Column ประจำ
Sponsor

ปฏิบัติการ ขาว ใส วิ้ง กิ๊ง เด้ง

โดย : รศ.ทพ. ยสวิมล คูผาสุข และ ทพญ. พุทธชาติ อักษเรศ

โดยจากการสำรวจของ American academy of cosmetic dentistry พบว่า รอยยิ้มน่าประทับใจนั้นมีผล ต่อการเข้าสังคม เป็นสิ่งที่ดึงดูดเพศตรงข้าม มีผลต่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพ และการคัดเลือกเข้าทำงาน ในขณะที่ รอยยิ้มที่ไม่ประทับใจ หรือมีจุดด่างดำ เป็นสัญลักษณ์ของการมีสุขภาพที่ไม่ดี ดังนั้น ผู้คนส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดี และการมีรอยยิ้มที่สวยงาม

การมีฟันขาวสะอาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงการมีสุขภาพร่างกายจิตใจที่ดี และรอยยิ้มที่น่าประทับใจ ในปัจจุบันพบว่าผู้คนที่ไม่พอใจสีฟันเดิมของตนเอง มีเป็นจำนวนมากถึงร้อยละ 11.9 – 53.9 และคนเหล่านี้ปรารถนาจะให้ฟันของตนมีสีขาวเพื่อสร้างความมั่นใจ และช่วยให้การใช้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น

ผลของการสำรวจทัศนคติทางด้านความสวยงามทางทันตกรรมจากอาสาสมัคร 250 คน พบว่าภาพลักษณ์ของฟันที่ดี มีความสำคัญในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ ผลการสำรวจประการหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างความสวยกับความต้องการที่จะมีฟันขาวมากๆนั้น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่ออาสาสมัครมีอายุมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลจากอีกการศึกษาหนึ่ง ที่ทำการสำรวจในอาสาสมัครจำนวน 150 คน โดยการให้อาสาสมัคร ดูรูปฟันปลอมหน้าบน 4 ซี่ ที่มีรูปร่างเหมือนกัน แต่มีสีที่แตกต่างกัน เมื่อให้อาสาสมัครระบุว่าฟันซี่ใดที่สวยที่สุด ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครที่มีอายุมากขึ้น

ชอบฟันที่มีสีเข้มมากกว่าอาสาสมัครที่อายุน้อย นอกจากนี้ ในการศึกษาที่ใช้แบบสอบถามเพื่อสำรวจความพึงพอใจของสีฟันตนเอง พบว่าทั้งผู้สูงอายุ (55-64 ปี) และ ผู้เยาว์ (13-17 ปี) มีความพึงพอใจในสีฟันของตนเองใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 30 ในผู้สูงอายุ และร้อยละ 27 ในผู้เยาว์ ทั้งๆที่ ฟันของผู้สูงอายุ มีสีที่เข้มกว่าผู้เยาว์อย่างชัดเจน ดังนั้น จึงอาจเป็นไปได้ว่า ในแต่ละกลุ่มอายุ และ เพศ อาจมีผลต่อความพึงพอใจของสีฟันตนเองที่แตกต่างกัน และ บุคคลนั้นๆอาจต้องการให้ฟันของตนมีสีที่ขาวขึ้นสอดคล้องกับช่วงอายุของตนเอง มากกว่าต้องการให้ฟันตนเองขาวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยในปัจจุบัน มีวิธีการที่ทำให้ฟันขาวได้หลายช่องทาง เช่น การฟอกสีฟัน การทำเคลือบฟันหรือครอบฟัน การขูดหินน้ำลายเพื่อกำจัดคราบสีและหินน้ำลาย รวมถึงการใช้ยาสีฟันฟอกสีฟัน โดยการใช้ยาสีฟันฟอกสีฟันนี้ จัดเป็นวิธีที่สะดวก และสามารถทำได้โดยสะดวกภายในบ้านและที่ทำงาน แต่ผลที่ได้จากการใช้ยาสีฟันประเภทนี้ยังเป็นที่สงสัย และไม่น่าพึงพอใจ ทั้งนี้ เนื่องจากส่วนประกอบที่สำคัญของยาสีฟัน ที่ทำให้ฟันขาวคือ ผงขัด ที่ช่วยกำจัดคราบสีออกจากผิวฟันเท่านั้น

เนื่องจากการรับรู้สีฟันนั้น เป็นปรากฏการณ์ซับซ้อนและการวัดสีฟันด้วยการมองนั้น ถูกกำหนดด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น แสง ส่วนประกอบอนินทรีย์ของฟัน การมีคราบสีภายนอกและภายในตัวฟัน ประสบการณ์ของผู้สังเกต และ สีของริมฝีปาก ดังนั้น จึงได้มีการนำองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ของสี และการรับรู้ถึงสีของวัตถุของสายตามนุษย์ มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ในการทำให้ฟันดูขาวขึ้น เนื่องจาก ปรากฏการณ์ของสีที่เรามองเห็นนั้น คือการตอบสนองทางจิตวิทยาต่อปฏิกิริยาระหว่างพลังงานแสงกับวัตถุ และประสบการณ์ของผู้มองแต่ละคน

ในทางทฤษฎีแล้ว ปัจจัยที่มีผลต่อการรับรู้ถึงสีของวัตถุนั้น จะประกอบด้วยปัจจัยหลักสามประการ คือ

  1. แหล่งของแสง
  2. การสะท้อนและการดูดซับแสงของวัตถุ
  3. การมองของผู้สังเกตและลักษณะโครงสร้างของวัตถุ

โดย แหล่งของแสง หมายถึง พลังงานที่ถูกปล่อยออกมาหลากหลายคลื่นความถี่แสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ในขณะที่ การสะท้อนและการดูดซับแสงของวัตถุแต่ละชนิดนั้น จะเป็นตัวกำหนดสี เช่น การที่เราเห็นวัตถุใดๆมีสีแดง เกิดขึ้นเนื่องจากวัตถุนั้นๆ สามารถสะท้อนคลื่นแสงสีแดงออกมามากกว่าคลื่นแสงสีเขียวและสีฟ้า ส่วนการมองของผู้สังเกตเป็นการทำงานระหว่างตาและสมองในการรับรู้สี

คณะกรรมการสากลของ de I’Eclairage อธิบายว่า การรับรู้สีของสายตามนุษย์ สามารถอธิบายได้ด้วยช่องว่างสามมิติของสี ซึ่งประกอบด้วยแกนหลักสามส่วน คือ L หรือความสว่าง a หรือ แกนสีแดง-เขียว และ b หรือ แกนสีเหลือง-ฟ้า และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเห็นสีขาวมากที่สุด คือ การเปลี่ยนในแนวแกนเหลือง-ฟ้า โดยพบว่าการเปลี่ยนจากสีเหลืองเข้าสู่สีฟ้า จะทำให้ตาเราเห็นเป็นสีขาว

ในกรณีของการฟอกสีฟันด้วยสารประกอบเปอร์ออกไซด์ ผลการศึกษาโดย Gerlach และคณะ ที่ศึกษาการรับรู้สีฟันที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้เข้าร่วมการทดลองหลังจากฟอกสีฟัน 2 สัปดาห์ พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษารู้สึกว่าฟันขาวขึ้นและพอใจมากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากสารประกอบเปอร์ออกไซด์ มีผลในการลดความเข้มของสีเหลืองลง ทำให้การรับรู้ในแนวแกนเหลือง-ฟ้าเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของความสว่างและแกนสีแดง-เขียว ซึ่งการเอียงจากสีเหลืองมาทางสีฟ้าทำให้มองเห็นฟันสีขาวขึ้น

แนวคิดเรื่องสีนี้ถูกถ่ายทอดออกเป็นนวัตกรรมใหม่ คือ ยาสีฟันที่มีส่วนประกอบของสาร หรือสีที่ให้สีฟ้า ที่สามารถเคลือบติดบนผิวฟัน การศึกษาโดยนำฟันมนุษย์ที่ถอนมาแช่ในบลูโควารีน (blue covarine*) และวัดค่าสีที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยมาตราเทียบสี (colorimeter) พบว่า บลูโควารีนสามารถจะจับและสะสมบนเคลือบฟันทำให้ฟันมีสีเหลืองน้อยลงและเห็นว่าฟันขาวมากขึ้น และสามารถจับอยู่บนฟันได้นาน 2-3 ชั่วโมง ในปัจจุบันมียาสีฟันที่ผสมสารบลูโควารีนร่วมกับผงขัดซิลิกา โดยคาดหวังให้ผงขัดซิลิกาช่วยในการขจัดคราบสีบนตัวฟัน ร่วมกับการที่สารบลูโควารีนเคลือบบนตัวฟัน เพื่อทำให้การรับรู้สีฟันดูขาวขึ้น ซึ่งจัดเป็นทางเลือกและแนวคิดใหม่ในการทำให้ฟันขาวขึ้นที่น่าสนใจ

covarine เป็นสารสีที่ใช้ในวงการเครื่องสำอาง โดยมีสารประกอบของ covarine ที่สามารถให้สีในโทนต่างๆ ตั้งแต่สีดำ แดง เหลือง ม่วง ฟ้า และขาว โดยมีองค์ประกอบเป็น iron dioxide and titanium dioxide ในสารละลายน้ำและกลีเซอรีน

Reference

  1. Oral Health in America. A Report of the Surgeon General: Rockville, MD. U.S. Department of Health and Human Services, National Institute of Dental and cariofacial Research, National Institutes of Health 2000;133-152.
  2. Alkhatib MN, Holt R, Bedi R. Prevalence of self-assessed tooth discolouration in the United Kingdom. J Dent 2004;32:561-566.
  3. Alkhatib MN, Holt R, Bedi R. Age and perception of dental appearance and tooth color. J Gerodontology 2005;22:32-36.
  4. Gerlach RW, Barker ML, Sagel PA. Objective and subjective whitening tesponse of two self-directed bleaching systems. Am J Dent 2002;15:7A-15A.
  5. Joiner A, Philpotts CJ, Alonso C, et al. A novel optical approach to acheving tooth whitening. J Dent 2008;36:S8-S14.
  6. Joiner A. A silica toothpaste containing blue covarine: a new technological breakthrough in whitening. Int Dent J 2009;59:284-8.

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com