Column ประจำ
Sponsor

“ครูเรือนแพ” จากชีวิตจริงสู่แผ่นฟิล์ม

โดย : ทพ.อภิสิทธิ์ อารยะเจริญชัย
Tags : คิดถึงวิทยา , ครูเรือนแพ , ครูสามารถ , ครูมาด , หนังGTH , ทพ.อภิสิทธิ์ อารยะเจริญชัย , โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร

“คิดถึงวิทยา” ภาพยนตร์โรแมนติกชื่อแปลกที่ลงโรงฉายเป็นเรื่องแรกในปี 2557 ของค่ายหนังชื่อดัง GTH ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก และเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง (โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์) ผู้ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ต่าง “อิน” ไปกับเรื่องราวที่อบอุ่น และฉากบรรยากาศที่สวยงามของ “โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา สาขาเรือนแพ” โรงเรียนกลางเขื่อนที่แวดล้อมด้วยภูเขาและผืนน้ำ รวมทั้งชื่นชมครูผู้ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละอย่างครูสอง ที่ทุ่มเทเพื่อเด็กๆ ผู้ดูหนังจบทุกคนคงมีคำถามในใจว่า ครูและโรงเรียนกลางน้ำแบบในหนัง มันมีอยู่จริงหรือ..

คำตอบคือ มีอยู่จริงครับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริงของ “ครูสามารถ สุทะ” หรือ “ครูมาด” ครูเรือนแพผู้เสียสละเพื่อเด็กๆ เป็นครูคนเดียวของโรงเรียนบ้านก้อจัดสรร สาขาเรือนแพ อยู่ที่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร เดิมทีอยู่บนบก แต่ภายหลังการก่อสร้างเขื่อนภูมิพล ในปี 2536 จึงขยายโอกาส เปิดอีกสาขาบนเรือนแพกลางน้ำเหนือเขื่อน เพื่อให้ลูกหลานชาวประมงที่มีกว่า 30 ครัวเรือน ได้มีโอกาสได้เล่าเรียนหนังสือ เป็นโรงเรียนเพียงแห่งเดียวในประเทศที่จัดการเรียนการสอนกันกลางน้ำ และเป็นโรงเรียนที่ใกล้ที่สุดในระยะทางหลายลี้ (ตามชื่ออำเภอ) ที่บรรดาชาวประมงจะสามารถพายเรือพาลูกหลานมาส่งให้ครูมาดดูแลในเช้าวันจันทร์ ก่อนที่จะมารับกลับอีกครั้งในเย็นวันศุกร์ โรงเรียนแห่งนี้จึงมีสถานะเป็นโรงเรียนประจำไปโดยปริยาย

ทุกวันจันทร์

ทุกวันจันทร์ ครูมาดต้องตื่นแต่เช้ามืด ออกจากบ้านในตัวเมืองลำพูนตั้งแต่ตีห้า ขับรถเป็นเวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าแก่งก้อ อุทยานแห่งชาติแม่ปิง หลังจากขับรถรวมระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ครูมาดจะต้องเดินทางต่อโดยขับเรือหางยาวด้วยตัวเองเป็นเวลาราว 2 ชั่วโมง หรือมากกว่า ถ้าหากในวันนั้นสภาพอากาศไม่เป็นใจ

“ตอนที่มาเห็นที่นี่ครั้งแรก สภาพภายในยังรกรุงรัง ไม่เหมือนห้องเรียน เป็นโรงเรียนร้าง หยากไย่ ใบไม้เต็มไปหมด ตอนที่มาเห็นครั้งแรกก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่สอนที่นี่ดีไหม ยังไขว้เขวอยู่ เพราะที่เคยอยู่ก็สบาย แต่มาที่นี่ต้องเริ่มใหม่หมดทุกอย่าง แล้วมีเราแค่คนเดียว แต่สุดท้ายเราก็คิดว่า เราเริ่มเบื่อความสบายแล้ว ก็เลยตัดสินใจอยู่กับสังคมใหม่นี้” ครูมาดเล่าถึงสาเหตุที่ตัดสินใจมาเป็นครูที่นี่ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองลำพูน

โรงเรียนเรือนแพแห่งนี้เป็นโรงเรียนกินนอนที่ต้องย้ายจุดไปตามฤดูกาล เรือนแพขนาด 9x18 เมตร มีห้องเรียน 1 ห้องสำหรับนักเรียน 7 คน ซึ่งแต่ละคนเรียนอยู่คนละระดับชั้นกัน (มีตั้งแต่อนุบาลถึงป.6) เวลาสอนครูจึงต้องสอนนักเรียนแยกทีละคน ในตอนกลางคืน ห้องเรียนนี้ก็จะกลายสภาพเป็นห้องนอนสำหรับเด็กๆและครู นอกจากนี้ยังมีลานกิจกรรม ที่เป็นทั้งที่วิ่งเล่น เป็นโรงอาหาร เป็นแปลงเกษตรลอยน้ำ สำหรับเรียน “วิชาชีวิต” และครูมาดยังสอนเด็กๆว่ายน้ำ (สระว่ายน้ำโรงเรียนนี้ ใหญ่ที่สุดในโลก...) เพื่อให้เด็กๆได้ใช้ในการดำรงชีวิต เนื่องจากเด็กเหล่านี้เป็นลูกหลานชาวประมง

เนื่องจากครูมาดเป็นครูเพียงคนเดียวของที่นี่ จึงทำหน้าที่ทั้งครู พ่อครัว หมอ และภารโรงไปพร้อมๆกัน ในโรงเรียนที่ไม่มีไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีทั้งเบี้ยเลี้ยง เงินพิเศษ และค่าโอที

“ผมเป็นครูชุดที่ 9 ที่เข้ามาสอนในโรงเรียน ตอนนี้เป็นครูคนเดียวที่สอนนักเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงป.6 โรงเรียนไม่มีไฟฟ้า อาศัยน้ำฝนไว้ดื่มกิน ต้องเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลาตามกระแสน้ำโดยมีธรรมชาติเป็นผู้กำหนด ฤดูฝนย้ายไปที่อ.สามเงา จ.ตาก พอลมหนาวมาต้องย้ายไปซุกเหลี่ยมเขาที่อ.ลี้ จ.ลำพูน”

ความเสียสละของครูมาด

ระยะเวลาต่อเนื่องกว่า 8 ปีที่ได้ปฏิบัติภารกิจอันหนักอึ้งนี้ ทำให้ครูมาดเป็นครูที่ทำหน้าที่มายาวนานเกินกว่าสถิติที่ครูทั้ง 8 คนก่อนหน้าเคยทำไว้ (สถิติสูงสุดอยู่ที่ 3 เดือน...)

“เคยมีครูหลายคนมาสอน แต่อยู่ไม่ได้ต้องลาออกไป ส่วนตัวผมนั้นจนถึงเวลานี้ยังไม่ท้อและไม่คิดจะออกไปไหน เพราะเด็กที่เราปั้นมากับมือ อยากจะสอนและช่วยเหลือเขาให้ได้โอกาสทางการศึกษา เหมือนกับผมที่ครั้งหนึ่งได้รับโอกาสทำให้ได้เรียนจนจบปริญญาตรี ผมมีโอกาสอยากจะถ่ายทอดโอกาสทางการศึกษานี้ต่อไปอีกทอด ผมไม่สนใจความสบาย เราหาเมื่อไรก็ได้ แต่การให้โอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลนั้นยังมีน้อย และผมอยากทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะไกลเพียงใดก็สามารถจัดการศึกษาสำหรับเด็กได้”

จากความเสียสละของครูมาด ทำให้ครูได้รับรางวัลครูดีเด่นจากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อปี 2555 ครูมาดนำเงินรางวัลที่ได้ทั้งหมดมาพัฒนาและสร้างอาชีพให้กับเด็กๆ โดยสร้างกระชังเลี้ยงปลา เพื่อสอนวิชาประมงให้กับพวกเขา เพราะหลังจากจบป.6 แล้ว เด็กๆเหล่านี้ก็คงไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ อีกโครงการที่ครูกำลังจะทำคือ การสร้างห้องสมุดในโรงเรียนเรือนแพ เพราะครูเชื่อว่าการศึกษาเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต ครูเพียงคนเดียวคงไม่สามารถเปิดโลกทั้งใบเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ได้

นอกจากนี้ครูมาดยังได้รับคัดเลือกให้ได้รับโล่ “ข้าราชการไทย ใจสีขาว” จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อเป็นกำลังใจสำหรับคุณงามความดีที่ครูได้ทำมาตลอดชีวิตข้าราชการ ในวันที่มารับรางวัลที่กรุงเทพฯ ครูยังใช้เงินส่วนตัว พาเด็กๆมาทัศนศึกษาที่วัดพระแก้ว เป็นการเรียนการสอนนอกห้องเรียนและเพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้กับเด็กๆที่เขารัก

ผู้อ่านสามารถติดตามชมเรื่องราวชีวิตของครูมาดได้ทาง youtube ดังนี้

รายการคน ค้น ฅน

รายการ แตกประเด็น

MV เพลง ไม่ต่างกัน

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com