Column ประจำ
Sponsor

Dent Dining: ท่องถนนมังกร สักการะเทพเจ้า ชิมเกาเหลาเลือดหมู

โดย : Thai Dental Magazine
Tags : ถนนเยาวราช , วัดมังกรกมลาวาส , เล่งเน่ยยี่ , เกาเหลาเลือดหมู

สวัสดีเดือนแห่งความรัก เดือนที่สายลมหนาวระลอกสุดท้าย ได้พัด ผ่านเข้ามาทักทายในตลอดเทศกาลวันตรุษจีน ซึ่งช่วงเวลาดีๆ อย่างนี้ เราขออาสาพาทุกท่านไปไหว้สักการะเทพเจ้า ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ ชีวิตตลอดปีวอก 2559 มีแต่เรื่องดีๆ พร้อมกับเลือกชิม ชม ช้อป ที่ถนน เยาวราชกันอย่างเพลินใจ…

จุดหมายปลายทางที่เราปักหมุดคือวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) เราเลือกนำรถยนต์ส่วนตัวไป จอดที่อาคารจอดรถไฟฟ้า MRT แยกลาดพร้าว แล้วใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเดินทางสู่หัวลำโพง ใช้ เวลาประมาณ 30 นาที ถึงหัวลำโพงก็มีรถตุ๊กๆ และรถแท็กซี่จอดให้บริการอยู่ แนะนำว่าถ้าใครอยาก กินลมชมวิวให้นั่งตุ๊กๆ ไทยแลนด์ ในช่วงเทศกาลราคาจะเริ่มต้นที่ 100-200 บาท ให้ต่อรองราคาที่ เหมาะสมดู ส่วนแท็กซี่ราคาสตาร์ทที่ 35 บาท จากหัวลำโพงไปวัดเล่งเน่ยยี่ ในวันที่รถติดราคาค่า มิเตอร์จะอยู่ที่ 60-65 บาท เราเดินทางมาถึงวัดในช่วงสาย บรรยากาศดูคึกคัก เพราะวัดเล่งเน่ยยี่เป็น ศูนย์กลางเผยแผ่พุทธศาสนา ฝ่ายมหายานของคณะสงฆ์จีนนิกายในประเทศไทย ที่เก่าแก่และมีประวัติ ยาวนาน ทั้งยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเยาวราช ศูนย์รวมของคนไทยเชื้อสายจีนผู้คนจึงนิยมมาไหว้พระขอ พร และไหว้เจ้าเพื่อสะเดาะเคราะห์แก้ปีชงเป็นหลัก โดยการแก้ปีชงทำได้ทันทีเมื่อย่างเข้าในปีนั้นๆ หรือจะเป็นช่วงใกล้ๆ หรือผ่านตรุษจีนก็ได้

วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ตั้งอยู่ที่ถนน เจริญกรุง เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายกรุงเทพฯเกิดขึ้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เลือกที่ตั้งวัดเนื้อที่ 4 ไร่ 18 ตารางวาโดยให้พระ ยาโชฎึกราชเศรษฐี เจ้ากรมท่าซ้าย ร่วมกับพุทธ ศาสนิกชนชาวจีนก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2414 ใช้ เวลาก่อสร้างประมาณ 8 ปี จึงแล้วเสร็จและให้ชื่อ ว่า “เล่งเน่ยยี่” ซึ่ง เล่ง แปลว่า มังกร เน่ย แปลว่า ดอกบัว ยี่ แปลว่า วัด นับเป็นสังฆารามตามลัทธิ นิกายมหายานที่มีศิลปะงดงามและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในยุคนั้น ภายหลังพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5พระราชทาน นามวัดว่า“วัดมังกรกมลาวาส”โดยได้อาราธนาพระ อาจารย์สกเห็งมหาเถระเป็นเจ้าอาวาสและทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระอาจารย์สกเห็ง เป็นพระอาจารย์จีนวังสมาธิวัตร ดำรงตำ แหน่งเจ้าคณะใหญ่จีนนิกายรูปแรกในประเทศไทย และเป็นปฐมบูรพาจารย์ของวัดมังกรกมลาวาส

วัดมังกรกมลาวาสก่อสร้างตามแบบสถาปัต ยกรรมจีนแต้จิ๋ว มีถิ่นฐานมาจากทางตอนใต้ของ จีน ตัวอาคารล้อมลานแบบ “ซี่เตี่ยมกิม” แผนผัง ยึดตามแบบฉบับวัดหลวง ส่วนหน้าเป็นวิหารต้น ประดิษฐานเทพเจ้า 4 ทิศ (ท้าวจตุโลกบาล) มี เทวรูปเทพเจ้า 4 องค์ (ข้างละ 2 องค์) ในชุดนัก รบจีนถืออาวุธ และสิ่งของต่างๆ เช่น พิณ ดาบ ร่ม เจดีย์ ชาวจีนเรียกว่า "ซี้ไต๋เทียงอ้วง"

หมายถึงเทพเจ้าที่ปกปักษ์รักษาคุ้มครองทิศต่างๆ ทั้ง 4 ทิศ ถัดไปเป็นส่วนกลาง เป็นพระอุโบสถ ประดิษฐานเหล่าทวยเทพ พระอรหันต์ 18 องค์ หรือที่เรียกว่า "จับโป๊ยหล่อหั่ง" และเทพพระประธาน 3 องค์ คือพระไภษัชยคุรุพระพุทธเจ้า หรือ “เอี๊ยะซือฮุก” ผู้เป็นครู และผู้รักษาโรค พระศรีศากยมุนีพุทธ เจ้าหรือ “พระโคดมพุทธเจ้า” ผู้ทรงตรัสรู้ความจริงอันประเสริฐ และพระอมิตพุทธเจ้า เชื่อกันว่าท่านจะ นำดวงวิญญาณของผู้บูชาไปเกิดในดินแดนสุขาวดี ส่วนหลังเป็นวิหารบูรพาจารย์ วิหารพระอวโลกิเต ศวร (กวนอิม โพธิสัตว์) และวิหารเทพเจ้า เช่น เทพเจ้ากวนอู พระเพลิง เทพโชคลาภ เทพเจ้าเซียน ซือกง (หมดฮั่วท้อเซียนซือ) เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาชีวิต (ไท้ส่วยเอี้ย) เทพเจ้าแห่งยา หรือหมอ เทวดา "หั่วท้อเซียงซือกง" และที่นิยมไหว้ขอพรมาก คือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ "ไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ" เทพเจ้า เฮ่งเจีย หรือ "ไต่เสี่ยหุกโจ้ว" พระเมตไตรยโพธิสัตว์ หรือ "ปู๊กุ่ยหุกโจ้ว" "แป๊ะกง" และ "แป๊ะม่า"รวม เทพเจ้าในวัดจะมีทั้งหมด 58 องค์

โดยในปี 2559 การเริ่มต้นเข้าสู่ปีชงจะนับตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน หรือวันตรุษจีน 2559 (ตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559) และปีชงในปีวอกนี้คือผู้ที่เกิดปี ปีขาล (ชงเต็ม 100%) ปีวอก (ชง 75%) ปีมะเส็ง (ชง 50%) ปีกุน (ชง 25%) โดยชาวจีนเชื่อว่า องค์ไท้ส่วย หรือเทพเจ้าผู้คุ้มครอง ดวงชะตา มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิต และองค์ไท้ส่วยที่รับหน้าที่เฝ้าในปี พ.ศ. 2559 ปีวอก ตามปีใน 12 นักษัตร มีพระนามว่า "กวงต๊งไต่เจียงกุง" การกราบไหว้บูชาเทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา หรือองค์ ไท้ส่วย ทุกๆปี จึงเป็นการเสริมดวงชะตา ซึ่งนอกจากคนที่ปีเกิดปีชงจะกราบไหว้บูชา เพื่อฝากดวงชะ ตาให้องค์ไท้ส่วยช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยแล้ว คนที่เกิดปีนักษัตรอื่นก็สามารถกราบไหว้บูชาองค์ไท้ส่วย เพื่อเสริมดวงที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นได้เช่นกัน สำหรับการแก้ชงที่วัดเล่งเน่ยยี่นั้นให้ซื้อชุดไหว้แก้ชง เขียนชื่อ-นามสกุล อายุ วัน เดือน ปีเกิด เวลาตกฟาก ปีนักษัตรของคุณลงในใบแก้ชงสีแดงแล้วนำชุด ไหว้ไปไหว้เทพเจ้าแห่งดวงชะตาไท้ส่วยเอี้ย จุดธูป 3 ดอก อธิษฐานขอบารมีคุ้มครองให้แคล้วคลาด ปลอดภัย นำชุดไหว้ปัดตัว 12 ครั้ง (ถ้าทำแทนผู้อื่นไม่ต้องปัดตัว) นำใบดวงฝากไว้ที่องค์ไท้ส่วยเอี้ย (ไม่ต้องเผา ปลายปีจะทำพิธีเผาชุดไหว้พร้อมกัน)

ต่อมาเราได้ไปทำบุญที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง (POH TECK TUNG FOUNDATION) เพื่อสักการะหลวง ปู่ไต้ฮง ทำบุญพะเก่ง ทานสาคูสิริมงคล ที่ร่ำลือกันว่ามีรสชาติหอมอร่อยนักโดยศาลเจ้าไต้ฮงกง เป็น ศาลเจ้าที่ประดิษฐานรูปจำลองของหลวงปู่ไต้ฮง มหาเถระผู้มากด้วยเมตตาในสมัยราชวงศ์ซ้อง เป็น พระนักพัฒนา พระนักปฏิบัติ พระนักสังคมสงเคราะห์ และเมื่อหลวงปู่ไต้ฮงมรณภาพ ชาวบ้านชาวเมือง ผู้มีความเคารพเลื่อมใส จึงได้พร้อมใจกันสร้างกุศลศาลาเป็นอนุสรณ์ประดิษฐานพระรูปจำลองของ หลวงปู่ไต้ฮงไว้เพื่อกราบไหว้ ระลึกถึงเมตตาธรรมคุณงามความดีของท่าน และให้ชื่อกุศลศาลาอนุสรณ์ นี้ว่า “ป่อเต็กตึ้ง” มีความหมายในภาษาไทยว่า “คุณานุสรณ์” อันเป็นแบบอย่าง เป็นรากเหง้าของงาน สังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในปัจจุบัน โดยได้ก่อสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2452-2456 สร้าง ตามแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ ต่อมาในปี 2498 ได้หล่อพระรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อเป็นพระ ประธานจำลองที่แกะสลักจากไม้ ซึ่งนายเบ๊ยุ่นอัญเชิญมาจากประเทศจีนที่มีอายุร้อยกว่าปี

หลังจากนั้นได้เวลาของการเสาะหาของอร่อยใส่พุงพลุ้ยๆ จุดหมายอยู่ที่ถนนเยาวราช โดยเรา เดินเข้าไปทางย่านตลาดเก่าเยาวราช เป็นซอยที่ตัดจากถนนด้านเยาวราช 6 ไปทะลุด้านถนนเจริญ กรุง 18 ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่รวมทุกสิ่งอาทิ อาหารจีน อาหารสด อาหารแห้ง ฯลฯ ในบรรยากาศแบบ ชุมชนชาวจีนโบราณ เราเดินไปถ่ายรูปไปจนมาถึงถนนเยาวราช ที่มีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และได้รับการขนานนามว่าเป็น "ถนนมังกร" โดยมีจุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราช และสิ้นสุดปลายหางมังกร ที่บริเวณปลายสุดของถนน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้เยาว ราชเป็นสถานที่สำหรับส่งเสริมการค้าขาย ใช้ระยะเวลาในการตัดถนน 8 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2434 -พ.ศ. 2443 เดิมทีชื่อ "ถนนยุพราช" แต่ได้โปรดเกล้าพระราชทานนามใหม่ว่า "ถนนเยาวราช" บริเวณถนน เยาวราชเป็นแหล่งชุมชนชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก เป็นถนนสายทองคำเป็นย่านธุร กิจการค้า การเงิน การธนาคาร ร้านทอง ภัตตาคาร ร้านอาหาร เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยได้รับ การขนานนามว่าเป็น "ไชน่าทาวน์ แห่งกรุงเทพมหานคร"

ในช่วงเทศกาลตรุษจีน "ปีวอกทอง มงคล ยิ่ง ลาภพูนทวี" บรรยากาศจึงคึกคัก และคราคร่ำ ไปด้วยผู้คนในชุดเสื้อผ้าสีแดง ร้านรวงต่างๆ ต่าง ออกร้านวางของขายกันตลอดทั้งสองฝั่งถนน เรา แวะชิมน้ำทับทิม น้ำส้มเช้ง น้ำรากบัวคั้นสดๆ รู้สึก สดชื่นสบายใจ และเดินเรื่อยมาจนมาถึงร้านอร่อย ที่เป็นจุดหมาย นั่นก็คือ “ร้านก๋วยจั๊บนายเอ็ก” ตั้ง อยู่ปากซอยถนนเยาวราช 9 ตรงข้ามกับโรงแรม ไวท์ออร์คิด ร้านนี้เปิดมาเป็นเวลากว่า 40 ปี เปิด ทุกวันตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงห้าทุ่ม ชื่อนายเอ็กเป็น ชื่อคุณพ่อของเฮียบุ๊ง (เจ้าของร้านคนปัจจุบัน) ซึ่ง คำว่า "เอ็ก" นั้นแปลว่า "พันล้าน" โดยในสมัยแรก เริ่มนั้นคุณพ่อขายก๋วยจั๊บเพียงอย่างเดียว ที่ย่านสะ พานเหล็ก ปัจจุบันมีเมนู 20 กว่าอย่าง มีเมนูแสน อร่อยหลากหลาย อาทิ ก๋วยจั๊บ เกาเหลาเลือดหมู ข้าวขาหมู ข้าวหมูกรอบ ข้าวซี่โครงหมู อาหารตุ๋น ยาจีนต่างๆ ซึ่งเวลาที่เราไปนั้นเกือบเที่ยง ยิ่งเป็น ช่วงเทศกาลทำให้คนแน่นขนัด แถมยังต่อคิวยาว เหยียด

แต่โชคดีที่เราได้โต๊ะเร็ว เราเลือกสั่งเมนู เรียกน้ำย่อยในทันที นั่นคือเกาเหลาเลือดหมูชาม ใหญ่ หมูกรอบ ซี่โครงหมูอบ และต้มจับช่ายเต้าหู้ มาลองลิ้ม

ต้องบอกว่าเกาเหลาเลือดหมูนั้นถูกปาก ทั้งหมูกรอบ และเครื่องในนั้นนุ่มอร่อย น้ำซุปร้อนๆ ที่ เคี่ยวจากกระดูกหมูกันข้ามวันยังเข้มข้นหอมกลมกล่อมไม่มีกลิ่นคาวใดๆ โดยเฉพาะผักจิงจูฉ่าย ผักใบ เขียวคล้ายต้นขึ้นฉ่ายที่ใส่มาในเกาเหลา มีสรรพคุณทางสมุนไพรที่ดีต่อร่างกาย เพราะไม่ว่าจะต้มร้อนๆ หรือกินสดๆ จะมีสารไลโมนีน ซิลนีน และสารกลัยโคไซด์ที่มีชื่อว่าอะปิอิน มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุล ความดันโลหิต จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความดัน อีกทั้งช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ได้ แก้ไข้ไต บำรุงปอด ฟอกเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดี และมีงานวิจัยออกมาว่ายังช่วยรักษาโรค มะเร็งด้วย ส่วนเมนูหมูกรอบนั้นขอบอกว่าชอบมาก เพราะร้านนี้คัดสรรหมูสามชั้นอย่างดีมาหมักจน เข้าเนื้อ และนำไปย่างไฟอ่อนๆ ก่อนนำไปทอดให้หนังกรอบนอก เนื้อนุ่มใน ไม่เหนียว เคี้ยวกันกรุบ กรอบ กินกับข้าวสวยร้อนๆ บอกได้คำเดียวว่า เจิ้น เตอ ห่าว ชือ (อร่อยมากจริงๆ) ส่วนซี่โครงหมูอบ เนื้อเปื่อยนุ่ม ยิ่งราดด้วยน้ำราดสูตรเฉพาะของทางร้าน เค็มๆ หวานๆ หยุดไม่ได้ สำหรับต้มจับฉ่ายเต้า หู้ก็อร่อยจนต้องสั่งข้าวเพิ่มอีกหลายจาน

ตลอดสองข้างทางของถนนเยาวราชนั้นมีแต่ของอร่อย ให้เราเลือก ลองลิ้มกันได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ที่สำคัญคือคุณต้องเตรียมไปคือ เงินใน กระเป๋า รองเท้าที่สวมใส่สบาย ใจที่สนุก และท้องน้อยๆ ที่ต้องพร้อมอัด ของอร่อยให้เต็มพุง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยค่ะ…

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com