Column ประจำ
Sponsor

เรื่องสั้นจากห้องทำฟันเด็ก Episode 1 : ละครโรงเล็ก

โดย : ทญ.กมลชนก เดียวสุรินทร์
Tags : ทำฟันเด็ก , ปรับพฤติกรรมเด็ก , ทญ.กมลชนก เดียวสุรินทร์

คุณแม่ของน้องวินเดินเข้ามาในห้องทำฟันคนเดียว มาขอคุยกับหมอก่อนที่จะพาน้องวินเข้ามา คุณแม่บอกว่า เคยพาน้องวินไปหาหมอฟัน 2 ครั้ง น้องร้องอาละวาดทั้งสองครั้ง น้องไม่มีฟันผุ เพียงแค่มาตรวจฟันและเคลือบฟลูออไรด์ ต้องจับบังคับกัน และน้องก็สู้สุดฤทธิ์แบบไม่ฟังอะไร คุณแม่เล่าเพื่อให้หมอได้เตรียมพร้อมก่อนว่า เดี๋ยวจะได้เจออะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก หมอจะได้เตรียมรับมือเด็ก 5 ขวบคนนี้ได้ถูก และ หมอก็ขอคุณแม่ร่วมแสดงละครด้วยกัน

เมื่อคุณแม่พาน้องวินเข้ามา น้องยังคงยืนชิดคุณแม่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั่งของผู้ปกครองที่อยู่มุมห้องปลายเก้าอี้ทำฟัน น้องวินไม่ยอมเดินมาที่เก้าอี้ทำฟัน หมอทำเป็นไม่สนใจ และคุยจ้อกับคุณแม่ โดยมีน้องวินแอบฟัง (ก็อยู่ด้วยกันตรงนั้น ไม่อยากฟังก็คงต้องได้ยินอยู่ดี)

น้องวินท่าทางเก่งนะคะ อย่างนี้หมอตรวจฟันแป๊บเดียวก็ได้กลับบ้านแน่เลย น้องที่เก่งๆ คุณแม่อยู่ในห้องด้วยกันนะคะ จะได้ดูด้วยกันว่าลูกเยี่ยมยอดแค่ไหน

แล้วถ้าน้องร้องไห้ แม่จะไม่ได้อยู่ด้วยหรือคะ

ค่ะ กลัวว่าคุณแม่จะเสียใจว่าแค่ตรวจฟัน แปรงฟันนิดเดียว ลูกต้องร้องไห้ด้วย... เมื่อวานมีน้องคนหนึ่ง 5 ขวบแล้ว เอาแต่ร้องไห้ ไม่ยอมฟังอะไร หมอคุยด้วยก็ไม่คุยกับหมอ หมอแค่จะตรวจฟันเองน่ะค่ะ พอน้องไม่คุยสักที ก็เลยต้องให้คุณแม่กลับบ้านไปก่อน คุยกันเมื่อไรก็จะโทรตามคุณแม่มารับกลับบ้าน น้องคนนั้นอยู่กับหมอถึงตอนเย็นเลยค่ะ

หมอเริ่มแต่งนิทาน.... ให้คนตัวน้อยจินตนาการตาม

(หันไปหาน้องวิน) น้องวินไม่งอแง หมอตรวจฟันแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับบ้านพร้อมคุณแม่ได้เลย ไม่ต้องให้คุณแม่กลับมารับอีกรอบ ใช่ไหมครับ

(พยักหน้า)

งั้นน้องวินมานั่งเก้าอี้ตัวนี้นะ คุณแม่อย่าเพิ่งกลับนะคะ แป๊บเดียวก็เสร็จ พาน้องวินกลับไปด้วยเลยค่ะ

แล้วน้องวินก็ยอมขึ้นนอนบนเก้าอี้ทำฟันให้หมอตรวจฟันและขัดฟันเคลือบฟลูออไรด์อย่างง่ายดาย เพราะเป็นสิ่งที่เด็ก 5 ขวบให้ความร่วมมือได้สบายๆ เด็ก 5 ขวบเข้าใจเงื่อนไขที่ได้ยินเมื่อสักครู่แล้วจึงใช้วิธีนี้ได้ผล เพราะหมอได้ความร่วมมือจากคุณแม่อย่างดี

การต่อสู้เพื่อสิทธิตัวเองที่จะไม่ยอมทำฟันของเด็กมีหลายแบบ บางคนปิดปากเงียบ ไม่ยอมอ้าปากเลย บางคนร้องไห้ บางคนอาละวาดพ่นน้ำลายหรือตีแม่ ตีหมอ การต่อสู้ของเด็กมีสาเหตุหลักๆคือ กลัว แต่ในความกลัวนั้นก็มีการแสดงออกต่างๆกัน

การร้องไห้ของเด็กก็มีหลากหลายแบบ เด็กบางคนร้องไห้เพราะกลัว กรณีนี้หมอมักไม่แยกผู้ปกครอง เพราะจะยิ่งกลัว ก็จะให้คุณแม่นั่งด้วยกันบนเก้าอี้ทำฟัน กอดกันเลยก็ได้ แต่การร้องไห้ต่อสู้แบบเอาชนะจะเป็นแบบที่เด็กจะไม่ยอมฟังหมอ ไม่ฟังใคร ประมาณว่าอยู่บ้านหนูสั่งได้ทุกอย่าง คุณแม่ยังกลัวหนูเลย เมื่อพามาทำฟันแต่หนูไม่อยากทำ คุณแม่ก็ต้องตามใจ ห้ามบังคับหนู คุณหมอก็ต้องกลัวและทำตามใจหนูด้วยเช่นกัน เด็กกลุ่มนี้จะร้องอาละวาดไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเมื่อถูกขัดใจ ยิ่งมีคุณแม่อยู่ด้วย จะยิ่งอาละวาดหนักขึ้น ยิ่งถ้าคุณแม่ไม่ว่าอะไรก็จะยิ่งแสดงอิทธิฤทธิ์เพิ่ม กรณีนี้หมอจะถามคุณแม่ก่อนว่า คุณแม่อยากให้หมอทำฟันให้ได้หรือไม่ เพราะยังไงๆลูกก็เป็นลูกคุณแม่ คุณแม่ต้องยินยอมพร้อมใจและเชื่อใจหมอที่จะปฏิบัติการจิตวิทยากับน้องนิดหน่อย หมอไม่ได้โกรธหรือเกลียดน้อง แต่จะต้องทำให้น้องฟังหมอก่อน เราจึงจะรักษากันได้ ถ้าคุณแม่ตกลงเราก็เล่นละครกัน...

อุบายให้แม่ออกไปรอนอกห้อง มักถูกเอามาใช้ต่อรองกับเด็ก เพื่อให้เงียบ หยุดอาละวาดและฟังหมอ บางคนไม่ยอมหยุด แค่คุณแม่รอนอกห้องไม่พอซะแล้วก็ต้องต่อด้วยอุบายให้พี่พยาบาลออกไปบอกแม่ว่า กลับบ้านไปก่อนเลย ทำฟันเสร็จแล้วจะโทรตามให้แม่มารับ... มาถึงขั้นนี้ส่วนใหญ่ เด็กน้อยจะเริ่มหยุดและยอมฟัง ยอมคุยกับหมอ แล้วการทำฟันก็จะเริ่มได้... ส่วนใหญ่คุณแม่จะแอบฟังอยู่หน้าประตูห้อง มีบ้างที่พอเงียบแล้วคุณแม่เปิดประตูเข้ามา ลูกก็ร้องโวยกันใหม่... แต่เมื่อคุณแม่จะออกไปใหม่ หนูก็รีบหยุดโวย หมอก็ให้คุณแม่อยู่ต่อได้... คุณแม่ก็เลยกลายเป็นหมากให้ลูกกับหมอใช้ต่อรองกัน คุณแม่ที่เข้าใจก็เล่นละครกันไป เพียงเพื่อให้ทำฟันลูกให้ได้ ...... แต่ก็มีคุณแม่ที่ไม่เข้าใจ ไม่ยอมเป็นนักแสดง ยังไงๆแม่ก็ไม่ยอมออกจากห้อง ก็มีผลให้ใช้วิธีนี้ไม่สำเร็จ ต้องหาวิธีใหม่กันต่อไป

มีรุ่นน้องหมอฟันที่ทำงานอยู่ด้วยกัน เจอคุณแม่ที่ไม่ยอมเล่นละครด้วย แถมบอกหมอว่าห้ามบังคับลูก ในขณะที่คุณแม่ก็นั่งเฉยอยู่ปลายเก้าอี้ทำฟันไม่มาจัดการอะไร เพราะไม่บังคับลูกเช่นกัน ทั้งๆที่ก็อยากให้ลูกรับการอุดฟัน คุณแม่คงคิดว่าหมอควรจะหาวิธีหลอกล่อให้สำเร็จ เป็นหน้าที่ของหมอนี่นา เด็กน้อยก็แสนฉลาด นั่งเล่นสบายบนเก้าอี้ทำฟันไม่ยอมนอน คุยถามโน่นนี่ไปเรื่อยๆ เพื่อถ่วงเวลาจะได้ไม่ต้องทำฟัน ฝ่ายหมอก็ต้องสุดแสนใจเย็น คุยตะล่อมอยู่นาน รวมทั้งแสดงอุปกรณ์ให้ดูว่าหมอจะทำอะไรบ้าง ง่ายๆไม่มีอะไรเจ็บ ใช้เวลาไม่นานฯลฯ แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้ทำฟันน้องสักที เวลาผ่านไปนานเกือบครึ่งชั่วโมง พอดีจังหวะที่คุณแม่มีโทรศัพท์เข้ามาคุณแม่เดินออกไปนอกห้องทำฟัน หมอรีบเดินเข้าไปหาเจ้าหนูจอมอู้คนนี้

อ้าว ยังไม่เสร็จอีกเหรอ

ยังเลยพี่ ยังไม่ยอมนอนเลย

(หันไปคุยกับคนตัวเล็กบนเก้าอี้ทำฟัน) เมื่อกี้ หัวหน้าของคุณหมอ เขาให้หมอเข้ามาดูว่าทำไมยังทำฟันกันไม่เสร็จอีก นานมากแล้ว ถ้าทำไม่ได้ หัวหน้าเขาจะเข้ามาทำเองนะ แต่หมอรีบมาบอกก่อน เพราะหัวหน้าหมอน่ะ ดุมาก เด็กๆกลัวกันหมด ไม่ใจดีเหมือนคุณหมอคนนี้หรอก

หมอเริ่มแต่งนิทาน.... ให้คนตัวน้อยจินตนาการตาม

จริงอ่ะ

(คิดในใจว่า ฉลาดซะด้วย ไม่หลงเชื่อง่ายๆ) จริงซี เขากำลังเดินมาแล้ว (มีเสียงรองเท้ากระทบพื้นของพยาบาลคนหนึ่งดังใกล้เข้ามา) เร็ว รีบนอนลงก่อน เดี๋ยวเขาเห็นว่ายังไม่ได้ทำฟัน

(รีบนอนอ้าปาก)

(แกล้งพูดไปทางนอกห้อง) ทำฟันกันแล้วค่ะ หัวหน้าไม่ต้องมาแล้วนะคะ

แล้วคุณหมอก็ทำฟันให้เจ้าเด็กน้อยได้สำเร็จในเวลาไม่เกิน 10 นาที พร้อมเสียงถอนหายใจ เฮ้อ...เสร็จสักที ก่อนที่คุณแม่จะพูดโทรศัพท์เสร็จและเข้ามาอีกรอบ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com