Column ประจำ
Sponsor

ย้อนหวนชวนคิด: ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ทันตแพทย์ อิศระ ยุกตะนันท์ สุภาพบุรุษแห่งวงการทันตแพทย์ไทย

โดย : ทพ. ขจรเกียรติ เจนบดินทร์
Tags : ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ทันตแพทย์ อิศระ ยุกตะนันท์ , ทพ. ขจรเกียรติ เจนบดินทร์ , สุภาพบุรุษแห่งวงการทันตแพทย์ไทย

เส้นทางชีวิต

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ทันตแพทย์ อิศระ ยุกตะนันท์ หรือที่รู้จักดีในหมู่ทันตแพทย์อาวุโสและ มักเรียกติดปาก ว่า ท่านอาจารย์อิศระ หรืออาจารย์หมออิศ

เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2461 และถึงแก่กรรมเมื่อ วันที่ 16 สิงหาคม 2537 รวมอายุ 76 ปี ท่านเป็นคนกรุงเทพฯ (พระโขนง)โดยกำเนิดท่านเป็น บุตรของพระพินิจธนากร และนางทรัพย์ ยุกตะนันท์ ได้สมรสกับทันตแพทย์หญิง ขนบพันธุ์ ยุกตะนันท์

อาจารย์จบการศึกษาทันตแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ รุ่นที่ 1จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ.2487 โดยสอบได้เป็นที่หนึ่งของรุ่นและได้รับรางวัลเหรียญทอง จากนั้นได้บรรจุทำงานในตำแหน่งอาจารย์ แผนกทันตกรรมหัตถการ คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย แพทยศาสตร์ หลังจากที่ท่านได้ปฏิบัติราชการในตำแหน่งอาจารย์อยู่ระยะหนึ่ง ท่านได้มีโอกาสไป ศึกษาเพิ่มเติม ณ ประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา สำเร็จได้รับปริญญา D.M.D. และ M.S.D. จาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และอลาบาม่า ในปี พ.ศ. 2495 และ 2499 ตามลำดับ และกลับมาทำงาน ตามเดิมในปี พ.ศ. 2503 ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกทันตกรรมหัตถการ

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณพันโท ทพ. เศวต ทัศนบรรจงเล่าว่า

“อาจารย์อิศระเป็นตัวอย่างของบุคคล ที่มีความเป็นครูอย่างสูง ท่านได้ทุ่มเท กำลังกาย กำลังความคิดและความ สามารถผลักดันให้แผนกทันตกรรม หัตถการมีความเจริญก้าวหน้า”

ทำให้ในระยะเวลาไม่นาน แผนกทันตกรรมหัตถการ ได้แยกออกเป็นแผนกใหม่อีก 3 แผนก คือ แผนก ปริทันตวิทยา แผนกเวชศาสตร์ช่องปาก แผนกทันตกรรมสำหรับเด็ก ด้วยความสามารถและความเสีย สละอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของท่าน ทำให้ท่านได้รับปริญญาทันตแพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในเวลาต่อมา

ในช่วงปี พ.ศ. 2511-2512 ได้มีการจัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์เพิ่มขึ้นอีก 1 คณะ สังกัดใน มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โดยคณะทันตแพทยศาสตร์คณะที่ 1 จะโอนไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย ส่วนคณะที่ตั้งใหม่เตรียมไว้เพื่อโอนไปสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล(มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เดิม) คณะทันตแพทยศาสตร์ที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ อาจารย์อิศระได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดี และนั่นเป็นจุดเริ่ม ต้นของอาจารย์อิศระกับภาระอันหนักหน่วง ยิ่งใหญ่ และท้าทายเพื่อพัฒนาสถาบันการศึกษาทันตแพทย ศาสตร์ที่สำคัญสถาบันหนึ่งในปัจจุบันในประเทศไทย

อาจารย์หมออิศ คณบดีผู้เปี่ยมความสามารถ

การก่อตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ขึ้นใหม่นั้น ในระยะเริ่มแรกมีความลำบาก และอุปสรรคมาก เริ่มตั้งแต่การหาสถานที่ตั้งคณะ การจัดทำหลักสูตร การจัดหาอาจารย์ การขออัตรากำลัง เป็นต้น ซึ่ง เป็นงานหนัก และท้าทาย โดยเฉพาะในยุคประชาธิปไตยเฟื่องฟู การทำงานต่าง ๆ เป็นไปด้วยความ ยากลำบาก ท่านสามารถแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้ท่านมุ่งมั่น บากบั่น เพื่อสร้างคณะ ทันตแพทยศาสตร์ให้เป็นปึกแผ่น มีความเจริญทัดเทียมกับสถาบัน ทันตแพทย์อื่นๆ โดยไม่ย่อท้อ ท่านฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ และประสบผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยม และได้สร้างผลงานมากมายทำให้คณะ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลมีความเจริญก้าวหน้า เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ด้านอาคารสถานที่ในตอนเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งนี้ มีอาคาร 5 ชั้นที่ ต้องใช้เวลาปรับปรุงนานพอสมควรก่อนเปิดใช้งานได้ จากนั้นท่านอาจารย์อิศระได้ของบประมาณจาก ทางราชการมาสร้างอาคาร 5 ชั้น อีก 1 หลัง และของบประมาณต่อเติมอาคารหลังแรกจาก 5 ชั้นเป็น 8 ชั้น คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในระยะเริ่มแรก รับนักศึกษารุ่นแรก จำนวน 8 คน และในปีต่อมา เพิ่มเป็น 30 คน และ 60 คน ตามลำดับ ยูนิตและเก้าอี้ทำฟันในระยะเริ่มแรกมีประมาณ 10 ชุด และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20 ชุด ในปีต่อ ๆ มา เมื่อมีอาคารเพิ่มขึ้น ทางคณะฯ รับนักศึกษาเพิ่ม ขึ้น และท่านจึงของบประมาณ จัดหายูนิตและเก้าอี้ทำฟันเพิ่มขึ้นตามสมควรให้พอเหมาะกับจำนวน นักศึกษา

นักการศึกษาผู้มองการณ์ไกล

นอกจากการบริหารจัดการเรื่องงบประมาณ และสถานที่การทำงานของคณะฯ อาจารย์อิศระไม่ ได้ละเลยส่วนของนักศึกษาทันตแพทย์ ซึ่งเปรียบ เสมือนสมาชิกที่สำคัญที่สุดในครอบครัว ในเรื่อง หลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาทันต แพทย์นั้นอาจารย์ให้ความสนใจเป็นอย่างมากได้ นำเอาระบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการ(Integrated)เข้ามาใช้ในคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งนี้ เป็นแห่งแรก แม้ว่าในตอนแรก ๆ จะมีอุปสรรคอยู่ บ้างก็ตาม แต่ด้วยความสามารถของท่านทำให้ แก้ไขอุปสรรคเหล่านั้นให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ทาง ด้านการปฏิบัติงานในคลินิกของนักศึกษาได้นำเอา ระบบคลินิกทันตกรรมมาใช้ ซึ่งดำเนินการได้ผลดี เช่นกัน

การจัดการเรียนการสอนในคณะทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ท่านอาจารย์ ได้แสดงความอัจฉริยะเป็นเลิศในฐานะผู้นำ ปราชญ์ทางการศึกษาทันตแพทยศาสตร์

“ท่านเป็นทั้งบรมครู ผู้บังคับบัญชา เป็นครูที่มีความรู้จริง ถ่ายทอดเก่ง และเป็นนักวิชา การที่แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นผู้บังคับบัญชา ที่ดี เสียสละรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และพวกพ้องปากกับ ใจตรงกัน ทุ่มเทกำลังกายใจ และสติปัญญาให้คณะเสมอมา”

นอกจากหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตแล้ว ท่านให้ความสนใจหลักสูตรหลังปริญญาโดย ได้กระตุ้นให้ภาควิชาต่าง ๆ เปิดการสอนในหลักสูตรหลังปริญญาขึ้น แม้ว่าขณะนั้น คณะทันตแพทย ศาสตร์เริ่มเปิดใหม่ ความพร้อมในด้านต่าง ๆ ยังไม่สมบูรณ์นักแต่กลับเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่แต่ละภาค วิชาสามารถเปิดหลักสูตรหลังปริญญาได้ตามแผน ทางด้านการวิจัย อาจารย์มีผลงานวิจัยของท่าน หลายเรื่อง และได้ให้ความสนใจในโครงการวิจัยของคณะ โดยตั้งกรรมการวิจัยขึ้นเพื่อดำเนินการวิจัย ให้ก้าวหน้ากว้างขวางยิ่งขึ้น สนับสนุนการทำงานวิจัยของเหล่าคณาจารย์ในคณะทันตแพทยศาสตร์ เพราะท่านเล็งเห็นว่า

“การเรียนการสอนที่จะมีประสิทธิภาพต่อนักศึกษาทันตแพทย์อันส่งผล ประโยชน์ใน การรักษาผู้ป่วย เป็นไปไม่ได้ เลยถ้าขาดพื้นฐานอันเข้มแข็ง ของงานวิจัย”

ไม่เพียงแต่หลักสูตรทางทันตแพทย์ หลักสูตรต่ำกว่าปริญญา เป็นอีกโครงการหนึ่งที่เริ่มจัดทำ ขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในยุคสมัยที่ท่านอาจารย์อิศระเป็นคณบดี คือหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ และหลักสูตรช่างทันตกรรม ทั้งสองหลักสูตรนี้เปิดรับนักศึกษาเข้าเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 ทำให้เกิด อาชีพใหม่ที่ได้มาตรฐาน และมีความสำคัญ หลักสูตรทั้งสองผลิตบุคลากรที่ร่วมอยู่ในทีมงานของ ทันตแพทย์ มีส่วนทำให้ทันตแพทย์ทำงานได้คล่องตัวยิ่งขึ้น การสร้างหลักสูตรทั้งสองนี้ขึ้นเนื่องจาก ท่านอาจารย์เล็งเห็นว่า

“การทำงานของทันตแพทย์ที่ดี และมีประสิทธิภาพซึ่งส่งผลต่อคุณภาพ ชีวิตที่ดีของผู้ป่วย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทันตแพทย์เพียงผู้เดียว ผู้ช่วยทันตแพทย์ และช่างทันตกรรมถือเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ทันตแพทย์ อิศระ ยุกตะนันท์เป็นอาจารย์ทันตแพทย์ท่านหนึ่งที่ประสบ ความสำเร็จอย่างดียิ่ง ทั้งในชีวิตส่วนตัว และในชีวิตราชการท่านอาจารย์ได้รับตำแหน่งสูงขึ้นเป็นลำดับ ทั้งทางวิชาการ และผู้บริหาร ท่านอาจารย์ได้เป็นศาสตราจารย์ที่มีความชำนาญพิเศษเป็นคณบดีคณะ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลติดต่อกันถึง 14 ปี และยังมีตำแหน่งเป็นคณบดีคณะทันตแพทย ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกตำแหน่งหนึ่ง เคยเป็นนายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย เป็น กรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ อีกมาก อีกทั้งยังได้รับปริญญาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรและได้ รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงขึ้นมาตามลำดับ จนกระทั่งถึงสายสะพาย รวม 3 สาย คือ ปฐถมาภรณ์มงกุฎ ไทย ประถมาภรณ์ช้างเผือก และมหาวชิรมงกุฎ อีกด้วย

ส่งเสริมความก้าวหน้าของผู้ใต้บังคับบัญชา

อาจารย์อิศระให้การสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชาขอตำแหน่งทางวิชาการ โดยเอาตัวอย่างของ เอกสารที่มีการคัดกรองอย่างดีของคณะแพทยศาสตร์มาแนะนำให้ขบวนการทุกอย่างในการขอตำแหน่ง วิชาการของอาจารย์ในคณะ ฯ ผ่านไปด้วยความราบรื่น ท่านผลักดันให้อาจารย์รุ่นใหม่ในสมัยนั้นได้ไป ศึกษาต่อ ดูงานต่างประเทศ เพื่อนำเอาประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถมาใช้พัฒนาคณะทันตแพทย ศาสตร์ และเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนของนักศึกษาทันตแพทย์ ท่านได้มีโอกาสเดินทางไป ประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา ตลอดจนเอเชียหลายประเทศหลายครั้ง ทั้งในส่วนที่เป็นหน้าที่ราชการ และในฐานะส่วนตัว ทำให้ท่านเองมีประสบการณ์เกี่ยวกับกิจการทันตแพทย์ของประเทศต่างๆและวิถี ชีวิตของผู้คนในประเทศเหล่านั้นเป็นอย่างดี ซึ่งด้วยเหตุนี้ ท่านอาจารย์เล็งเห็นความสำคัญ และเปิด โอกาสให้อาจารย์ท่าน ๆ อื่นมีประสบการณ์เฉกเช่นเดียวกัน ท่านอาจารย์มีแนวความคิดว่า

“การได้ออกไปดูโลกกว้าง จะนำ พามาซึ่งแนวความคิดที่ทำให้เรามองโลกได้แตกต่างออกไป นำไปสู่การ พัฒนาและปรับปรุงแหล่งทรัพยากรที่ เรามีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น โดยเห็นประโยชน์ แก่นักศึกษาทันตแพทย์และผู้ป่วยเป็น ที่ตั้ง”

อาจารย์หมออิศ สุภาพบุรุษนักประชาธิปไตย

ในขณะที่ท่านอาจารย์อิศระดำรงตำแหน่งคณบดี ท่านจะให้เกียรตินักศึกษา และผู้ใต้บังคับบัญชา เท่าเทียมกัน ท่านเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าพบเพื่อปรึกษาเรื่องการเรียน การงาน และชีวิตส่วนตัวท่าน คอยเน้นย้ำว่า การเป็นข้าราชการจะต้องมีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์สุจริต และต้องตรงต่อเวลา

“อาจารย์จะต้องเป็น instructor ไม่ใช่เป็น inspector ต้องเป็นผู้คอย ให้คำปรึกษา และแนะนำนักศึกษา ไม่ใช่จับผิด”

ท่านอาจารย์อิศระเอาใจใส่ต่อการเรียนการสอน เป็นผู้บังคับบัญชาที่มีคุณธรรม และโอบอ้อม อารี ท่านอาจารย์อิศระเป็นผู้บริหารที่ใจกว้าง และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านอาจารย์เปิดโอกาสให้ อาจารย์รุ่นใหม่เสนอความคิดเห็น และทำการลองพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน และเรียนรู้ไปด้วยกัน ไม่ปิดกั้น ไม่ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวเป็นหลัก คุณสมบัติดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา บุคลากรในระยะยาว ซึ่งจะนำพาคณะฯ ไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้นโดยไร้ข้อสงสัย ในชีวิตส่วนตัวของท่าน อาจารย์อิศระ อาจารย์เป็นสุภาพบุรุษ น่าเคารพนับถือ จากการบอกเล่าของอาจารย์อาวุโสทุกท่านต่าง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านอาจารย์เป็นบุคคลที่โอบอ้อมอารี แต่มีจุดยืนของการทำงานที่ทำให้ทุก คนต้องเกรงขาม

"คุณลักษณะอีกประการที่โดดเด่นสำหรับ ท่านอาจารย์อิศระคือการแต่ง ตัวที่มีเอกลักษณ์เป็นที่ประทับใจแก่บุคคลที่พบเห็น เสื้อเชิ้ตรีดเรียบกางเกง ผ้าขายาว ผูกหูกระต่าย และถือไปป์"

ท่านอาจารย์มักจะกล่าวเสมอว่า ในฐานะอาจารย์และทันตแพทย์ เราควรต้องทำตัวให้ได้รับ ความเคารพนับถือจากนักศึกษา และผู้ป่วย อาจารย์เป็นผู้มีความเป็นระเบียบอย่างสมเหตุสมผลไม่เคร่ง ครัดอย่างไร้เหตุผล แต่เปี่ยมไปด้วยความโอบอ้อมอารี

อาจารย์หมออิศ สุภาพบุรุษแห่งความเป็นครู

ท่านอาจารย์อิศระ ยุกตะนันท์ ทุ่มเททั้งความตั้งใจและเวลาให้นักศึกษาอย่างเต็มที่ทั้งการสอน ในชั้นเรียน ห้องปฏิบัติการ และคลินิกทันตกรรม ท่านอาจารย์มาถึงคณะก่อนเวลาราชการ และกลับหลัง เวลาราชการเป็นประจำเสมอมา จึงทำให้นักศึกษาได้รับการอบรมสั่งสอนภายใต้การดูแลของท่านอาจารย์ อย่างใกล้ชิด ท่านอาจารย์จะถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของท่านใน

"การเรียนการสอนแก่นักศึกษา ทำให้นักศึกษามีความมั่นใจในการเรียนรู้และ ปฏิบัติงานในวิชาของท่าน ยกตัวอย่างเช่น ในการตรวจงานรักษาโรคเหงือกของ นักศึกษา ท่านอาจารย์จะมีการจัดวางเครื่องมือชุดตรวจ และขูดหินปูนอย่างเป็น ระเบียบเรียบร้อย สะอาด หยิบใช้ได้ง่าย เป็นตัวอย่างแก่นักศึกษาทันตแพทย์เพื่อ นำไปใช้ติดตัวจนเป็นนิสัยในอนาคต"

ท่านให้ความสนิทสนมเป็นกันเองและให้กำลังใจแก่นักศึกษาในการเรียนอาจารย์ชวนนักศึกษา ไปร่วมทานข้าวที่บ้าน เพื่อจะใช้เวลาพูดคุยสังสรรค์นอกเหนือจากเวลาเรียนที่คณะฯ และแม้ว่านักศึกษา จะสำเร็จการศึกษาไปแล้ว อาจารย์ยังคงติดตามความก้าวหน้าของนักศึกษาตลอดมา เป็นแบบอย่างที่ ดีของอาจารย์ทันตแพทย์โดยแท้

อาจารย์เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งท่านหนึ่งในการบุกเบิกสร้างความเจริญก้าวหน้าทั้งในด้าน วิชาการทันตแพทย์ และวิชาชีพทันตกรรมในประเทศไทย จนทำให้วิชาชีพทันตกรรมได้รับการยกย่อง เชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ เป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญ และมีความต้องการอย่างสูงในปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจที่สุดไม่ใช่เพียงแต่ครั้งที่ท่านอาจารย์มีชีวิตอยู่ แต่เมื่อครั้งท่านจากไป

"ท่านอาจารย์มีความตั้งใจที่จะ อุทิศร่างให้แก่โรงพยาบาลศิริราชจาก นั้นได้เปลี่ยนเป็นอุทิศโครงกระดูกแทน เมื่อทางศิริราชได้รับศพไปแล้วจึงทำให้เหลือเป็นกระดูกแล้วประกอบติดต่อกันให้เป็นโครงกระดูกของท่านอาจารย์อิศระทั้งชุดให้แก่นักศึกษารุ่นหลังได้ศึกษา"

ซึ่งในปัจจุบันโครงกระดูกของท่านได้ตั้งอยู่ที่ห้องปฏิบัติการมหกายวิภาคศาสตร์ ภาควิชากาย วิภาคศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พระคุณครั้งนี้นับว่าใหญ่หลวงยิ่งนักสำหรับ ธรรมทานที่ท่านให้ไว้ทั้งตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ และลาจากโลกนี้ไปแล้ว

มีเรื่องเล่าที่ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่เกี่ยวกับโครงกระดูกของท่านอาจารย์อิศระ จากศาสตราจารย์ คลินิกเกียรติคุณ ทพ. กิตติ สุพันธ์วณิช ท่านเล่าด้วยความประทับใจเกี่ยวกับฝีมือการทำฟันปลอมบน และล่างให้โครงกระดูกของท่านอาจารย์อิศระ โดยท่านเล่าว่าเคยสัญญาที่จะทำฟันปลอมให้ท่าน อาจารย์อิศระเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ แต่ไม่มีโอกาสประจวบเหมาะ จนกระทั่งท่านอาจารย์อิศระถึงแก่กรรม และได้มาเข้าฝันอาจารย์กิตติเพื่อเตือนเรื่องฟันปลอม นอกจากนี้อาจารย์กิตติยังเล่าเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยว กับท่านอาจารย์อิศระที่มีของโปรดคืออ้อยควั่น ถ้านำอ้อยควั่นไปไหว้สักการะโครงกระดูกของท่าน อาจารย์อิศระ อธิษฐานหรือข้อพรกระดูกมือด้านซ้ายของโครงกระดูกท่านอาจารย์อิศระจะแกว่งและ ขยับเพื่อตอบรับของที่พวกเรานำไปสักการะ

ผมเกิดไม่ทันอาจารย์อิศระ ดังนั้นผมจึงเขียนบทนี้จากการสัมภาษณ์อาจารย์อาวุโสหลายๆท่าน ไม่ว่าจะเป็น ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณพันโท ทพ. เศวต ทัศนบรรจง ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ ทพ.กิตติ สุพันธ์วณิช ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ ทพญ. ยาหยีศรีเฉลิม ศิลปบรรเลง ที่เคยเป็น เพื่อนร่วมงาน หรือลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ สิ่งที่ผมสัมผัสได้ทุกครั้งในการสัมภาษณ์ คือแววตาและ อารมณ์ความรู้สึกของอาจารย์ทุกท่านในการให้สัมภาษณ์แสดงให้เห็นความเคารพ ศรัทธาในตัวอาจารย์ อิศระเป็นอย่างมาก ทำให้ผมซาบซึ้งถึงคุณความดี และความเสียสละอย่างใหญ่หลวงของท่านอาจารย์ อิศระ ที่ได้สั่งสมไว้ให้พวกเราคนรุ่นหลัง

อาจารย์ได้ทำประโยชน์ให้คณะและวงการวิชาชีพอย่างมากมาย ยิ่งรู้จักท่านมากยิ่งเป็นแรง บันดาลใจให้ผมในการเป็นอาจารย์ที่ดีสมกับที่เป็นศิษย์จากสถาบันที่ท่านก่อตั้ง และเมื่ออ่านถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านคงคิดเหมือนผมว่า

พวกเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าศาสตราจารย์เกียรติคุณทันตแพทย์ อิศระ ยุกตะนันท์ คือ สุภาพบุรุษแห่งวงการทันตแพทย์ไทย.

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com