Column ประจำ
Sponsor

สมดุล คุณค่า ชีวิต : Waiting Time

โดย : ทพ.สมดุลย์ หมั่นเพียรการ

Waiting Time

โลกในช่องปากของทันตแพทย์ชาวเรา มักคุ้นชินกับ คำว่า working time และ setting time ของวัสดุแต่ละชนิดที่กำหนดไว้ในข้อบ่งใช้

ขณะพิมพ์ปากด้วยอัลจิเนต เมื่อตวงส่วนผงให้พอดีกับส่วนเหลว ผสมจนเข้ากันดี โหลดวัสดุนั้นลงในถาดพิมพ์ปาก นำไปใส่ในปากผู้ป่วย จนอัลจิเนตแข็งตัวได้ที่ คนส่วนใหญ่จะเอาใจไปจดจ่อกับช่วงเวลา prime time ลุ้นระทึกว่ารอยพิมพ์ที่ได้ จะเป็นเช่นไร จนอาจลืม สังเกตไปว่า นับจากระยะทำงาน หรือ working time จนถึง setting time นั้น ยังมีคำว่า ‘waiting time’ คั่นอยู่

..........ในช่องปาก

ถ้ารอยพิมพ์ที่ได้สวยงามลอกเลียนรายละเอียดทั้งหมดในช่องปากได้ดีก็เฮไป ตรงกันข้าม หากเกิดมีฟองอากาศ หรือผิดรูปมันไป ก็แค่ปรับสัดส่วนระยะทำงานแล้วพิมพ์ใหม่

ตอนจบมาทำงานใหม่ๆ มีสูตรสำเร็จหนึ่งที่เป็นเหมือนข้อบ่งชี้ความสุขของหมอฟันรุ่นพี่สอนไว้ จนผมจำขึ้นใจ นั่นคือ ต้องประกอบไปด้วยของ 3 อย่าง คือ บ้าน ร้าน รถ ด้วย working time ที่ทุ่มเท เริ่มจากมี ‘รถ’ คันแรกขับหลังจากจบมาทำงานไม่ถึงปี “ชีวิตสบายขึ้น ..ท่าทางจะจริงดังที่รุ่นพี่บอก” ผมแอบคอนเฟิร์มในใจ ต่อด้วยการลาออกจากราชการ ร่วมหุ้นกับเพื่อนเพื่อเปิด ‘ร้าน’ ทำฟัน “กิจการคงพอไปไหว ถ้าสายป่านยาวพอ เห็นผลชัวร์..สู้ต่อไปทาเคชิ!” หลายครั้งที่พยายามปลุกใจตัวเองตอนที่บางเดือนกิจการเริ่มขาดสภาพคล่อง สุดท้ายเริ่มเก็บหอมรอมริบ เพื่อมี ‘บ้าน’ สวยๆสักหลัง

..........

เมื่อ setting time ได้ที่ “บ้าน ร้าน รถ..สูตรผสมลงตัวเป๊ะ !” ผมอุทานกับตัวเอง แต่หลังจากแกะรอยพิมพ์ชีวิตช่วงนั้นออกมาดู กลับพบว่าช่างเต็มไปด้วยฟองอากาศและรูพรุนจนผิดรูปผิดร่าง ส่วนผสมที่อาจนำ ‘ความสบาย’ มาให้ชีวิต แต่ไม่อาจเรียกมันได้เต็มหัวใจว่า ‘ความสุข’ ความสำเร็จจากการเปิดกิจการ ต้องแลกมาด้วยการขาดอิสรภาพที่จะไปไหนหรือทำอะไรตามใจฝัน เบื้องหลังบ้านเปี่ยมสุข กลับพอกพูนไปด้วยดอกเบี้ยจากภาระหนี้สิน

waiting time ที่เฝ้าอดทนรอคอยอยู่หลายปี สุดท้าย setting time หรือผลจากการทำงานหนักกลับให้ผลไม่เป็นดังคาด วิกฤติชีวิตช่วงนั้นเอง ที่กลับกลายเป็นโอกาส จัดปรับ working time ทบทวนหาสัดส่วนชีวิต ว่าเราใส่อะไรเกินหรือพร่องไป

จนวันหนึ่งที่คลินิกปิดกิจการ

ผมไม่รู้สึกถึงความล้มเหลว แต่กลับสัมผัสอิสระจากพันธนาการของภาระที่ต้องรับผิดชอบ ชีวิตที่ค่อยๆเปลี่ยนจากวิ่งเร็วเป็นเดินช้า ทำให้ผมได้พบสัดส่วนใหม่จากการฝึก’โยคะ’

แรกเริ่มโยคะ ช่วยในการบำบัดเยียวยาอาการปวดล้าทางกาย ซึ่งไม่อาจเห็นผลทันตาเพียงแค่คลิกหรือเขี่ยแอพพลิเคชันบนหน้าจอ แต่เกิดจากความเพียรหมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

ผมรอเวลาอยู่หลายปี กว่าต้นทุนความฝันในวัยเยาว์ที่อยากเรียนนิเทศ จะถูกนำมาประสานกับความรู้สายแพทย์ จนเป็นรูปแบบการสอนที่จุดประกายให้คนสนใจโยคะในเชิงกายวิภาคศาสตร์สรีรวิทยา (yoga anatomy)

ครั้งหนึ่งที่ทำเวิร์คชอป yoga anatomy เพื่อหาทุนช่วยผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย มูลนิธิวัดคำประมง จ.สกลนคร โดยไม่รับค่าตอบแทน มีคุณตาท่านหนึ่ง ผมหงอกขาวทั้งศีรษะ เข้ามาร่วมฟังด้วย ไม่เพียงข้อเข่าและร่างกายของท่านจะไม่เอื้อให้ฝึกโยคะ(สักท่า) จนได้แต่นั่งฟังบนเก้าอี้ แต่ตลอดทั้งงานนั้น คุณตาคอยแต่ยิงคำถาม ป่วนอยู่ตลอด “เยอะนะ..” ผมแอบจี๊ดนิดๆอยู่ในใจ

จนช่วงสุดท้ายของงานที่ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน คุณตาท่านนั้นเดินเข้ามาหาผม ตบบ่าเบาๆ ด้วยความเมตตา บอกกับผมว่า “ผมเป็นอาจารย์แพทย์ ผมดีใจที่คนในวิชาชีพเรา ได้นำความรู้ไปทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้” ความรู้สึกปิติ เต็มตื้นขึ้นมาในใจ จนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว เอิ่ม..ไม่ใช่แอบดีใจที่ waiting time เรามีมากพอที่จะไม่เผลอพลั้งปากแอบเหน็บคุณตาไประหว่างที่สอนหรอกนะครับ (อิอิ)

แต่โยคะทำให้ผมตระหนักถึงคุณค่าของวิชาชีพ กับวิชาชีวิต ระหว่างทางแห่งการรอคอย

สัดส่วนในชีวิต คงไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัวแค่ตวงส่วนผงให้พอดีกับส่วนเหลวผสมกันจนแข็งตัว เหมือนวัสดุทันตกรรม

วิถีโยคะ สอนให้ผมได้เรียนรู้สมดุลชีวิต ของสอง สิ่ง คือ ความเพียร และการละวาง

การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำสม่ำเสมอต่อเนื่องกันเป็นเวลาที่นานพอ เราจึงจะเห็นผลและคุณค่าของสิ่งนั้น ช่วง working time ที่เราใส่ใจ ใส่ความเพียรลงไป พร้อมๆกับการละวาง setting time คือไม่คาดหวังกับผลที่จะเกิดขึ้น

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com