Column ประจำ
Sponsor

ย้อนไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.2551 ผมเองได้มีโอกาสดำเนินการอภิปราย เรื่อง Safety Solutions in Dental Practice ร่วมกับ รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ และ ผศ.(พิเศษ) ทพ.ไพศาล กังวลกิจ ในการประชุม HA National Forum ครั้งที่ 9 วันนั้นได้มีการถอดบทเรียนจาก กรณีการรักษาทางทันตกรรมที่ผู้ป่วยได้รับอันตรายมาย้อนรอย เพื่อเรียนรู้ร่วมกันและชี้ให้เห็นว่าการ รักษาที่ปลอดภัยควรทำอย่างไร ซึ่งพบว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จึงเกิดแนวคิดกันว่าน่าจะมีการสื่อสาร เรื่องแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยให้กับทันตบุคลากรอย่างเป็นทางการโดยทันตแพทยสภา อันจะทำให้ ทันตบุคลากรส่วนใหญ่ได้รับรู้ในวงกว้างและเกิดการปฏิบัติที่ปลอดภัยมากขึ้นและเสนอต่อทันตแพทย สภาในสมัยนั้น นำไปสู่การแต่งตั้งอนุกรรมการศึกษาและพัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัยทาง ทันตกรรมขึ้น เพื่อทบทวน สรุปรวบรวมองค์ความรู้และแนวปฏิบัติทางทันตกรรมเพื่อความปลอดภัย ขึ้น โดยคาดหวังว่าข้อแนะนำเหล่านี้จะถูกนำไปศึกษาเทียบเคียงและประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละ สถานบริการ

นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ผมได้รับมอบหมายให้ ทำหน้าที่ประธานคณะอนุกรรมการ โดยมี ผศ.(พิเศษ) ทพ.ไพศาล กังวลกิจ รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ และทพ.อดิเรก ศรีวัฒนาวงษาเป็นที่ปรึกษา รวมทั้งกรรมการอีกหลายท่านที่ล้วนแล้วแต่มีความรู้และประสบการณ์สูง ทั้งจากภาครัฐและเอกชนทุก ท่านได้พยายามรวบรวมแนวปฏิบัติที่ดีจากประสบการณ์การปฏิบัติจริงของทันตแพทย์ทั้งในฐานะผู้เชี่ยว ชาญเฉพาะทาง และทันตแพทย์ทั่วไป ทั้งที่อยู่ในภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความหลาก หลายและใช้ปัจจัยที่รอบด้าน ในการสรุปข้อเสนอแนะที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดนำมาจัดลำดับความสำคัญ กำหนดรายละเอียดการปฏิบัติให้สอดคล้องกับความสะดวกและความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติใน สถานบริการทันตกรรมทุกระดับสรุปเป็นเป้าหมายและข้อเสนอแนะแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัย การให้บริการทางทันตกรรมหรือ Dental Safety Goals and Solutions ซึ่งในวารสารทันตแพทยสภา ฉบับเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน 2552 ทันตแพทยสภาได้แจก(ร่าง)เป้าหมายและแนวทางปฏิบัติเพื่อ ความปลอดภัยทางทันตกรรม หรือ Thai Dental Safety Goals and Solutions 2009ไปให้กับสมาชิก และเพื่อให้มั่นใจว่า(ร่าง)เป้าหมายและแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางทันตกรรมนี้จะมีความ เป็นไปได้ในการปฏิบัติอย่างแท้จริง ทางอนุกรรมการฯจึงได้ทำโครงการประชาพิจารณ์ โดยนำ (ร่าง) Thai Dental Safety Goals & Solutions 2009 ไปทดลองใช้ในคลินิกนำร่อง 30 แห่งเพื่อประเมิน ความเหมาะสมในการปฎิบัตและเปิดรับความคิดเห็นทางเวบไซต์ทันตแพทยสภานอกจากนี้ได้นำเสนอ และสอบถามความเห็นจากทันตแพทย์ผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายในการประชุมวิชาการทันตแพทยสมาคมปลายปี 25 และทดลองใช้เพื่อศึกษาความคิดเห็นจากทันตแพทย์และทันตบุคลากรภาครัฐในจังหวัด ร้อยเอ็ดและสุรินทร์อีกด้วยทั้งหมดนี้ทำให้ผมและคณะอนุกรรมการฯได้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากการเก็บ ข้อมูลการปฏิบัติจริง รวมทั้งข้อคิดเห็นจากสมาชิกจำนวนมากและสามารถได้นำข้อมูลที่ได้นี้ มาปรับ ปรุงแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับความเป็นไปได้และมีความเหมาะสมยิ่งขี้นจนกลายเป็น“แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางทันตกรรม หรือ Thai Dental Safety Goals & Guidelines 2010” ซึ่ง สาระสำคัญผ่านการพิจารณาเห็นชอบในการประชุมทันตแพทยสภา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 จึง นับได้ว่า ข้อเสนอแนะเพื่อความปลอดภัยฉบับนี้ ได้ผ่านการปรับปรุงและกลั่นกรองมาอย่างถี่ถ้วน สามารถนำไปประยุกต์โดยไม่ได้ถือเป็นข้อบังคับว่าต้องปฏิบัติตามทุกประเด็นโดยทางทันตแพทยสภา ก็ได้เผยแพร่ในเวบไซต์และได้แจกหนังสือ “แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางทันตกรรม หรือ Thai Dental Safety Goals & Guidelines 2010”ให้กับสมาชิกทุกท่านไปพร้อมกับวารสารทันตแพทยสภา

หลังจากที่ได้มีการเผยแพร่หนังสือเล่มนี้ออกไป ผมก็ลองสอบถามเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทันตแพทย์ ว่าเคยเห็นหนังสือเล่มนี้บ้างไหม ปรากฏว่า ถามไปสักสิบคน ผมกลับพบว่ามีเพียง 1 หรือ 2ท่านเท่า นั้น ที่เคยเห็นหรือเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ นับว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากนี่ถ้าผมถามต่อไปว่าอ่านแล้วนำ ไปปฏิบัติบ้างหรือไม่ คงยิ่งน้อยลงไปใหญ่ แต่แล้วก็เหมือนฟ้ามาโปรด เมื่อคณะทำงานส่งเสริมการ คุ้มครองผู้บริโภคทางทันตกรรมและจรรยาบรรณของทันตแพทย์ ทันตแพทยสภา ได้เปิด “โครงการ คลินิกทันตกรรมคุณภาพ” เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2554 ในการประชุมครั้งนี้ได้นำ Thai Dental Safety Goals and Guideline 2010 มาเป็นเนื้อหาสำคัญ โดยมุ่งหมายที่จะส่งเสริมให้มีการนำไปใช้และปฏิบัติ จริงในคลินิกทันตกรรมอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยในระยะต้นนั้นจะมุ่งส่งเสริมให้มีการนำไปปรับใช้ ในคลินิกทันตกรรมของโรงพยาบาลสังกัดของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นเป้าหมายหลัก

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของโครงการนี้ ก็คือการส่งเสริมให้แต่ละจังหวัดคัดเลือกคลินิก ทันตกรรมในโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการ อย่างน้อยโรงพยาบาลจังหวัด 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 1 แห่ง ทำการประเมินตนเองว่า มีการนำแนวทางปฏิบัตินี้ไปปฏิบัติได้ในระดับใด จุดอ่อนอยู่ตรงไหน และให้ทำการปรับปรุงเพื่อปิดจุดอ่อนนั้น จากนั้นให้ทีมเยี่ยมสำรวจระดับจังหวัดเข้าไปเยี่ยมสำรวจและ สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน สรุปผลการเยี่ยมส่งกลับมายังทันตแพทยสภา จากการรวบรวมข้อมูลผลการ ดำเนินการพบว่ามีโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการมากกว่า 170 แห่ง และจากข้อมูลที่ได้รับบวกกับการ สุ่มเยี่ยมสำรวจโดยตัวแทนของทันตแพทยสภา พบว่า “โครงการคลินิกทันตกรรมคุณภาพ” ในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง โรงพยาบาลต่างๆได้นำแนวทางปฏิบัตินี้ไปใช้อย่างจริงจังและได้เรียน รู้ Good Practice ของการนำ Thai Dental Safety Goals and Guideline 2010ไปประยุกต์ใช้มากมาย ซึ่งระดับคะแนนเฉลี่ยการปฏิบัติได้ตาม Guideline ของคลินิกทันตกรรมทุกแห่งอยู่ที่ 88 %

ต่อมาในปี 2557 ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานศึกษาและพัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัยทาง ทันตกรรม เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลโครงการคลินิกทันตกรรมคุณภาพ ตลอดจนความรู้ทาง วิชาการที่เป็นปัจจุบัน รวมทั้งนำองค์ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยง จากโครงการ WHO Patient Safety Curriculum ที่สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาลดำเนินการร่วมกับ WHO ที่จะสอดแทรก ความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยในผู้ป่วย เข้าไปในหลักสูตรการผลิตทันตบุคลากร มาทบทวน และปรับเนื้อหาของ Dental Safety Goals and Guideline 2010 ให้ทันสมัย และสอดคล้องกับการ ปฏิบัติมากขึ้น จนได้ Dental Safety Goals and Guidelines 2015 หรือ ชื่อย่อว่า SAFE TRRIC

ซึ่งเนื้อหาครอบคลุมแนวทางปฏิบัติสำคัญที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ป่วยและทันตบุคลากร โดย SAFE TRRIC ย่อมาจาก Safe Treatment Safe Record , Safe Risk Management , Safe Infection Control และ Safe Communication โดยเริ่มเผยแพร่ให้กับทันตบุคลากรในปี 2558 นี้และใช้เป็นแนวปฏิบัติในการประเมินคลินิกทันตกรรม ในโครงการคลินิกทันตกรรมคุณภาพ 2558

สำหรับโครงการคลินิกทันตกรรมคุณภาพ 2558 นี้ นอกจากจะส่งเสริมให้ทุกโรงพยาบาลในแต่ ละจังหวัดทำการประเมินตนเอง และรับการตรวจเยี่ยมโดยทีมผู้เยี่ยมสำรวจของแต่ละจังหวัดแล้ว สิ่งที่ เพิ่มเติมขึ้นมาคือ การนำร่อง “การรับรองคุณภาพทางทันตกรรม” โดยการให้แต่ละเขตบริการสุขภาพ คัดเลือกโรงพยาบาลที่มีการดำเนินการพัฒนาตามแนวทางปฏิบัติ SAFE TRRIC เพื่อรับการเยี่ยมสำรวจ โดยผู้เยี่ยมสำรวจของทันตแพทยสภา และนำผลการประเมินเสนอต่อ อนุกรรมการจรรยาบรรณ เพื่อ พิจารณาให้การรับรองคุณภาพ ซึ่งมีอายุการรับรอง 3 ปี และเมื่อถึงปี 2559 ก็จะมีการส่งเสริมให้คลินิก ทันตกรรมทุกแห่ง ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีการพัฒนาตามแนวทางปฏิบัติ SAFE TRRICเข้าสู่กระบวน การรับรองคุณภาพทางทันตกรรม โดยความสมัครใจต่อไป ส่วนจะเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบเมื่อไรนั้น …โปรดติดตามตอนต่อไป

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com