Column ประจำ
Sponsor

จาก “ใครก็ไม่รู้ปลูก ให้ใครก็ไม่รู้กิน” มาเป็น “เพื่อนปลูก ให้เพื่อนกิน”

โดย : อ.ทญ.ดร.มัทนา เกษตระทัต
Tags : เพื่อนปลูก เพื่อนกิน , ปลูกข้าว , เกษตรอินทรีย์ , ยโสธร , มัทนา เกษตระทัต , เกษตรแบ่งปัน , farmer and friend

โครงการ “เพื่อนปลูก เพื่อนกิน” เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยกลุ่มจิตอาสาในเมืองหลวงที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าอยากจะช่วยให้ชาวนาเป็นทุกข์น้อยกว่าที่เป็นอยู่ เราทำอะไรได้บ้าง

คุณ เล็ก กรรณิการ์ รัตนปรีดากุล สถาปนิก บริษัท สเปซไทม์ (น้องสาวของ ทญ. กุลยา รัตนปรีดากุล) เป็น หัวเรี่ยวหัวแรงรวบรวมคนที่สนใจที่ตอบคำถามเดียวกันได้กลุ่มเล็กๆประมาณ 10 คน ผู้เขียนเองก็โชคดีที่ได้เป็นหนึ่งในนั้น พวกเราเริ่มต้นคุยกันเมื่อต้นปีที่แล้ว (ช่วงวิกฤตโครงการรับจำนำข้าวนั่นเองค่ะ) ประชุมกันหลายรอบ ทบทวนหาทางว่าเราจะสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ดูแลทั้งคนและสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันได้อย่างไรบ้าง ในกลุ่มเราคุยกันมาตลอดว่า เราไม่ได้อยากที่จะทำอะไรเป็นระยะสั้น ไม่อยากช่วยในเชิงการบริจาคแล้วจบ โชคดีมากที่เรามีโอกาสได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญภาคประชาชนหลายท่าน ในที่สุดพวกเราก็ได้มูลนิธิสายใยแผ่นดิน และสหกรณ์ผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ จำกัด จังหวัดยโสธร มาเป็นภาคีสำคัญให้กับโครงการ

แนวคิดของเราคือ เรากำลังทำอะไรที่ไม่ใช่แค่เรื่องของการซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนา แต่ว่าเราหวังใหญ่พยายามสร้างระบบหรือโครงสร้างที่ค่อนข้างครบวงจรในการที่จะช่วยทำให้ชุมชนของชาวนาเข้มแข็งด้วย พวกเราหวังว่าอีก 3 ปี กลุ่มจิตอาสาจะค่อยๆโอนงานทั้งหมดให้กับทางชุมชน ให้คนในชุมชนดำเนินการเองได้ทั้งหมดครบทั้งระบบผลิตและ การตลาด แนวคิดของโครงการ “เพื่อนปลูก เพื่อนกิน” โดยหลักๆแล้วน่าจะสรุปได้ดังต่อไปนี้

เป็นแนวคิดที่มีอยู่แล้วในหลายประเทศที่ให้ผู้บริโภคสนับสนุนและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ผลิตอย่างเป็นรูปธรร ด้วยการเป็นสมาชิก ซื้อข้าวล่วงหน้าจากเกษตรกรเป็นรายปี เปลี่ยนวัฒนธรรมทุนนิยม ซื้อใจกันด้วยการจ่ายก่อนเพื่อช่วยให้ฝ่ายผู้ผลิตมีทุนที่จะนำไปใช้ได้ตั้งแต่ต้นฤดูการผลิต จะได้ไม่ต้องไปกู้เงินแล้วมารอลุ้นว่าปีนี้ฟ้าฝนและโรคภัยศัตรูพืชจะเป็นยังไง ถ้าไม่ดีก็เป็นหนี้ไม่รู้จบสิ้น ผู้บริโภคเองก็จะรู้ว่าอาหารที่ตนทานนั้นมาจากไหน มีกรรมวิธีการผลิตอย่างไร

นอกจากเกษตรกรจะได้ราคาดีกว่าราคาตลาดและมีกองทุน “Fair Trade” ให้โรงสีและสหกรณ์เพื่อนำเงินลงทุนในการผลิตแล้ว ราคาข้าวของโครงการนั้นตั้งอยู่บนความคิดที่อยากให้ข้าวอินทรีย์ ข้าวปลอดสารเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่อยากให้เป็นสินค้าราคาสูงจำกัดอยู่ในวงแคบ อยากให้สินค้าที่ดีต่อสุขภาพอยู่ในราคาที่ไม่แพงเกินไป

เราคิดว่าเกษตรอินทรีย์ตอบโจทย์ทั้งประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ราคาที่ชาวนาจะขายได้ก็ดีกว่า แต่การที่จะเปลี่ยนชาวนาเคมีให้กลายเป็นชาวนาอินทรีย์นั้นยากมาก แต่โครงการของเราก็สามารถดึงสมาชิกให้หันมาเปลี่ยนวิถีได้หลายร้อยครอบครัว ใครใจกล้าก็จะเปลี่ยนเป็นอินทรีย์เลย ใครกลัวดินยังไม่ดีเพราะใช้สารเคมีมานานก็จะขอใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์บ้าง กลุ่มหลังนี้ คือที่มาของข้าวปลอดสารค่ะ คือไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่ยังใช้ปุ๋ยเม็ดอยู่บ้าง ราคาก็เลยถูกกว่าอินทรีย์แท้ๆที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมด

ข้าวของโครงการ “เพื่อนปลูก เพื่อนกิน” ในปีแรกนี้เป็นข้าวหอมมะลิแท้ๆ พันธุ์ 105 ที่ธรรมดาจะส่งออกขายต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ข้าวกล้องและข้าวขาวของเราราคาเท่ากัน แต่ข้าวปลอดสารจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท และข้าวอินทรีย์กิโลกรัมละ 75 บาท

ข้าวของโครงการปลูกโดยเกษตรกรใน อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร สีและแพ็คโดยโรงสีชุมชน มีพี่เลี้ยงให้ความรู้แล้วควบคุมคุณภาพจากสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ยโสธร ภายใต้มูลนิธิสายใยแผ่นดิน มีสมาชิกรายปีรุ่นแรกเป็นทันตแพทย์จำนวนไม่น้อยเลยค่ะ ปีที่สองนี้เราจะเริ่มรับสมัครกันในอีกไม่กี่เดือนนี้

ที่สำคัญ ข้าวเค้าหอมและอร่อยมากจริงๆค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com