Column ประจำ
Sponsor

มุมมองการศึกษาต่อเนื่องทันตแพทย์ในอเมริกา (CE Center in USA)

โดย : ทญ.แพร จิตตินันทน์
Tags : CE center in USA , เรียนต่ออเมริกา , เรียนต่อทันตแพทย์อเมริกา , การคึกษาต่อเนื่องอเมริกา , ทญ.ดร.ญาดา ชัยบุตร

บ.ก.มีโอกาสสัมภาษณ์ทันตแพทย์ไทยท่านหนึ่ง ซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับการศึกษาต่อเนื่องในประเทศสหรัฐอเมริกา ทญ.ดร.ญาดา ชัยบุตร ผู้อำนวยการวิจัยของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องสำหรับทันตแพทย์ ที่เมืองซีแอตเติล มลรัฐวอชิงตัน ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องแห่งนี้ได้รับการยอมรับจากทันตแพทย์ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา, ยุโรป, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น ฯลฯ บ.ก.ได้รับคำชื่นชมจากคณาจารย์ที่ไปศึกษาและดูงานว่า เป็นศูนย์การศึกษาต่อเนื่องที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เราลองมาฟังมุมมองที่น่าสนใจกันค่ะ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา วงการทันตแพทย์มีการพัฒนาทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทันตแพทย์แม้ว่าเรียนจบแล้ว ยังคงจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา ดังนั้นการศึกษาต่อเนื่องจึงมีบทบาท ช่วยส่งเสริม ให้ทันตแพทย์ปรับองค์ความรู้ให้ก้าวหน้าทันตามยุคสมัย ทั้งในทางวิชาชีพ วิชาการและ เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้้ทันตแพทย์สามารถนำองค์ความรู้ใหม่นี้ไปประยุกต์่กับการรักษาผู้ป่วยเพื่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด การศึกษาต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นในประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะกฎหมายกำหนดให้ ทันตแพทย์ทุกคนต้องผ่านการอบรมและสะสมหน่วยการศึกษา เพื่อต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่ละ รัฐมีกฎหมาย ที่แตกต่างกันไป โดยเฉลี่ยแล้วทันตแพทย์ต้องสะสมประมาณ 20-40 หน่วยการศึกษาเพื่อต่อ อายุใบอนุญาตในแต่ละครั้ง ช่วงระยะเวลาของการต่ออายุ ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละรัฐระบุ

ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง ที่จัด ขึ้นโดยสถาบันมหาวิทยาลัย (ทั้งของรัฐและของเอกชน) และ สถาบันการศึกษาที่เป็นของเอกชน ทันตแพทย์ที่นี่มีทางเลือกค่อนข้างหลากหลายในการเรียน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วทันตแพทย์มักจะพิจารณา เลือกศูนย์การศึกษาต่อเนื่องที่ผ่านการรับรองโดยทันตแพทย์สมาคมของสหรัฐอเมริกา (American Dental Association Continuing Education Recognition Program [ADA CERP]) เพื่อให้ได้รับความเชื่อมั่นว่าหลัก สูตรและเนื้อหา ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองมาแล้ว

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา วงการทันตแพทย์มีการพัฒนาทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทันตแพทย์แม้ว่าเรียน จบแล้ว ยังคงจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา ดังนั้นการศึกษาต่อเนื่องจึงมีบทบาทช่วยส่งเสริม ให้ทันตแพทย์ปรับองค์ ความรู้ให้ก้าวหน้าทันตามยุคสมัย ทั้งในทางวิชาชีพ วิชาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้้ทันตแพทย์สามารถนำองค์ ความรู้ใหม่นี้ไปประยุกต์่กับการรักษาผู้ป่วยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด การศึกษาต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นในประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะกฎหมายกำหนดให้ทันตแพทย์ทุกคนต้องผ่านการอบรมและสะสมหน่วยการศึกษา เพื่อต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่ละรัฐมีกฎหมาย ที่แตกต่างกันไป โดยเฉลี่ยแล้วทันตแพทย์ต้องสะสมประมาณ 20-40 หน่วยการศึกษาเพื่อต่ออายุใบ อนุญาตในแต่ละครั้ง ช่วงระยะเวลาของการต่ออายุ ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละรัฐระบุ

แนวคิดในการเลือกกิจกรรมหรือศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น มีศูนย์การศึกษาต่อเนื่องที่จัด ขึ้นโดย สถาบันมหาวิทยาลัย (ทั้งของรัฐและของเอกชน) และ สถาบันการศึกษาที่เป็นของเอกชน ทันตแพทย์ที่นี่มีทางเลือกค่อนข้าง หลากหลายในการเรียน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วทันตแพทย์มักจะพิจารณาเลือกศูนย์การศึกษาต่อเนื่องที่ผ่านการรับรองโดย ทันตแพทย์สมาคมของสหรัฐอเมริกา (American Dental Association Continuing Education Recognition Program [ADA CERP]) เพื่อให้ได้รับความเชื่อมั่นว่าหลักสูตรและเนื้อหา ได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองมาแล้ว มาตรการเชิงรุกที่จะทำให้ ทันตแพทย์สนใจเข้าร่วมอบรมการศึกษาต่อเนื่อง อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า กฎหมายและมาตรการเรื่องการต่ออายุใบอนุญาต มีบทบาทในการกระตุ้นให้ทันตแพทย์ต้องผ่านการอบรมการศึกษาต่อเนื่อง นอกจากนี้อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เกิดความตื่นตัวใน การเข้าร่วมอบรม คือ ทันตแพทย์จำนวนมากมีความต้องการที่จะป้องกันเชิงรุกเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากการรักษาผิดพลาด และการฟ้องร้องจากผู้ป่วย จากการที่ได้พูดคุยกับทันตแพทย์ที่เข้ามาอบรมที่ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องที่เมืองซีแอตเติล มลรัฐ วอชิงตัน พบว่าสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม

 
 

กลุ่มทันตแพทย์ทั่วไป (General Dentist) มีประสบการณ์การทำงานน้อยกว่า 5 ปี ทันตแพทย์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มทันตแพทย์จบใหม่ ขาดประสบการณ์ในการวางแผนการ รักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ต้องการ Comprehensive Interdisciplinary Treatment การวางแผนการรักษาในลักษณะ นี้ทันตแพทย์จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ครบด้าน ถ้าหากคำนึงถึงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด ขาดการพิจารณาภาพรวมทั้งหมดของ การรักษา ก็อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อผู้ป่วยในระยะยาว นอกจากนี้ทันตแพทย์จบใหม่ยังมีปัจจัยด้านอื่น เช่น ความกังวลใจ ในสถานภาพทางการเงิน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเรียนทันตแพทย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาค่อนข้างสูง นักศึกษาทันตแพทย์ ส่วนมากต้องกู้เงินเรียน เมื่อเรียนจบและเริ่มประกอบวิชาชีพ ก็ต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อเปิดกิจการ หากการทำงานในคลินิกไม่ประสบ ความสำเร็จ จะส่งผลกระทบอย่าง มากต่อสถานภาพทางการเงินทั้งส่วนตัวและวิชาชีพ ทันตแพทย์กลุ่มนี้จึงต้องการเรียนกับผู้ เชี่ยวชาญ เพื่อลดความเสี่ยงของความผิดพลาดในการรักษาผู้ป่วย ดังนั้นการอบรมที่เน้นภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความมั่นใจใน การทำงาน การวินิจฉัยและการส่งต่อผู้ป่วยไปยังกลุ่มทันตแพทย์เฉพาะทาง จึงมีความสำคัญอย่างมาก

 

กลุ่มทันตแพทย์ทั่วไปซึ่งมีประสบการณ์ การทำงานอย่างน้อย 5 ปีหรือมากกว่า มีประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วย ทั้งที่ประสบความสำเร็จได้ผลดีและไม่ประสบความ สำเร็จอย่างที่วางแผนไว้ จึงมีความสนใจที่จะมีองค์ความรู้รอบด้าน เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีในการรักษาผู้ป่วย ประกอบกับต้อง การเทคโนโลยีและความทันสมัยในการรักษาอย่างต่อเนื่อง การอบรมหลักสูตรจะเหมือนระดับบัณฑิตศึกษา ที่เน้นการเสนอ รายงานผู้ป่วย การนำข้อมูลรายละเอียดผู้ป่วยมาวิเคราะห์วางแผนการรักษา และป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต

 
 

กัลยาณมิตรของสองกลุ่มแรก ได้แก่ ทันตแพทย์ที่จบเฉพาะทาง (Specialist) และ ช่างทันตกรรม (Laboratory Technician) ที่ต้องการพัฒนาความรู้ของตน เอง เพื่อประสานความร่วมมือกันในการทำงานรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การอบรมจะเน้นในด้านแลกเปลี่ยนองค์ ความรู้ มุมมองของการรักษาผู้ป่วย ทักษะและประสบการณ์ใน วิชาชีพ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้ที่มีพื้นฐานต่างกัน จะช่วยให้เกิดกระบวน การเรียนรู้ การมีส่วนร่วม ซึ่งนำไปสู่การวางแผนการดูแลผู้ป่วยที่ครอบคลุมครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

 

ลักษณะการจัดการอบรมทันตแพทย์ที่ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง ที่เมืองซีแอตเติล จะเหมือนการอบรมระดับบัณฑิตศึกษาที่ผสม ผสานภาคปฏิบัติ รวมทั้งหมด 9 หลักสูตร ได้แก่

  • การวางแผนการรักษา (Treatment Plan I & II) การวางแผนการรักษาเป็นจุด เริ่มต้นที่สำคัญ เปรียบเสมือนการวางแผนที่เดินทางสู่จุดหมายร่วมกันระหว่างทันตแพทย์กับผู้ป่วย เนื้อหาจะเป็นการบูรณาการ ขององค์ความรู้โดยรวม ทําให้ทันตแพทย์สามารถนําแนวความคิดที่เรียนไปปฏิบัติในการทํางานและการวางแผนการรักษาผู้ ป่วยได้อย่างมีประสิทธิผล
  • การทำงานของระบบการบดเคี้ยว (Functional Occlusion I & II)
  • ความสัมพันธ์ของฟันและปริทันต์ (Restorative/Periodontal Interface)
  • องค์ประกอบของ ฟันทางกลศาสตร์ (Biomechanics I & II)
  • ทันตกรรมรากเทียมแบบติดแน่น และ ถอดได้ (Implants: Fixed Retained & Removable Retained) จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความรู้และเพิ่มมุมมอง เพื่อประกอบการตัดสินใจการวางแผนการรักษา

การปรับเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการให้ทันต่อเหตุการณ์โลกปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา ต้องยอมรับว่าใน ปัจจุบันความก้าวหน้าทาง ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ทั้งเริ่มต้นจากในวงการทันตกรรมและวงการอื่นๆ อย่างเช่น ชีววิศวกรรม (Bioengineering) หรือ วัสดุศาสตร์ (Material science) ฯลฯ ดังนั้นศูนย์การศึกษาต่อเนื่องต้องมีศักยภาพที่มากพอที่จะปรับ ตนเองในการก้าวทันต่อเหตุการณ์ หากมีทีมงานวิจัยของตนเอง จะสามารถทำการวิเคราะห์และศึกษาปัญหาทางด้านทันตกรรม ได้อย่างอิสระและเป็นกลาง

การศึกษาต่อเนื่องในปัจจุบัน มีความหลากหลายและสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นอกจากการลงทะเบียน เรียนกับศูนย์การศึกษาต่อเนื่องโดยตรงแล้ว ยังมีการประชุมวิชาการ การศึกษาทางไกลผ่านสื่อต่างๆ (E-learning) อีกด้วย ส่วนตัวมองว่า งานการศึกษาต่อเนื่องคืองานของพวกเราทุกคน ที่ไม่ว่าจะผ่านการอบรมทางช่องทางใดก็ตาม ก็จะสามารถช่วย ยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดีขึ้น การช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีความสุขเป็นบุญกุศล เป็นความอิ่มใจที่ได้เป็นผู้ให้ สุข ใจเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ค่ะ

  • สำเร็จการศึกษาทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ทันตกรรมประดิษฐ์)จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาเอกทางด้านทันตวัสดุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซต ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาทันตกรรมประดิษฐ์และปริทันต์ จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน มลรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการงานวิจัย ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง Kois Center เมืองซีแอตเติล มลรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ อเมริกา (www.koiscenter.com)
  • มีบทความและผลงานวิจัยเผยแพร่อย่างต่อเนื่องในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และได้ รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนและบรรยายให้แก่นักศึกษาทันตแพทย์ระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัย วอชิงตัน มลรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com