Column ประจำ
Sponsor

ภาวะซึมเศร้า กับ โรคกระดูกพรุน

โดย : รศ.ทพ.ดร.ประสิทธิ์ ภวสันต์ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Tags : โรคซึมเศร้า , ซึมเศร้ากับกระดูกพรุน , กระดูกพรุน , ศ.ทพ.ดร.ประสิทธิ์ ภวสันต์

โรคทั้งสองนี้ น่าจะเป็นโรคที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่จากรายงานการศึกษาเริ่มปรากฏหลักฐานว่า โรคทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างน่าสนใจ และกำลังจะเป็นภาวะคุกคามในสังคมยุคใหม่ที่เราควรจะต้องจับตามอง

โรคซึมเศร้า หรือ ภาวะซึมเศร้ารุนแรง เป็นความผิดปกติของจิตใจซึ่งมีลักษณะโดยรวมคือ มีภาวะซึมเศร้า (depression) ร่วมกับการขาดความสนใจในกิจกรรมต่างๆ (anhedonia) และพบว่า ร้อยละ 60 ของผู้ป่วยที่ฆ่าตัวตาย เป็นผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

ชื่อโรค“major depressive disorder” ถูกตั้งขึ้นโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1980 และปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นปัญหาทางสุขภาพที่สำคัญ โดยมีการคาดการณ์จากองค์การอนามัยโลกว่า ภายในปี 2020 หรือ ในปี พ.ศ. 2563 โรคนี้จะก่อให้เกิดความสูญเสียเป็นอันดับสองรองจากโรคหัวใจขาดเลือด เนื่องจากอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้านี้เพิ่มสูงมากขึ้นในสังคมยุคใหม่ ที่เป็นสังคมแบบวัตถุนิยม เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การแข่งขันทำให้การดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบันนี้ เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน มีความคาดหวังสูง

คนไขัที่เริ่มมีอาการซึมเศร้า มักจะเริ่มมีอาการเวียนศีรษะ หรือ ปวดศีรษะบ่อย เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก มีอาการปวดเรื้อรังตามส่วนต่างๆมีความสนใจในกิจกรรมต่างๆลดลง มีน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจจะเบื่ออาหารหรือเจริญอาหารผิดปกติ นอนไม่หลับ สมาธิหรือความสามารถในการคิดอ่านลดลงหรือตัดสินใจช้าลง เป็นต้น

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้านี้ อาจมีสภาวะ ไบโพลาร์ (bipolar disorder) คือมีภาวะของการซึมเศร้าสลับกับอาการคลุ้มคลั่งหรือ แมเนีย (mania) ร่วมด้วยก็ได้

ในอเมริกา ผลการสำรวจในปี 2000 พบว่ามีประชากรถึง 19 ล้านคน หรือกว่าร้อยละ 3.2ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนในประเทศไทย ผลการสำรวจเมื่อปี 2546 พบว่า ประชากรร้อยละ 3.2 มีภาวะซึมเศร้า โดยเพศหญิงจะมีภาวะนี้ มากกว่าเพศชายถึงสองเท่า

อัตราการเพิ่มของผู้ป่วยภาวะซึมเศร้านี้ ก็เพิ่มสูงขึ้นทุกปีโดยในปี 2551 ประมาณการว่ามีผู้ป่วยโรคนี้สูงถึง 3 ล้านคน แต่มาพบแพทย์ไม่ถึงหนึ่งในสามของผู้ป่วยทั้งหมด และในปี 2563 คาดว่าจะมีผู้ป่วยโรคนี้สูงถึงร้อยละ 10 ของประชากร

รายงานการศึกษาโดย Eskandari และคณะ พบว่า ในหญิงวัยก่อนหมดประจำเดือน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า จะมีค่า BMD หรือ Bone Mineral Density ของกระดูกบางตำแหน่ง ต่ำกว่า 1เช่นที่ บริเวณ femoral neck, lumbar spine และ hip bone ซึ่งมีโอกาสจะพัฒนาไปเป็น osteoporosis (ค่า BMD ต่ำกว่า 2.5) เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาในคนนั้น จะไม่ชัดเจนเท่าในหนู ซึ่งพบ low BMP ในหนูที่ถูกกระตุ้นให้เกิด chronic stress อย่างชัดเจน เนื่องจากในผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นมักจะมีภาวะของ endocrine ที่ผิดปกติร่วมด้วย เช่น มีรายงานที่แสดงว่า โรคซึมเศร้านี้ สามารถทำให้มวลกระดูกลดลงได้ถึงร้อยละ 6-15 แต่ก็พบรายงานแย้งเช่นกัน ซึ่งความแตกต่างนี้ น่าจะเกิดจากการทำงานของระบบอื่นๆของร่างกายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

มีข้อสังเกตว่า ภาวะกระดูกบางที่ร่วมกับโรคซึมเศร้านั้นจะเกิดกับกระดูกเฉพาะที่ เช่น hip และ spine เป็นต้น ซึ่งเป็นกระดูกพบอาการ osteoporosis ทำให้เกิดข้อเสนอว่าโรคซึมเศร้านี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงประการหนึ่ง ของการเกิด low BMD เช่นเดียวกับ การสูบบุหรี่ การขาดการออกกำลังกาย และการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ

ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ผลของภาวะซึมเศร้าที่มีต่อมวลกระดูกนี้ จะส่งผลรุนแรงในหญิงก่อนวัยหมดประจำเดือนมากกว่าหลังหมดประจำเดือนแล้ว

ในปี 2000 มีรายงานในหนูทดลอง ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างความอ้วนกับกระดูก โดยพบว่า ฮอร์โมนเล็บติน (leptin) ซึ่งหลั่งจากเซลล์ไขมัน เพื่อทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์กระดูกด้วย ซึ่งรายงานนี้ พบว่าหนูที่ไม่มีฮอร์โมนเล็บติน จะอ้วนมาก และก็มีความหนาแน่นมวลกระดูกเพิ่มขึ้นด้วย

ผลการศึกษาต่อมา leptin ทำหน้าที่ควบคุมมวลกระดูกผ่านการทำงานของระบบ sympathetic nervous system (SNS) โดยการกระตุ้นการทำงานของ SNS จะทำให้การทำงานของ osteoblast ลดลง ขณะที่การทำงานของ osteoclast เพิ่มขึ้นเป็นผลทำให้มวลกระดูกลดลง และโดยที่leptin กระตุ้นการทำงานของ SNS ดังนั้น หนูไม่มี leptin จึงมีมวลกระดูกเพิ่มขึ้น

ในทำนองเดียวกัน ภาวะซึมเศร้านั้น จะมีผลต่อสมดุลของฮอร์โมน และการทำงานของ ระบบประสาท sympathetic ดังนั้น จึงสามารถส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของมวลกระดูก

ภาวะ depression นั้น มีผลกระทบต่อกลุ่มประชากรมากกว่าที่เราเห็น ผลการสำรวจพบว่าเพศหญิงกว่าร้อยละ 25 และเพศชายร้อยละ 12 เคยผ่านภาวะ depression มาแล้ว และหากภาวะนี้ เกิดขึ้น และคงอยู่อย่างเรื้อรัง ก็จะกระตุ้นการทำงานของระบบ sympathetic และต่อมหมวกไต (sympatho-medullary activity)ทำให้ระดับของ norepinephrine, neuropeptide Y และฮอร์โมน cortisol เพิ่มสูงขึ้นทั้งในปัสสาวะและในกระแสเลือด

ในภาวะ chronic depression นั้น พบว่าระดับของ cortisol ในปัสสาวะของผู้ป่วยเพิ่มมากกว่าปกติได้ถึงร้อยละ 60-70

Cortisol เป็นฮอร์โมนที่มีการใช้ในการรักษาโรค เช่น หอบหืด ไขข้ออักเสบ หรือ โรคแพ้ภูมิ (autoimmune disease) และเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งในการเหนี่ยวนำการเกิด osteoporosis โดยcortisol จะกระตุ้นการตายของ osteocyteและ osteoblast

ในขณะที่ Norepinephrine ก็สามารถยับยั้งการทำงานของ osteoblast และสนับสนุนการเกิด osteoclast ดังนั้นการเพิ่มขึ้นของสารทั้งสองนี้จึงทำให้อัตราการทำลายกระดูกเพิ่มขึ้น

ส่วน บทบาทของ Neuropeptide Y (NPY) ซึ่งเป็น neurotransmitter อีกตัวหนึ่งที่พบหลั่งออกมามากในภาวะ depression นั้น มีความซับซ้อนกว่า เนื่องจากการหลั่ง NPY จะพบได้ในสองระดับ คือที่ระดับสมองส่วน hypothalamus และที่บริเวณปลายประสาท โดยผลของ NPY ในระดับสมองจะกระตุ้นการละลายของกระดูก ในขณะที่ผลของ NPY ที่ส่วนปลายประสาท จะป้องกันการละลายตัวของกระดูกแต่ก็มีรายงานที่แสดงว่า การเพิ่มขึ้นของNPY ในร่างกาย สัมพันธ์กับการลดลงของมวลกระดูกเช่นกัน โดยรายละเอียดในส่วนนี้ หากมีโอกาสจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป

สรุป

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทsympathetic ร่วมกับต่อมหมวกไต ทำให้มีการหลั่ง Cortisol จากต่อมหมวกไต และหลั่ง norepinephrine และ NPY จากระบบประสาท sympathetic เพิ่มมากขึ้น การเพิ่มการหลั่งสารเหล่านี้ นอกจากจะทำให้เกิด imbalance ของระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย (ที่เราเคยเรียนกันมาแล้ว) ยัง ทำให้เกิดการลดลงของมวลกระดูกทั้งในหญิงและชาย แต่ผลจะเด่นชัดกว่าในหญิงสาววัยก่อนหมดประจำเดือน และทำให้อัตราการเกิด osteoporosis เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเพิ่มขึ้น จุดที่น่าเป็นห่วง คือ เรายังไม่ตระหนักถึงอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งกำลังจะเป็นปัญหาสำคัญทางสุขภาพในอนาคตอันใกล้

Suggested reading

  1. Eskandari F, et al.Low Bone Mass in Premenopausal WomenWith Depression. Arch Intern Med. 2007;167(21):2329-2336.
  2. He JY., et al.Autonomic control of bone formation: its clinical relevance. Handbook of Clinical Neurology, Vol. 117 (3rd series) Autonomic Nervous System. R.M. Buijs and D.F. Swaab, Editors 2013.
  3. Weinstein RS.Glucocorticoid-Induced Bone Disease. N Engl J Med 2011;365:62-70.
  4. National Institute of Mental Health. Depression and Osteoporosis. (http://www.nimh.nih.gov/health/publications/depression-and-osteoporosis/depression-and-osteoporosis.pdf)

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com