Column ประจำ
Sponsor

จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ในความเป็นทันตแพทย์

โดย : สุธี สุขสุเดช, ศิริวรรณ สืบนุการณ์

กุหลาบ สายประดิษฐ์ จารึกถ้อยคำข้างต้นนี้ไว้ในบทความชื่อ มองนักศึกษา มธก ด้วยแว่นขาว ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นที่มาของประโยคอันลือลั่น “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน” สิ่งนี้เองเป็นแรงบันดาลใจให้ รศ.ทพ.ประทีป พันธุมวนิช ผู้ก่อตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สร้างหลักสูตร เพื่อตอบปัญหาที่ยังไม่สามารถหาคำตอบที่ตรงใจได้ ในมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ ณ ห้วงเวลานั้น

1
คำถามแรกคือ “ทำอย่างไร การเรียนการสอนจึงจะพ้นจากการจดตามสไลด์ในห้องบรรยาย แล้วจำเอาไปสอบ”

คำถามอันสาหัสข้อแรกนี้ ทำให้ต้องไปทบทวนวิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ และได้คำตอบที่ชัดเจนว่า “มนุษย์เรียนรู้ได้ด้วยการผ่านประสบการณ์อันหลากหลาย การอ่าน การท่องจำ ต้องประกอบกับการค้นคว้า และการเห็นว่า สิ่งที่เรียนรู้นั้น แก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงได้” ด้วยวิธีคิดเช่นนี้เอง คณะทันตแพทย์จึงก่อสร้างอยู่บนฐานศิลาแห่งการเรียนรู้ คือ Problem-Based Learning (PBL) : การใช้ปัญหาเป็นฐานแห่งการเรียนรู้ และ 2) Evidence Based Dentistry : การใช้หลักฐานทางวิชาการทางทันตแพทยศาสตร์

การเรียนการสอนในธรรมศาสตร์ จึงมีรูปแบบที่หลากหลายกว่าการเรียนในห้องเรียน และในห้องปฏิบัติการแต่เพียงเท่านั้น เราเชื่อว่ามนุษย์สร้างความรู้ขึ้นได้เป็นของเขาเอง ครูไม่ใช่ผู้ผูกขาดความรู้ แต่เป็นกัลยาณมิตร ที่สร้างให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้อันหลากหลาย ในตารางเรียนแต่ละวิชานั้น เปิดโอกาสให้นักศึกษาทันตแพทย์ธรรมศาสตร์ เรียนรู้ปัญหาต่างๆ ทั้งในทางคลินิก และในทางชุมชน จากนั้นจึงทำการค้นคว้ารายบุคคล (Self-directed Learning) ประชุมและอภิปรายความรู้ที่จะนำมาแก้ปัญหาในระดับกลุ่มร่วม (Small-group discussion) ร่วมถึงวิธีดั้งเดิม เช่นการฟังบรรยาย ประสบการณ์การเรียนรู้อันหลากหลายนี้ ทำให้นักศึกษาทันตแพทย์ “สร้างความรู้” ของตัวเองขึ้นมา โดยมีครูเป็นเสมือนพี่เลี้ยงที่จะคอยชี้แนะแนวทางในการแสวงหาความรู้สำหรับการแก้ปัญหานั้นๆ

2
คำถามที่สองคือ “เราจะสอนทักษะทางคลินิก เพื่อการทำฟันอย่างมีสติ เป็นระบบ และไม่เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บจากการทำงานอย่างไร”

“...แก้ตรงนี้อีกนิดนึง...กรอตรงนี้อีกหน่อยนึง...” โดยไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าอีกนิด อีกหน่อย หมายถึงมากน้อยเท่าไหร่ ต้องทำอย่างไร มันสร้างความเครียดต่อผู้เรียน ไม่มีความสุข ขาดความเชื่อมั่น จนนักเรียนบางคนเข็ดขยาดกับการเรียนทันตแพทย์ ทิ้งวิชาการ ทิ้งการเรียนต่อ ไม่อยากกลับเข้าคณะอีกหลังเรียนจบ เพราะนักเรียนจะไม่รู้ ไม่มีเหตุผล ที่มาที่ไป และไม่มีหลักฐานทางวิชาการว่าต้องแก้ไขให้ถูกใจอาจารย์ต้องมากน้อยเพียงไร

การฝึกทักษะทางคลินิกที่ธรรมศาสตร์ใช้รูปแบบที่เรียกว่า Skill Acquisition Transfers and Verification หรือที่เราเรียกย่อๆ ว่า SAT-V โดยจะมุ่งเน้นให้นักศึกษาฝึกทักษะโดยวิธีการหาคำตอบด้วยตนเองแบบการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก การฝึกจะเริ่มจากทักษะขั้นพื้นฐาน (skill acquisition) นักศึกษาจะค่อยๆ พัฒนาทักษะในขั้นสูงขึ้นโดยการเชื่อมโยงกับทักษะพื้นฐาน (transfers) และการฝึกทุกขั้นตอนมีการบันทึกข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างนักศึกษาในกลุ่มและระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (verification)

นักศึกษาทันตแพทย์จะได้ฝึกการปฏิบัติงานในระดับก่อนขึ้นคลินิกที่เหมือนกับการปฏิบัติงานจริงในคลินิก โดยเริ่มจากการกำหนดท่าทางในการปฏิบัติงานที่สมดุลของตนเองตามหลักการยศาสตร์ (ergonomics) โดยมีคนเป็นศูนย์กลางในการคิด (SATV 0: Human centered derviaiton) จากนั้นจะเริ่มฝึกในระบบจำลองเพื่อค้นหาตำแหน่งที่เหมาะสมในการทำงาน ตำแหน่งของผู้ป่วยจำลอง จุดสัมผัสกับเครื่องมือและผู้ป่วยจำลอง และการมองเห็นโดยตรงและการใช้กระจก (SATV 1: Positions, contacts, and views) การฝึกควบคุมมือประสานกับการมองเห็นการการทำงานที่ต้องการความแม่นยำสูงโดยการฝึกกรอฟันด้วยหัวกรอความเร็วสูงในระบบจำลอง (SATV 2- Finger control test) เมื่อได้ทักษะในการควบคุมมือในการใช้หัวกรอความเร็วสูงได้แล้วนักศึกษาจะได้ฝึกถ่ายทอดทักษะที่ได้ไปสู่การปฏิบัติงานอื่น ๆ ตั้งแต่การตรวจฟัน จนถึงการถอนฟัน (SATV 3: Skill transfers) โดยใช้ระบบจำลองที่มีโมเดลฟันมาตรฐานที่มีพยาธิสภาพและสภาวะใกล้เคียงกับผู้ป่วยจริง ในขั้นตอน SATV 2 และ 3นักศึกษาจะได้ฝึกการทำงานโดยมีผู้ช่วย (SATV 4: Dentist-patient-assistant roles) ขั้นตอนที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเป็นการฝึกปฏิบัติการก่อนขึ้นคลินิกในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับคลินิกจริงมากที่สุด จากนั้นนักศึกษาจะได้ฝึกปฏิบัติในคลินิก (SATV 5: Clinical treatment) ซึ่งรวมถึงการฝึกทักษะในการสื่อสารกับผู้ป่วยจริงด้วย (SATV 6: Clinical communication)

3
คำถามถัดมา “ทำอย่างไรจึงจะเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้ที่สำเร็จปริญญาตรีจากสาขาอื่นให้มาเรียนทันตแพทย์ได้”

เพราะเราเชื่อว่าประสบการณ์ และการให้โอกาสทางการศึกษาในช่องทางที่ยังไม่มีใครเคยให้ เป็นเรื่องสำคัญ เราเชื่อว่าธรรมศาสตร์สร้างขึ้นจากปรัชญาที่ว่า สังคมอารยะนั้น ให้ความสำคัญกับโอกาสทางการศึกษา นักศึกษารุ่นแรกๆ ของทันตแพทย์ธรรมศาสตร์ เป็นนักศึกษากลุ่มนี้ล้วนๆ (เราเรียกเล่นๆ ว่า นศ New track) ส่วนรุ่นหลังๆ ได้รับนักศึกษาจากช่องทางอื่นรวมทั้งจากการสอบส่วนกลางเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน นักศึกษากลุ่มนี้มีประมาณหนึ่งในสามของนักศึกษาทั้งหมด เราจึงมีนักศึกษาที่เป็น สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต พยาบาลศาสตรบัณฑิต สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต วิทยาศาสตรบัณฑิต กระทั่ง วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ที่มาล่าฝันต่อที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ธรรมศาสตร์ หลายคนทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว หลายคนแต่งงานมีครอบครัว มีบุตรธิดาแล้ว หลายคนไม่รบกวนค่าใช้จ่ายจากทางบ้าน ต้องทำงานส่งตัวเองเรียน จึงไม่แปลกใจเลยที่จะพบ นักศึกษาทันตแพทย์ธรรมศาสตร์ ต้องไปเฝ้าร้านยา ไปทำคลินิกกายภาพ ไปรักษาสัตว์ เพื่อนำค่าจ้างค่าเวรเหล่านั้น มาเป็นค่าเล่าเรียนของพวกเขา พี่ๆ New track เหล่านี้ เป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันประสบการณ์การเรียน รวมถึงประสบการณ์ชีวิต ให้แก่กันและกัน และให้กับน้องๆ ในคณะ การรับนักศึกษา New track จึงนับเป็นการติดเขี้ยวเล็บให้กับระบบการเรียน PBL เป็นอย่างดี

4
คำถามสุดท้าย “เราจะผลิตบัณฑิตที่มีจริยธรรมและรักประชาชนได้อย่างไร”

YC James Yen ปรมาจารย์ด้านการพัฒนากล่าวเอาไว้ว่า Go to the people, Live among them, Learn from them, Love them, Serve them, Plan with them, Start with what they know, Build on what they have. “ไปหามวลชน ใช้ชีวิตร่วมกัน เรียนรู้จากเขา รักเขา รับใช้เขา วางแผนร่วมกับเขา เริ่มจากสิ่งที่เขารู้ และสร้างบนสิ่งที่เขามี” ทันตแพทย์ ธรรมศาสตร์จัดการเรียนการสอนกลุ่มวิชาจริยศาสตร์ และความเป็นวิชาชีพทันตแพทย์ ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้แบบ Community Based Learning ที่มีจุดมุ่งหมายให้นักศึกษาทันตแพทย์ตั้งคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับชีวิต เช่น ความสุขคืออะไร ความดีคืออะไร กระทั่ง แพทย์ในฐานะมนุษย์ควรเป็นอย่างไร เรื่อยไปจนถึงแนวคิด global citizen การเป็นพลเมืองผู้ใช้ชีวิตอย่างไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตรอบข้าง

สุดท้ายนักศึกษาทันตแพทย์ต้องไปใช้ชีวิตกินนอน ทำงานในชุมชนอำเภอต่างๆ เช่น (อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี)อย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละหนึ่งสัปดาห์เพื่อศึกษา เรียนรู้ ทำความเข้าใจ วางแผนร่วมกับชุมชนในการสร้างโครงการสุขภาพ งานนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่นักศึกษาจะได้ทำงานในพื้นที่เดิม โดยเริ่มกิจกรรมเมื่อเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 กลับไปอีกครั้งในพื้นที่เดิมเมื่อนักศึกษาโตขึ้นมีความสามารถด้านต่างๆ มากขึ้น ในชั้นปีที่ 3 และ 6

กระบวนการนี้เอง ทำให้นักศึกษาใช้ชีวิตกับชาวบ้าน อสม จพง.สาธารณสุข อบต. ฯลฯ จนเรียกได้ว่า สนิทสนมดังญาติมิตร ดังจะเห็นได้ว่า ช่วงเวลาปีใหม่ หรือสงกรานต์ นักศึกษาจะจับกลุ่มกันกลับไปเยี่ยมพื้นที่แม้ว่าจะจบวิชาเรียนไปแล้ว

เมื่อครั้งสถาปนามหาวิทยาลัยเพื่อมวลชน ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การ ได้กล่าวไว้ว่า “...มหาวิทยาลัยย่อมอุปมา ประดุจบ่อน้ำ บำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิและโอกาสที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพของการศึกษา...”

หากพิจารณาโดยถ้วนถี่ จะเห็นได้ว่า จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ อันเป็นการยกย่องหลักสิทธิและเสรีภาพ รวมทั้งสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น ฉายโชนอยู่ในเนื้อในน้ำของการเรียนการสอนคณะทันตแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่อย่างแจ่มชัด นับจากปี 2539 อันเป็นปีแรกก่อตั้งคณะ มีบัณฑิตจบการศึกษาจากคณะนี้ไปแล้วเกือบห้าร้อยคน เขาเหล่านี้นอกจากจะเป็นทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตแล้ว พวกเขายังเป็น ธรรมศาสตรบัณฑิต: ปัญญาชน ผู้มีธรรมะเป็นอาวุธในการกำจัดอวิชาให้กับสังคมอีกด้วย

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com