Column ประจำ
Sponsor

The Never Ending Summer

โดย : อ.ทญ.ดร.มัทนา เกษตระทัต

Dent Dining ฉบับนี้อยากแนะนำให้ไปร้าน The Never Ending Summer กันค่ะ

"ไม่ใช่เพราะร้านสวย ถ่ายรูปออกมาแล้วดูดี ไม่ใช่เพราะไปแล้วจะฮิป จะชิค จะคูล"

แต่อยากให้ไปเพราะ The Never Ending Summer มีอาหารที่หาทานที่อื่นยาก เพราะเป็นร้านที่มีทีมงานเบื้องหลังที่ทำงานอย่างมืออาชีพ ทำงานด้วยความตั้งใจมากๆที่จะสร้างร้านอาหารระดับคุณภาพสากลให้กับผู้บริโภค วัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารมีคุณภาพมาก แทบทุกส่วนประกอบรู้แหล่งที่มา และ ที่สำคัญที่อยากให้มาสนับสนุนเพราะร้านนี้ อาหารอร่อย บริการดี นั่งสบาย

The Never Ending Summer เป็นโกดังเก่าที่ตกแต่งใหม่ ร้านโล่ง โปร่ง สว่าง ไม่อึกทึกวุ่นวาย เหมาะกับการพูดคุยสนทนา ช่วงเย็นอากาศดีๆ ก็นั่งที่ลานไม้ริมน้ำได้ ร้านนี้เหมาะกับทุกวัย ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ มากับเพื่อนๆ มาเป็นครอบครัว พาผู้ใหญ่มารำลึกถึงเมนู ปลาแห้งแตงโม พาเด็กๆ ให้มารู้จักดอกไม้กินได้ มาลองไข่พะโล้ หมูสามชั้น สูตรโบราณ พาชาวต่างชาติมาทานอาหารไทยที่คนไทยทานเป็นประจำอย่าง สารพัดไข่เจียว กับ แกงส้มดอกแคหรือน้ำพริกกะปิ
ปลาทูย่าง
มีแม้กระทั่ง ยำปลากระป๋อง

ทานอาหารเสร็จก็เดินเล่นที่สนามหญ้า ดูดพลังชีวิตจากต้นไม้ต้นใหญ่ เลือกซื้อหนังสือดีๆ ได้ที่ร้านก็องดิด (Candide books) แถมทานขนมหรือชากาแฟได้ที่ร้านไลบรารี่ด้วย ทั้งหมดนี้อยู่ในบริเวณเดียวกันรวมเรียกว่า The Jam Factory ถ้าขับรถมาจากเจริญนครก็มาเลี้ยวขวาเข้าคลองสานที่หน้า รพ.ตากสินพอดี มีที่จอดรถให้สิบกว่าคัน หรือจะข้ามเรือมาจาก The River City ก็สะดวกค่ะ

The Never Ending Summer มีทั้งอาหารไทยท้องถิ่น อาหารไทยโบราณ หรือ อาหารไทยแบบที่เราคุ้นเคยทานกันที่บ้านอยู่เป็นประจำ (แต่ทำเองได้ไม่อร่อยเท่านี้) แบบหลังนี้จะเหมาะกับการพาแขกต่างประเทศมาเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารแบบ “authentic” จริงๆ ส่วนเมนูที่จะมาแนะนำวันนี้จะเป็นอาหารที่คนไทยน่าจะชอบ

ที่พลาดไม่ได้เลยคือ สายบัวผัดกะปิ สายบัวกรึบๆ รสชาติเข้มข้น หลนประจำวันก็กลมกล่อม ผักสดสะอาด มัสมั่นเนื้อน่องลายก็อร่อยมาก อีกเมนูที่เหมือนจะธรรมดามากแต่ไม่ธรรมดาคือ ยำวุ้นเส้นกระเทียมโทน รสชาติซึมเข้าเส้น ตัวเส้นก็หนึบๆ ขนาดแพ็คกลับไปทานที่บ้านก็ยัง   al dente อยู่! หลายคนอาจประทับใจกุ้งตัวโต แต่ที่
ผู้เขียนชอบมาก คือ กุ้งแห้ง ขนาดกำลังดี กรอบ อร่อย คุณภาพดีสุดๆ

ตอนที่ได้คุยกับคุณแอ้ม นรี บุณยเกียรติ ครั้งแรก คุณแอ้มพูดเองเลยว่า "ร้านเราแพงจริงค่ะ" ราคาอาหารของ The Never Ending Summer อยู่ที่ประมาณร้อยกว่าบาท ถึง สามร้อยกว่าบาท คุณแอ้มเล่าให้ฟังต่อว่า ทางร้านพิถีพิถันมากในการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพเข้าร้าน "จ่ายตลาดเองทุกเช้าจากตลาด อ.ต.ก. เพื่อวัตถุดิบที่มีคุณภาพสม่ำเสมอเชื่อถือได้ สนับสนุนตลาดในพื้นที่ เช่น ตลาดวงเวียนใหญ่ และมีวัตถุดิบจากชุมพร มหาชัย และไร่ฝั่งธน ส่งตรงถึงที่ร้านทุกเช้า ไม่ว่าจะเป็น ผักและผลไม้ หรือ เนื้อสัตว์"

นอกจากนี้ The Never Ending Summer ยังสั่งซื้อข้าวโดยตรงจากกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์และ
โรงสีชุมชนที่ยโสธรด้วย คุณแอ้มเสริมว่า "เราจะใช้ข้าวที่ต้องปลอดจากสารพิษเท่านั้น เพราะเราเชื่อว่าสุขภาพ ร่างกายและจิตใจที่ดี เริ่มมาจากการกินของเรา เราเลือกใช้ข้าวจากกลุ่ม "เพื่อนปลูก เพื่อนกิน" เพราะ เพื่อนชาวนาของเราตั้งใจ ใส่ใจ ทุ่มเทชีวิตให้กับการปลูกข้าวและการพัฒนาข้าวอย่างมืออาชีพ รวมไปถึงขั้นตอนการจัดเก็บและการจัดส่ง มีคุณภาพสูงและปลอดภัยได้มาตรฐาน"

ถ้าลองคิดว่าเราไปทานอาหาร food court ในห้างหรู หรือ ร้านอาหารต่างชาติในแถวสุขุมวิท อาหารจานเดียวจานหนึ่งก็ร้อย-สองร้อยกว่าบาทเหมือนกัน (อาหารจานเดียวที่นี่ก็มีให้เลือกหลายเมนู เช่น ข้าวผัดเนื้อเค็ม ข้าวซอย) ถ้าใครคิดว่าไม่คุ้ม ก็แนะนำให้สั่งเมนูที่หาทานยากหน่อย อย่างที่แนะนำไปข้างต้น หรือ ม้าฮ่อ ยำไข่ต้มตานี น้ำพริกตะลิงปลิง สำหรับเครื่องดื่ม ที่นี่ก็มีเมนูเครื่องดื่มน่าสนใจ น้ำสมุนไพรน้ำผลไม้ก็แปลกดี เช่น พริกแห้งกับอบเชย หรือ
น้ำขิงกับลิ้นจี่ ธรรมดามาหน่อยก็ น้ำทับทิมโซดา หรือ อัญชันมะนาว ค็อกเทลก็มี เบียร์ และ ไวน์ ก็มีให้เลือกจากหลายประเทศ ถ้าพาแขกมาหรือมีโอกาสสำคัญกำลังหาที่ฉลอง ถ้ามาที่ The Never Ending Summer ก็จะได้บรรยากาศที่ดี คุณภาพอาหารที่เผลอๆ ดีกว่าไปทานใน
โรงแรมดังๆ ที่สำคัญคือมีเสน่ห์กว่ามากค่ะ ผู้เขียนประกาศเลยว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับทางร้าน ไม่ใช่ทางสินจ้างแต่เป็นความชอบพอทางใจ

เพราะทางร้านสนับสนุนข้าวอินทรีย์จากโครงการ "เพื่อนปลูก เพื่อนกิน"

อร่อย ไม่อร่อย ดี ไม่ดี อย่างไร ต้องมาตัดสินด้วยตัวเองสักครั้งค่ะ : )

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com