Column ประจำ
Sponsor

คนที่คุณไม่รู้ว่าใคร : เป้าหมายที่มองไม่เห็น

โดย : ทพ.อภิสิทธิ์ อารยะเจริญชัย
Tags : นักยิงธนู เกาหลี , นักยิงธนู ตาบอด , อิม ดอง ฮยอน , ทพ.อภิสิทธิ์ อารยะเจริญชัย

สนาม Lord’s Cricket Ground กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เช้าวันที่ 27 กรกฎาคม 2012 การแข่งขันยิงธนู กีฬาโอลิมปิก รอบคัดเลือก วันแรก

อิม ดอง ฮยอน นักกีฬาทีมชาติเกาหลีใต้ เล็งไปที่เป้าระยะห่าง 70 เมตร ด้วยความมุ่งมั่น สมาธิและลมหายใจแน่วแน่ เขาง้างคันธนู ก่อนที่จะปล่อยมันออกไปเหมือนที่เขาเคยฝึกซ้อมมาตลอดทั้งชีวิต ลูกธนูพุ่งตรงเข้าสู่กลางเป้าราวกับจับวาง...

ตัวเลขบนสกอร์บอร์ดอยู่ที่ 699 คะแนน วินาทีนั้น นักกีฬาหนุ่มจากเกาหลีผู้นี้กลายเป็นเจ้าของสถิติโลกคนใหม่ทันที

อันที่จริง ในการแข่งขันกีฬาทุกประเภท การทำลายสถิติถือเป็นเรื่องที่แสนธรรมดา โดยเฉพาะในการแข่งขันโอลิมปิกที่นักกีฬาทุกคนต่างพยายามเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา ยิ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจนชินตา แต่การทำลายสถิติโลกของอิมในวันนั้นเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก ทั้งผู้สื่อข่าวทุกสำนักทั่วโลก นักกีฬา และผู้ชม ต่างสนใจกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ เพราะเขาไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป

เขาเป็นคนตาบอด...

อิม ดอง ฮยอนมีความผิดปกติทางสายตาทั้ง 2 ข้าง ตาข้างขวาสามารถมองเห็นได้ 48.9 เปอร์เซ็นต์ของคนปกติ (ค่าการมองเห็น 20/100 จากค่าปกติ 20/20) ในขณะที่ตาข้างซ้ายมองเห็นแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ของคนปกติเท่านั้น (ค่าการมองเห็น 20/200) ในทางกฎหมายถือว่าเขาเป็นผู้พิการตาบอด โดยถ้าจะให้เขามองเห็นวัตถุชัดเจนเหมือนคนปกติ ก็ต้องขยับวัตถุให้เข้าใกล้กว่าผู้อื่นถึง 10 เท่า

แต่เจ้าตัวก็ยืนยันมาตลอดว่าตนเองไม่ใช่คนตาบอด แค่เป็นคนสายตาผิดปกติเท่านั้น

ลำพังแค่การยิงธนูให้ถูกเป้า ก็เป็นเรื่องลำบากสำหรับคนธรรมดาแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าผู้ที่ตาบอดข้างหนึ่ง และอีกข้างมองเห็นเพียงครึ่งเดียวของคนปกติ จะสามารถทำผลงานดีถึงขนาดติดทีมชาติ และได้รางวัลรายการระดับโลก แต่อิมสามารถพิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าสภาวะที่คนทั่วไปมองว่าเป็นความผิดปกติไม่ได้ส่งผลต่อความสามารถของเขาแต่อย่างใด

เพราะหนุ่มวัย 28 ปีรายนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองประเภททีมชาย ในกีฬาโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยในครั้งนั้นอิมในวัยเพียง 18 ปีได้สร้างสถิติโลกจากการแข่งประเภทบุคคลชายธนูคันโค้ง 72 ลูก โดยทำคะแนนรวมได้ 687 คะแนน ถึงแม้จะพลาดเหรียญทองประเภทบุคคลชาย แต่เขาก็ยังช่วยทีมชาติเกาหลีใต้ให้ได้รับเหรียญทองประเภททีมในที่สุด และอีก 4 ปีต่อมา ในกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เขาและเพื่อนร่วมทีมชาติเกาหลีใต้ก็คว้าเหรียญทองประเภททีมเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน และในโอลิมปิกครั้งล่าสุด ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเมื่อปี 2012 อิมก็ช่วยให้ทีมชาติเกาหลีใต้คว้าเหรียญทองแดงประเภททีมได้สำเร็จ โดยในรอบคัดเลือก เขาก็ได้ทำลายสถิติโลกของตัวเอง โดยทำได้ 699 คะแนน และช่วยให้ทีมทำคะแนนรวมได้ถึง 2,087 คะแนน ทำลายสถิติโลกประเภททีมได้อีกต่างหาก

นอกจากเหรียญทองจากกีฬาโอลิมปิกแล้ว เหรียญทองประเภททีมกีฬาเอเชียนเกมส์ 3 สมัยซ้อน (ปี 2002, 2006 และ 2010) เหรียญทองแดงประเภทบุคคลชาย เอเชียน เกมส์ 2002 เหรียญทองประเภทบุคคลชาย เอเชียน เกมส์ 2006 เหรียญทองประเภทบุคคลชายการแข่งขันยิงธนูชิงแชมป์โลกปี 2007 เหรีญเงิน ปี 2003 และ 2009 เหรียญทองประเภททีมปี 2003 2007 และ 2009 รวมทั้งเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2011 ล้วนเป็นสิ่งยืนยันถึงความมหัศจรรย์ของเขาได้เป็นอย่างดี และทำให้ทั่วโลกหมดความสงสัยในร่างกายของนักยิงธนูชาวเกาหลีผู้นี้

ด้วยข้อจำกัดด้านการมองเห็น ทำให้อิมเคยคิดจะโยนความฝันที่จะไปแข่งโอลิมปิกทิ้งไปตอนอายุ 15 ปี หลังจากที่เริ่มจับคันธนูครั้งแรกเมื่อตอน 10 ขวบ เนื่องจากความยากลำบากในการเล่น และไม่เคยได้เหรียญรางวัลอะไรจากการแข่งขันเลย จึงตัดสินใจที่จะกลับไปเรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วๆ ไป แต่กำลังใจจากครอบครัวทำให้เขาเลือกที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

ถึงแม้ได้โอกาสผ่าตัด ใส่คอนแทคเลนส์ หรือสวมแว่นตาพิเศษ เพื่อช่วยให้สามารถเล่นกีฬาได้ง่ายขึ้น แต่เจ้าตัวกลับเลือกใช้ชีวิตแบบเดิม เพื่อพิสูจน์ว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างตัวเองขึ้นมาเท่าเทียมผู้อื่น

"เวลาผมมองไปที่เป้า มันก็เหมือนกับเอาสีน้ำหลายๆ สีไปหยดในน้ำเปล่า ขอบกั้นแต่ละสีเบลอมาก ดังนั้น ต้องใช้ความรู้สึกเข้าช่วย ก่อนหน้านี้เคยลองใส่แว่นในการฝึกซ้อมแล้ว แต่ไม่ค่อยจะดีเท่าไร ขณะเล็งที่เป้าผมต้องพยายามแยกให้ออกว่าสีไหนเป็นสีไหน และจะเป็นปัญหาทันทีถ้ามองไม่เห็นสีหรือแยกไม่ออก"

“ผมไม่ใช่คนตาบอด และผมไม่คิดว่าตัวเองกับนักกีฬาคนอื่นมีอะไรแตกต่างกัน แม้ผมจะมองเห็นเป้าหมายได้เลือนราง แต่ผมยังแยกแยะความสว่างของสีบนเป้าได้ และแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”

เมื่ออุปสรรคของตนเองคือการมองเห็น ทำให้อิมต้องขยันฝึกซ้อมมากกว่านักกีฬาทั่วไป เขาต้องฝึกยิงธนูวันละกว่าพันดอกทุกวัน จนกล้ามเนื้อทุกส่วนจดจำท่าทางการยิงได้อย่างแม่นยำ (ในการซ้อม เขาต้องพึ่งเพื่อนร่วมทีมคอยบอกว่าเขายิงเข้าเป้าใกล้เคียงมากแค่ไหน) นอกจากนี้ การฝึกใจให้นิ่งสงบและมีสมาธิ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญกับเขาไม่น้อย เขาเลือกที่จะใช้สายตาให้น้อยลง แต่ใช้หัวใจให้มากขึ้น

ถึงแม้เป้าหมายตรงหน้าจะพร่าเลือน แต่เขาก็สามารถใช้ “ใจ” มองเห็นมันได้อย่างชัดเจน สถิติต่างๆที่อิมได้สร้างขึ้น ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากความมุ่งมั่นและพยายาม

และนั่นก็เพียงพอที่ทำให้ อิม ดอง ฮยอนสามารถมองเห็นเป้าหมายได้ชัดเจนมากกว่าใครๆ

แนะนำแหล่งข้อมูล

  1. คลิปสัมภาษณ์อิม ดอง ฮยอน กับสำนักข่าว BBC เกี่ยวกับชีวิตของเขา
  2. ผลงานของอิมในโอลิมปิก 2012
  3. การแข่งขัน Archery World Cup ปี 2012

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com