึงก็น่าจะเป็นที่การแปรงฟันนะครับ คราวนี้การแปรงฟันก็มีปัจจัยเยอะตั้งแต่วิธีการแปรงฟันจนถึงลักษณะแปรงสีฟันที่ใช้ครับ ก็มีการไปทบทวนวรรณกรรมกันว่าแปรงฟันแบบไหนที่จะเหมาะกับคนไข้กลุ่มนี้บ้าง ปรากฏว่าสิ่งที่เราค้นคว้ามาได้พบว่าแปรงที่ดูจะเหมาะสมกับผู้สูงอายุมากที่สุดมันไม่มีขายในท้องตลาด หาซื้อยาก ราคาแพง

ตอนนั้นเราก็สงสัยว่าแปรงสีฟันที่เหมาะกับผู้สูงอายุทำไมถึงไม่มีขายในท้องตลาดนะครับ ซึ่งคิดว่าส่วนนึงอาจจะเพราะกลุ่มเป้าหมายเน้นเฉพาะเกินไป ทำการตลาดและขายยาก ลงทุนอาจไม่คุ้มค่า อีกทั้งก็มีสินค้าทดแทนในท้องตลาดอย่างอื่นเยอะแยะครับ น้องๆ ก็เลยลองดีไซน์แปรงสีฟันออกมา 2-3 แบบ และลองส่งเข้าประกวด Idea to Product ของภาคเหนือ และได้รางวัลชนะเลิศมา

ตอนนั้นเราคิดกันแค่ว่าเรามีไอเดีย เราจะสร้างผลิตภัณฑ์อย่างไร เราไม่ได้คิดถึงเรื่องการตลาดเลยนะครับ เป้าหมายหลักของการสร้างผลิตภัณฑ์นี้ของน้องๆ คือการให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพในช่องปากที่ดีเข้าถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ถูกหาซื้อได้ในท้องตลาดนะครับ เราก็เลยพยายามให้มันเข้าสู่ในเชิงพาณิชย์ แต่ปรากฏว่าพอไปแข่งในระดับประเทศคณะกรรมการส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเป้าไปที่ผลกำไรในเชิงธุรกิจทั้งหลาย นะครับ เช่น จะวางขายที่ไหน จะผลิตอย่างไร ผลิตเท่าไหร่ ต้นทุนเท่าไหร่ ได้กำไรอย่างไร สุดท้ายเราก็รู้สึกว่าไม่ใช่ทางของเราเพราะว่าถ้าเราจะไปทำผลิตภัณฑ์นี้ แล้วหวังผลกำไรมากมายตรงนั้น คนไข้หรือผู้สุงอายุก็จะเข้าถึงการแปรงสีฟันยากขึ้นอีก สุดท้ายเราก็ถอดใจจากรางวัลนี้แล้วกลับมาตั้งต้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้ชุมชนตามเป้าหมายในครั้งแรกดีกว่าครับ โดยพยายามที่จะทำให้มันถูกที่สุด น่าใช้ที่สุด ให้ผู้สูงอายุเข้าถึงแปรงสีฟันนี้ได้มากที่สุดนะครับ ตอนนี้เราก็ได้ต้นแบบมาแล้ว

พอได้ต้นแบบมาแล้วปัญหาของเราคือ เราได้แปรงที่เราคิดกันเองว่าดีที่สุดแล้ว แต่เรายังไม่รู้ว่าจะเอาเข้าไปให้ชุมชนใช้อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่ท้าทาย สิ่งที่น้องๆ คุยกันและร่วมปรึกษากับผมก็พบว่าการเข้าไปถึงชุมชน ชุมชนไม่ได้ตระหนัก ไม่ได้รู้สึกถึงความสำคัญและประโยชน์ของมันว่าอยู่ตรงไหน แล้วเขาก็จะไม่ใช้มัน มันเหมือนกับเราไปยัดเยียดให้เค้าใช้ เราก็เลยต้องพยายายามให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นกับการออกแบบแปรงสีฟันของเรา ให้ผู้ใช้รู้สึกร่วมเป็นเจ้าของกับเรา โดยทำการสำรวจร่วมกับชาวบ้าน เราเอาหัวแปรงสีฟัน ขนแปรงสีฟัน ด้ามแปรงสีฟัน ทุกชนิดที่มีขายอยู่ในท้องตลาดเอาไปทำสำรวจกับผู้สูงอายุในชุมชนรอบมหาวิทยาลัยโดยให้เขาเลือกเลยว่าชอบหัวแปรงแบบไหน ขนแปรงแบบไหน ด้ามแปรงขนาดไหนที่จะจับเหมาะมือ จนเราได้แปรงโมเดลสุดท้ายเป็นโมเดลที่พึงพอใจทั้งในส่วนของผู้ใช้เอง คือ ผู้สูงอายุแล้วก็ตามหลักวิชาการที่เรามีนะครับ เราก็เลยออกแบบมาได้แล้วตอนนี้น้องเขาก็พยายามจะหาทุนเพื่อผลิตแปรงสีฟัน ก็เลยเอาโครงการนี้ไปแข่งขันในโครงการ “SCB Challenge กล้าใหม่ สร้างสรรค์ชุมชน” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ  ครับ และเงินรางวัลอีก 3 แสนบาท ซึ่งเป็นโครงการทำงานให้แก่ชุมชน น้องเค้าก็เอาโปรเจคนี้ไปนำเสนอ ปรากฏว่าจาก 500 ทีม ทั่วประเทศน้องๆ เขาก็ได้เข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายนะครับ และได้รับทุนสนับสนุนโครงงาน 75,000 บาท โดยให้มีเวลาทำโครงการ 3 เดือน เพื่อมานำเสนอในรอบสุดท้ายประมาณเดือนเมษายนครับ

อันที่จริงเราไม่ได้มุ่งหวังผลเชิงธุรกิจว่าเราจะได้กำไรมากน้อยแค่ไหน แต่เราหวังว่าคนที่ใช้แปรงฟันนี้จะมีความสุขกับมันทุกครั้งที่ใช้ทำความสะอาดในช่องปากนะครับ แปรงฟันแล้วได้ใช้ในสิ่งที่มันเหมาะกับตัวเองจริงๆ มันน่าจะส่งผลที่ดีกับช่องปาก นั่นเป็นสิ่งที่เราอยากให้ชุมชนได้จริงๆ ตอนนี้น้องๆ กลุ่มนี้เขาก็กำลังลงไปทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับชุมชนมากขึ้นครับ ส่วนเรื่องการทดสอบประสิทธิภาพของแปรงชนิดนี้ ตอนนี้เราลงไปตรวจฟันผู้สูงอายุในชุมชนที่เข้าข่าย และขออาสาสมัครมาร่วมตรวจสอบประสิทธิภาพแปรงของเรานะ ผมอยากให้สิ่งที่เราทำเป็นความภูมิใจร่วมกันระหว่างชุมชนกับมหาวิทยาลัยได้ทำแปรงสีฟันนี้ออกมา ที่ใครๆเห็นแล้วก็อยากมีไว้ใช้ มีความสุขกับการทำความสะอาดในช่องปากนะครับเพราะได้สิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองจริงๆ ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันมีค่ามากกว่ากำไรที่เราจะได้อีก

ตอนนี้ผมมองว่า พอเริ่มลงไปทำงานกับชุมชนมากขึ้น เริ่มรู้สึกว่าการพัฒนานวัตกรรมอะไรก็ตาม ถ้าเราอยู่ในส่วนมหาวิทยาลัยแล้วเราพัฒนาในลักษณะเรานั่งอยู่ในหอคอยแล้วก็มองไปว่าสิ่งนั้นดีสิ่งนี้ดี แล้วพยายามจะยัดเยียดเข้าไปให้เขา ผมว่ามันอาจจะไม่ได้ผลที่ดีที่สุดนะครับ ผมว่าการพัฒนาร่วมกันเป็นสิ่งที่ดี ตอนนี้สิ่งที่น้องกำลังจะทำคือพยายามที่จะทำยังไงให้ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันกับสิ่งเหล่านี้และก็ภาคภูมิใจนะครับ  และก็รู้สึกรักสุขภาพตัวเองไม่ใช่เฉพาะในช่องปากนะครับ การทำงานกับชุมชนเป็นสิ่งที่ท้าทาย เป็นสิ่งที่ยากแต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่หยุดทำ ผมเชื่อว่าทุกหน่วยทำงานร่วมกันน่าจะส่งผลที่ดีนะครับ ก็อยากให้กำลังใจ

สุดท้ายนี้ผมต้องขอบคุณน้องๆ นิสิตในที่ปรึกษาวิจัยกลุ่มนี้อย่างมาก เพราะระหว่างที่เป็นที่ปรึกษาให้พวกเขา ผมก็ได้เรียนรู้อะไรต่างๆ กับเขาด้วยเหมือนกัน หลายอย่างที่เราคิดว่าเราเคยรู้นะครับ ก็กลายเป็นว่านิสิตรู้เยอะกว่าเราอีกครับ เราก็เรียนรู้สิ่งใหม่ไปด้วยกัน ช่วยกันพัฒนาปรับปรุงต่อไปนะครับ อีกอันนึงผมต้องขอขอบคุณชุมชน เราทำได้ไม่สำเร็จหรอกถ้าไม่มีชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมครับ อีกกลุ่มนึงที่ต้องขอบคุณคือเวทีแข่งขันต่างๆ ที่ทำให้เด็กเราได้ไปแสดงออก ได้ไปแสดงศักยภาพเพราะทุกครั้งที่เขาไป เขาจะได้ประสบการณ์ ได้ความคิดใหม่ๆ กลับมาพิจารณางานของตัวเองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ ถือว่าเป็นทางลัดในการพัฒนาอีกทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นทุกคนมีส่วนกับผลงานชิ้นนี้นะครับ เราอาจจะไม่ได้เป็นผลงานที่ดีที่สุดแต่ผมว่าน่าจะเป็นผลงานหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อชุมชนที่ทันตแพทย์อย่างพวกเราพอจะทำได้ครับ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com