Column ประจำ
Sponsor

คนที่คุณไม่รู้ว่าใคร : Open Sesame, Jack Ma

โดย : ทพ.อภิสิทธิ์ อารยะเจริญชัย
Tags : alibaba , แจ๊ค หม่า , e commerce , จีน , open sesame , jack ma , อภิสิทธิ์ อารยะเจริญชัย

ต้นไม้ไหวเอนไปมาจากลมที่โหมกระหน่ำ ก้อนหินเคลื่อนเข้าหากันจนปิดมิดชิด โจรทั้ง 40 คนโดดขึ้นม้าและขี่ออกไป อาลีบาบาออกจากที่ซ่อนและเดินมายังหน้าถ้ำมหาสมบัติ เขาจับและดันก้อนหินซึ่งขณะนี้เปรียบเสมือนประตูอย่างสุดแรง จนแน่ใจแล้วว่ามันไม่อาจเคลื่อนที่ได้หากไม่ท่องมนตรานั้น อาลีบาบาชูมือขึ้นทั้งสองข้าง เขาสูดลมหายใจลึกๆก่อนที่จะกล่าวว่า "Open Sesame"

ทันใดนั้นบรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ อาลีบาบาตาลุกวาวเมื่อภาพเบื้องหน้าเป็นกองหุบเขามหาสมบัติ เขาย่างก้าวเข้าไปในถ้ำ จับเหรียญทองเต็มมือทั้งสองข้าง...

ปีที่ผ่านมา ในแวดวงธุรกิจระดับโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ Alibaba Group บริษัทอีคอมเมิร์ซชื่อแขกแต่สัญชาติจีนได้เสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนเป็นสถิติสูงสุดในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ด้วยมูลค่ารวมกว่า 8 แสนล้านบาท ในช่วงข้ามคืนมูลค่าการตลาดของ Alibaba ก็พุ่งขึ้นแซงหน้า Amazon ที่ครองอันดับหนึ่งมานาน การเปิดตัวอย่างงดงามในครั้งนี้ ถือเป็นการปักหมุดความสำเร็จของเว็บไซต์จากแดนมังกร ในการลดทอนอำนาจผูกขาดบนเวทีค้าขายสินค้าออนไลน์จากโลกตะวันตก และ ทำให้ชื่อของ แจ๊ค หม่า (Jack Ma) เจ้าของ Alibaba ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เส้นทางชีวิตของแจ๊ค หม่า ก็ไม่ต่างจากอาลีบาบา ที่เริ่มต้นจากคนไม่มีอะไร จนค้นพบคาถาศักดิ์สิทธิ์ในการเปิดประตูถ้ำแห่งทรัพย์สินมหาศาลในนิทานพันหนึ่งราตรีเท่าไรนัก

แจ๊ค หม่า มีชื่อจริงว่า หม่า หยุน เกิดเมื่อปี 1964 ในครอบครัวยากจนที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ในวัยเด็ก เขาไม่ใช่คนเรียนเก่ง เคยต้องเรียนซ้ำชั้นตอนอนุบาล เมื่อเรียนชั้นประถมก็ตกวิชาคณิตศาสตร์เป็นประจำ แต่เขามีความสนใจในภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ ทุกเช้าเขาจะขี่จักรยานเป็นเวลา 40 นาทีไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อพูดคุยกับชาวต่างชาติ โดยเสนอตัวทำหน้าที่ไกด์เป็นการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษให้ตนเอง หลังจากจบชั้นมัธยมเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึง 2 ครั้งก็ยังไม่ติด ในที่สุดจึงเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยครูหา

โจว หลังจากตระเวนหางานอยู่นาน จึงได้งานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ โดยได้รับค่าจ้างประมาณเดือนละ 15 เหรียญ หรือประมาณ 500 บาท

และโอกาสในชีวิตเขาก็มาถึง ในปี 1995 เขาได้เดินทางไปเป็นล่ามที่อเมริกา และที่นั่น เพื่อนของเขาได้แนะนำให้เขารู้จักกับอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก ในตอนนั้นหม่าซึ่งไม่มีความรู้ด้านไอทีเลยแม้แต่น้อย ได้ลองค้นหาคำว่า Beer ในอินเทอร์เน็ตแล้วพบว่าไม่มีผลการค้นหาใดๆที่มาจากจีนเลย ถึงแม้หม่าจะตระหนักว่ายังไม่มีข้อมูลใดๆเกี่ยวกับจีนในอินเทอร์เน็ตมากนัก แต่เขาเองกลับมองว่านี่เป็นโอกาสทอง เมื่อเดินทางกลับจีน เขาจึงริเริ่มก่อตั้งเว็บไซต์ China Pages (รูปแบบคล้ายๆสมุดหน้าเหลืองออนไลน์) ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นต้นแบบของ Alibaba.com ในเวลาต่อมา

ในปี 1999 หม่าได้เปิดบริษัท Alibaba ขึ้น โดยลงทุนกับเพื่อนๆ โดยวางตำแหน่งของธุรกิจเป็นเว็บไซต์ขายส่ง ซึ่งถือเป็นทางออกในการรองรับการค้าขายที่เหมาะสมที่สุดช่องทางหนึ่ง เนื่องจากจีนเป็นฐานการผลิตสินค้าขนาดใหญ่ที่ทั่วโลกเลือกใช้ และเป็นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าเหล่านั้นไปยังทุกทวีปทั่วโลกอีกด้วย ชื่อ Alibaba นั้นเขาเป็นคนตั้งขึ้นเอง เนื่องจากเป็นคำที่เลือกแล้วว่าคนทุกชาติทุกภาษาจะสามารถออกเสียงได้โดยง่าย

ปี 2003 หม่าเปิดเว็บไซต์ Taobao เพื่อสร้างตลาดออนไลน์ โดยอาศัยการทำธุรกิจแบบ C2C (Customer to customer) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการขายของและผู้ซื้อได้มาพบกัน ในระยะแรกแทบไม่มีกำไร เพราะ eBay ยังคงครองตลาดอยู่ แต่หม่าก็ไม่ยอมแพ้ ภายในเวลา 3 ปี Taobao ก็สามารถชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้ถึง 60 % ส่งผลให้ eBay ต้องถอนตัวจากจีนในที่สุด กลยุทธ์ที่หม่าใช้โค่น eBay นั้นมาจากแนวคิดที่ว่า eBay เปรียบเสมือนฉลามในมหาสมุทร ในขณะที่ Taobao เป็นจระเข้ในแม่น้ำ ดังนั้นจระเข้ต้องไม่ต่อสู้ในมหาสมุทร เพราะสู้ไปก็แพ้ หากแต่เลือกที่จะต่อสู้กันในแม่น้ำซึ่งเป็นถิ่นตัวเอง

หัวใจของความสำเร็จของ Alibaba group คือสามารถเชื่อมโยงผู้ขายและผู้ซื้อเข้าด้วยกัน โดยมีระบบการจ่ายเงินที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้หม่ายังให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็น พนักงานและผู้ถือหุ้นตามลำดับ ซึ่งสวนทางกับวัฒนธรรมการทำธุรกิจของตะวันตกอย่างสิ้นเชิง

ปัจจุบันหม่าเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในจีน และรวยอันดับที่ 14 ของโลก ด้วยสินทรัพย์เกือบ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยก็เกือบล้านล้านบาท

ถึงแม้จะมีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิมจากการก้าวขึ้นมาเป็นหมายเลขหนึ่ง แต่เขาก็เปิดเผยว่าตนเองอยากถูกมองในฐานะนักธุรกิจที่มีความสุขกับการเป็นตัวของตัวเองมากกว่า การมีเงินมากไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุข ในทางกลับกันมันสะท้อนถึงความรับผิดชอบที่เขาจะต้องตอบแทนให้กับลูกค้าที่เชื่อมั่นและไว้ใจในตัวเขา ปัจจุบันเขานำเงินที่หามาได้ตอบแทนให้แก่สังคมโดยการแบ่งเงิน 2%ของหุ้นในตลาด (คิดเป็นเงินไทยก็หลายหมื่นล้าน) เพื่อการกุศลโดยเน้นพัฒนาในสามเรื่องคือ สิ่งแวดล้อม การแพทย์ และการศึกษาให้กับประเทศ

หม่าเคยให้สัมภาษณ์ว่า ฮีโร่ของเขาคือ ฟอร์เรสท์ กัมพ์ (Forrest Gump) เพราะถึงแม้กัมพ์จะเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่เก่งกาจอะไร แต่ก็เป็นคนที่จริงใจและชอบช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งหม่ายึดถือเป็นปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของ Alibaba ในการเป็นช่องทางช่วยเหลือให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเติบโตได้ ทุกครั้งที่ประสบปัญหาหรือผิดหวัง เขาก็จะหยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อตอกย้ำและทำความเข้าใจกับชีวิตที่ไม่มีอะไรแน่นอน เหมือนดังประโยคคลาสสิกของหนังเรื่องนี้ที่บอกว่า

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com