Column ประจำ
Sponsor

Young gen dentist: ทันตแพทย์ อัครวินท์ อัคราวณิชย์ (วิน)

โดย : ซาแมนต้า
Tags : ทันตแพทย์ อัครวินท์ อัคราวณิชย์ , หมอวิน

คุณหมอวินเล่าประวัติย่อๆให้ฟังว่า เป็นพี่ชายคนโตในบรรดาพี่น้องหมอๆ จำนวน 3 คนของครอบครัวอัคราวณิชย์ ที่บ้านเปิดเป็นธุรกิจห้างร้านเก่าแก่แห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ช่วงเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนศรียาภัย(ชุมพร) ได้สอบเข้าศึกษาผ่านโครงการผลิตทันตแพทย์เพิ่ม ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นบัณฑิตทันตแพทย์รุ่นที่ 67 ปัจจุบันทำงานเป็นทันตแพทย์เอกชนในกรุงเทพมหานคร ผลงานโฆษณา เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา นมไวตามิลค์ ผลงานละคร เช่น ละครคู่กิ๊กพริกกับเกลือ เสน่หาสัญญาแค้น เป็นต้น

คุณหมอวินยังเล่าถึงการได้เป็นหนุ่ม CLEO นั้นมีที่มาที่ไป แบบไม่คาดฝัน... ว้าว!!...สมัยเรียน ทำกิจกรรมมากมาย มีเพื่อนๆที่รู้จักทั้ง ในและนอกคณะ คาดว่ามีคนเสนอชื่อไปทาง CLEO แล้วได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 50 หนุ่มCLEO จากนั้นยัง ได้รับรางวัลหนุ่มโสดหน้าใส และติด Top 3 Vote อีกด้วย!! ส่วนเรื่องงานบันเทิง ตอนที่เป็นหนุ่ม CLEO ยังเรียนอยู่ปี 6 มีค่ายละครติดต่อมาบ้าง แต่ช่วงนั้น ยังห่วงเรื่องการเรียนเลยหยุดไว้ก่อน เมื่อจบแล้วจึงได้ทำสัญญากับบริษัท POLYPLUS พร้อมกับขอไปใช้ทุนที่รพ.ทุ่งตะโก จังหวัดชุมพรเป็นเวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง ก่อนลาออกมาทำงานที่กรุงเทพฯ

การเป็นคนหน้ากล้อง มีคนรู้จักมาก เป็นคนที่ปรากฏในที่สาธารณะนั้น เหมือนเป็นดาบ 2คม ซึ่งมีผลต่อการทำงานทันตแพทย์ ...คือก็ต้องระมัดระวังเรื่องการวางตัวมากยิ่งขึ้น เช่นในด้านคำพูด แล้วก็คนไข้ที่เค้ารู้จักเราหรือตั้งใจมาหาก็ต้องการให้เราดูแลเค้าดี เทคแคร์ เราก็ต้องใส่ใจให้บริการดีๆครับ บางครั้งก็มีแฟนคลับมาทำฟันด้วย ทำเสร็จแล้วเค้าก็มาบอกว่าติดตามผลงานอยู่ก็มี บางคนทำเสร็จขอถ่ายรูป post ลง Facebook อีกด้วย

คุณหมอวินยังเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจที่เลือกเรียนทันตแพทย์ว่าเหมือนเป็น ความเชื่ออย่างหนึ่งที่ทุกครอบครัวอยากให้ลูกหลานเป็นหมอ หรือหมอฟัน ส่วนตัวผมเอง ไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไรดี สมัยเรียนมุ่งมั่นกับวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์มาก ซึ่งวิศวะก็เน้นหนัก 2 วิชานี้ (จากนั้นไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน YFU ที่อเมริกา 1 ปี กลับมา)..ตอน ม.6 มีสอบ Entrance 2 รอบ รอบแรกเลือกเก็บวิชาถนัดก่อนเลย วิชาถนัดเลยได้คะแนนเยอะ ประจวบกับช่วงนั้นมีการรับตรงในโครงการผลิตทันตแพทย์เพิ่มที่เปิดรับคะแนน สอบ Entrance รอบแรก เลยลองยื่นคะแนนในโครงการแล้วติด ก็ตัดสินใจว่าเรียนทันตแพทย์แน่นอน ( ผิดกันตอนเด็กๆกลัวหมอฟันจำได้แต่เสื้อสีขาวๆ.. ตอนทำฟันสมัยเด็กๆนี่ผมดิ้นมากเลย... แต่โชคดีที่ฟันดี เลยไม่ต้องทำเยอะครับ)

ช่วงตอนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน คุณหมอวินรู้สึกว่านั่นเป็นจุดนึงที่ฝึกให้กล้าแสดงออกเพราะ ​เด็กๆเป็นคนขี้อาย แต่พอได้ไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกา ประทับใจความกล้าแสดงออกทางความคิดของเพื่อนๆที่นั่น เคยเห็นเด็กๆประชุมกันเกี่ยวกับเรื่องที่รุนแรงเรื่องหนึ่ง คนนึงก็บอกเลยว่าคนนี้ผิด เพราะอะไร คนนี้ถูกเพราะอะไร พอเสร็จแล้วก็บอก ป่ะ ! ไปกินข้าวกัน ทุกคนไปด้วยกันได้ มันสอนให้รู้จักกล้าแสดงออก กล้าที่จะยอมรับผิด และรู้จักการยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง

พอได้เข้าเรียนทันตแพทย์ คุณหมอวินทำกิจกรรมมากมาย อีกทั้งเป็นคนชอบเล่นกีฬา ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมก็เป็นนักกีฬาโรงเรียน ชอบเล่นบาสเกตบอลและฟุตบอล ในมหาวิทยาลัยก็ทำกิจกรรมทั้ง ในและนอกคณะ เคยเป็นหัวหน้าชั้นปี เชียร์ลีดเดอร์ จนตอนปี 5 ได้รับคัดเลือกเป็นดรัมเมเยอร์ หรือจุฬาฯคทากร ซึ่ง​ในปีนั้นเป็นปีแรก ๆ ทางส่วนกลางให้สโมสรนิสิตคณะต่างๆ ส่งตัวแทนชายหญิงอย่างละคนเข้ารับการคัดเลือก แล้วเดินพาเหรดงานฟุตบอลประเพณี จุฬา- ธรรมศาสตร์ ซึ่งความที่กิจกรรมมากมายนี้ทำให้เป็นคนมีเพื่อนทั้งในคณะและนอกคณะอย่างมากมาย

โดยปกติการเรียนทันตแพทย์หนักแน่นอยู่แล้ว ทั้งเรียน ทั้งสอบ คลินิก แลป คุณหมอวินก็เอาตัวรอดมาได้โดย​พยายามตัดกิจกรรมอะไรที่ไม่จำเป็นออก เก็บพลังงานไว้ใช้ในการขึ้นคลินิก และการซ้อมดรัมเมเยอร์ การทำ 2 อย่างพร้อมกันอาจทำให้เราทำงานในคลินิกช้าไปบ้าง เช่น ในเวลาเท่ากัน ทำงานได้น้อยกว่าเพื่อนๆ.. เราก้อต้องอึดและสู้ทน..

โมเมนต์ประทับใจตอนเรียนทันตแพทย์ คุณหมอวินยังแอบยิ้มในความประทับใจคนไข้ โดยเฉพาะคนไข้อาวุโส มาทีไรก็มักมีขนมมาฝากเสมอๆ อย่างคนไข้ perio ซื้อไส้กรอกมาฝากเพราะกลัวผมไม่ได้ ทานข้าว ประทับใจสุดคือ คนไข้ Complete denture ท่านนึง ชื่อคุณป้าลัดดา นัดทุกครั้ง มาให้ทุกครั้ง จนกระทั่งวันที่เรียนจบ คุณป้าติดต่อมาว่าขอเลี้ยงข้าวในโอกาสที่คุณหมอเรียนจบ คุณป้านัดผมที่บิ๊กซีลาดพร้าว คุณป้าไม่ใช้มือถือ แต่ใช้โทรศัพท์บ้านโทรมานัดว่าเจอที่จุดนี้ๆ ผมนั่งรถไปหาตามนัด วันนั้นคุณป้าเลี้ยงอาหารผมที่ฟู้ดคอร์ท เป็นการเลี้ยงอำลาในโอกาสที่คุณหมอจบ ผมรู้สึกประทับใจในความน่ารักของคุณป้า และนึกถึงสมัยเรียนวิชาที่รู้สึกท้าทายมากที่สุดคงจะยกให้เป็นงาน Prosth เพราะsevereมาก ด้วยความที่มีขั้นตอนที่ต่อเนื่องชัดเจน และเราเองมีหมดพลัง ทำให้ step ที่ได้ต่อคาบน้อย เก็บ Requirement ไม่ทัน มีเคสหนึ่งทำเสร็จแล้วคนไข้หายไปเลย โชคดีที่อาจารย์เข้าใจเลยให้ complete case มาได้ แต่การมาเร่งทำช่วงก่อนจบนี่ก็ทำให้เทอมสุดท้ายคว้า A คลินิก prosth มาได้ครับ.. (ยิ้ม...ดีใจมาก)

และยังมีวิชา Oral Med เป็นวิชาที่จบมาแล้วต้องค้นคว้าบ่อยๆ อยากเรียนรู้เพิ่ม ซึ่ง ตอนเรียนอาจไม่ค่อยได้สนใจ แต่ตอนจบมาได้ใช้เยอะมาก เคยเจอเคส Trigeminal neuralgia แต่ยังวินิจฉัยไม่ได้ observe อยู่นานเลยครับจึงมารู้ เลยรู้สึกว่าความรู้ด้านนี้สำคัญ ตอนอยู่ทุ่งตะโก ผมซื้อ text book เก็บไว้เลยครับ

ตอนนี้แบ่งเวลาทำงานทันตกรรมและงานบันเทิงอย่างไรหรือครับ ก็ตอนนี้ทำงานเป็นทันตแพทย์ 6 วัน เป็นงานหลักเลย แล้วรับงานบันเทิงเป็นงานเสริม รับเป็นงานๆไป แล้วแต่โอกาส จบมาหลายปีแล้ว ตอนนี้อยากเรียนอะไรต่อเหรอครับ (บอกเลยครับ อาจารย์ท่านอ่านอยู่ 55) ถ้าสอบได้และมีโอกาส ผมอยากเรียนจัดฟันครับ อยากวางแผนการรักษาในภาพรวมตั้งแต่ต้นให้คนไข้มีสุขภาพฟันที่ดี เพราะมีแรงบันดาลใจ คือตอนใช้ทุนปีแรกที่ชุมพร รู้จักพี่หมอจัดฟันคนนึง เก่งมาก เก่งมหัศจรรย์ เป็น Idol เลย พี่เค้าทำให้เห็นว่าการจัดฟันนั้นเป็นการรักษาที่ ถ้าแก้ไขถูกจังหวะแล้ว จะส่งผลดี สามารถป้องกันฟันผุ เหงือกอักเสบ ลดความรุนแรงของการสบฟันผิดปกติได้ โดยแนวคิดการแก้โจทย์  การ Set up แบบ องค์รวม วิธีการไม่เหมือนกัน ซึ่งก็คล้ายกับวิธีการคิดหาคำตอบจากการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนนั่นเอง

และสุดท้ายนี้ คุณหมอวิน ยังให้มุมมองของการเป็นทันตแพทย์ ผ่านแววตาที่สดใส ใบหน้า ที่เป็นมิตร และเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ทิ้งท้ายไว้ว่า ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ค่านิยมก็เปลี่ยนไป เราทันตแพทย์ควรพัฒนาบุคลิกภาพ และการวางตัวความเป็นหมอให้ชัดเจนขึ้น ให้ปฏิบัติหน้าที่โดย "ใส่หัวใจในการรักษา" นั่นก็เป็นสิ่งที่พวกเราเชื่อมั่นได้ว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่คนไข้ สามารถรับรู้ได้ จากหัวใจเช่นกันค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com