Column ประจำ
Sponsor

อาจารย์ชีระ ศุษิลวรณ์ ผู้นำแห่งวงการทันตแพทย์ภาคใต้

โดย : ผศ.ดร.ทญ.อังคณา เธียรมนตรี ผศ.ทญ. บุญรัตน์ สัตพัน
Tags : ชีระ ศุษิลวรณ์ , ทันตแพทย์ มอ. , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ , ทันตแพทยศาสตร์ มอ. , อังคณา เธียรมนตรี , บุญรัตน์ สัตพัน

อาจารย์ชีระ ศุษิลวรณ์ ผู้นำแห่งวงการทันตแพทย์ภาคใต้

ผศ.ดร.ทญ.อังคณา เธียรมนตรี ผศ.ทญ. บุญรัตน์ สัตพัน

อาจารย์หมอชีระ สำเร็จการศึกษาปริญญาทันตแพทยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันเป็นคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) พ.ศ. 2500 ได้รับประกาศนียบัตรทางศัลยกรรมช่องปากจาก Eastman Dental Hospital, University of London พ.ศ. 2505 และได้รับปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (บริหารงานสาธารณสุข) จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2516 อดีตอาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ร่วมบุกเบิกคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

การทำงานในที่ที่ไม่คุ้นเคย ประกอบกับความไม่พร้อมทั้งบุคลากรและสถานที่ทำให้อาจารย์หมอชีระ ดังคำบอกเล่าของอาจารย์ผ่านบางส่วนของจดหมายที่อาจารย์เขียนถึงนักศึกษาทันตแพทย์รุ่นที่ 1 ของมอ.

“ มีนาคม 2523 ผมได้รับการทาบทามให้ไปช่วยราชการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ ผมจำได้ว่าผมไปถึงมหาวิทยาลัยฯ เมื่อ 15 มีนาคม 2523 และทราบจากอ.ณรงค์ว่าจะต้องเสนอแผนโครงการจัดตั้งคณะฯ เข้าที่ประชุมคณบดีในวันที่ 17 มีนาคม เคราะห์ดีที่ผมได้จัดทำโครงการไว้บางส่วนบ้างแล้ว เมื่อนำไปประกอบกับโครงการฯ ที่ อ.ณรงค์เตรียมไว้ ก็ช่วยทำให้สามารถจัดทำโครงการที่จะเสนอเข้าที่ประชุมคณบดีนั้นเสร็จได้ทัน”

“...เมื่อผมลงไปถึงมหาวิทยาลัยฯ เป็นครั้งแรกนั้น ผมได้พบความจริงว่าผมไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำที่จะช่วยผมทำงานได้เต็มเวลาแม้แต่คนเดียว วัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างแม้แต่ที่ทำงานก็ไม่มี”

“ ถ้านับเอาเดือนมีนาคม 2523 เป็นเวลาเริ่มต้นงานก่อตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์แล้ว ก็จะเห็นว่าในช่วงเวลานั้นหน่วยงานของเราต้องปฏิบัติงานกันไปในสภาพตั้งตัวยังไม่ติด จนกระทั่งหลังจากนั้นอีก 6 เดือน อ.ประมุข จิตต์จำนงค์ก็ได้รับการบรรจุเข้าเป็นทันตแพทย์ ประจำโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์อีกคนหนึ่ง เมื่อ 11 สิงหาคม 2523 เป็นต้นมา สามารถที่จะพูดได้ว่าโครงการจัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์เริ่มตั้งตัวได้ โดยมีบุคลากรที่ทำงานได้เต็มเวลา 3 คนด้วยกันคือ อ.ณรงค์ อ.ประมุข และตัวผมเอง”

ภารกิจในการก่อตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นก้าวสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากในภาคใต้ ซึ่งในขณะนั้นประชาชนมีปัญหาโรคในช่องปากมากแต่ขาดแคลนทันตบุคลากรเป็นอย่างยิ่ง ปีพ.ศ. 2522 พบว่าในภาคใต้ ทันตแพทย์ 1 คน ต้องรับผิดชอบดูแลประชาชนถึง 100,000 คน ซึ่งความเสียสละและทุ่มเทของอาจารย์แสดงให้เห็นจากคำกล่าวด้านล่างนี้

“…ซึ่งอาจารย์มีอายุมากแล้ว และมีความอบอุ่นกับครอบครัวที่กรุงเทพฯ แต่อาจารย์เสียสละความสุขส่วนตัวตอบรับมาช่วยงานที่ มอ. ซึ่งขณะนั้นยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งที่พักอาศัยและการเดินทาง ต้องอาศัยอยู่ในแฟลต เดินทางเข้าเมืองโดยรถตุ๊กๆ 4 ล้อ ความเป็นอยู่ทุกอย่างไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่กับครอบครัวกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน” (อ.ณรงค์ สุขสุอรรถ)

“…..ด้วยความเป็นผู้มีบารมีและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีของอาจารย์ ทำให้คณะได้รับความช่วยเหลือจาก British Council ในการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและเอกแก่อาจารย์ของคณะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี และความร่วมมือจากรัฐบาลเดนมาร์กที่สนับสนุนให้มีโครงการทางสาธารณสุขชนบทภาคใต้ และให้ทุนการศึกษาแก่อาจารย์ร่วมด้วย” จากคำบอกเล่าของ อ.ณรงค์

“ผมจำได้ว่า ขณะที่เราวางแผนการก่อสร้างอาคารเป็น 2 อาคารคือ อาคารบริหารและอาคารโรงพยาบาล โดยอาคารโรงพยาบาลออกแบบเรียบร้อยแล้วเป็นอาคาร 4 ชั้น แต่ปีนั้นงบประมาณรัฐมีน้อยเรียกว่าปิดหีบไม่ลง ถูกลดงบค่าก่อสร้างเดิม จึงต้องปรับปรุงแบบการก่อสร้างใหม่ โดยตัดชั้นที่ 4 ออก แต่อาจารย์ขอให้คงโครงสร้างเดิมไว้ เพื่อสามารถสร้างเพิ่มชั้นที่ 4 ได้ในอนาคต”

ในปัจจุบันชั้น 4 อาคารโรงพยาบาลมีแผนจะปรับปรุงเป็นห้องประชุมใหญ่ของคณะฯ หากไม่ได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเราคงมีปัญหาเรื่องพื้นที่ในการก่อสร้างห้องประชุม

มีให้เห็นและเป็นแบบอย่างอย่างน่าชื่นชมดังคำกล่าวของ อ.ณรงค์ที่ว่า

“ การดำเนินงานโครงการฯ ในขณะนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลมีงบประมาณจำกัด จึงได้รับการจัดสรรงบประมาณที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจารย์ได้ให้ นโยบายในการประหยัด โดยปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่ผู้ร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ ครั้งหนึ่ง ได้รับการเชิญเข้าร่วมประชุมที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์ ชีระ อาจารย์ประมุข และผมได้ไปร่วมประชุม เนื่องจากขณะนั้นการเดินทางโดยเครื่องบินราคาแพงมาก อาจารย์ขอให้เดินทางโดยรถไฟจากหาดใหญ่ไปกรุงเทพฯ และต่ออีกขบวนไปขอนแก่น ทั้งไปและกลับ นอกจากช่วยประหยัดแล้ว ยังทำให้มีโอกาสปรึกษากันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวอย่างไม่เป็นทางการอีกด้วย”

“ การดำเนินงานโครงการฯ ในขณะนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลมีงบประมาณจำกัด จึงได้รับการจัดสรรงบประมาณที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจารย์ได้ให้ นโยบายในการประหยัด โดยปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่ผู้ร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ ครั้งหนึ่ง ได้รับการเชิญเข้าร่วมประชุมที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์ ชีระ อาจารย์ประมุข และผมได้ไปร่วมประชุม เนื่องจากขณะนั้นการเดินทางโดยเครื่องบินราคาแพงมาก อาจารย์ขอให้เดินทางโดยรถไฟจากหาดใหญ่ไปกรุงเทพฯ และต่ออีกขบวนไปขอนแก่น ทั้งไปและกลับ นอกจากช่วยประหยัดแล้ว ยังทำให้มีโอกาสปรึกษากันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวอย่างไม่เป็นทางการอีกด้วย”

ผศ. ทพ. สมศักดิ์ จักรไพวงศ์
อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

“...แทบไม่มีเลยที่อาจารย์จะแสดงให้เห็นว่าอารมณ์เสีย โกรธ หรือขัดข้องใจ อาจารย์สอนว่า ถ้าจะเป็นผู้ใหญ่ต้องเข้าใจโลก ทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อบกพร่อง ถ้ามองข้อดีและพยายามเข้าใจผู้อื่นแล้ว เราจะมีความสุข อาจารย์เคยแนะนำว่า การอ่านให้มาก การรู้ให้มาก เป็นสิ่งดี แต่จะดีกว่าถ้าจะปฏิบัติให้มากด้วย อาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดีในสิ่งเหล่านี้ นอกจากอาจารย์จะเป็นนักคิด นักอ่านแล้ว อาจารย์ยังเป็นผู้ปฏิบัติดีให้เห็นเป็นแบบอย่างอยู่เสมอ”

ผศ. ทพ. ณรงค์ สุขสุอรรถ
อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

“อาจารย์หมอชีระ เป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี สุภาพ เรียบร้อย มีเมตตาต่อผู้อื่นเป็นอันมาก ท่านจะให้เกียรติผู้ร่วมงานและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา และท่านก็จะเป็นผู้ชี้นำแนวทางและความคิดให้แก่ผู้ร่วมงาน ท่านได้ให้ความเอาใจใส่หน้าที่การงาน และชีวิตส่วนตัวของผู้ร่วมงานทุกคน เมื่อคณะทันตแพทยศาสตร์ มอ. เริ่มก่อตั้งได้สำเร็จ เริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกๆ ท่านก็มีความสนใจและเอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขของนักศึกษาทุกคน ทั้งเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ท่านได้ให้ความสนิทสนมเป็นกันเองและคอยให้กำลังใจแก่นักศึกษาที่ประสบปัญหาต่างๆ จึงนับได้ว่าอาจารย์เป็นสุภาพบุรุษของความเป็นครูอย่างแท้จริง”

ผศ. ทพ.ประมุข จิตต์จำนงค์
อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

“ ความประทับใจที่ผมมีต่ออาจารย์ชีระ ศุษิลวรณ์ ผมจำได้ว่า ผมเริ่มเข้าทำงานที่คณะทันต-แพทยศาสตร์เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2526 อาจารย์ชีระ ท่านเป็นบุคคลที่น่ารักมากทั้ง กาย วาจา ใจ ท่านเป็นคนพูดเพราะ น่าฟัง ไม่ว่ากับคนระดับไหน เช่น ถ้าท่านจะให้ผมทำงานอะไรก็แล้วแต่ ท่านจะพูดว่า “ว่างไหม ขอช่วยหน่อย” ถ้าผมหรือใครได้ยินก็ต้องเต็มใจทำทันที และท่านจะถามทุกครั้งที่จะให้ผมทำงาน และผมก็เต็มใจทุกครั้ง ท่านยังสอนให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ทำให้ผมจดจำชื่ออาจารย์ จนถึงทุกวันนี้ แม้นว่าอาจารย์จะจากผมไปเป็นเวลา 20 ปีแล้วก็ตาม”

นายสุพจน์ มานะบรรยง
พนักงานขับรถ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

จดหมายถึงศิษย์ทันตแพทย์รุ่น1 มอ. เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2534
ถึงอาจารย์ใหม่…ซึ่งเป็นศิษย์เก่า

  1. อาจารย์ต้องทำหน้าที่สอน การสอนคนให้รู้ให้ทำได้ ผู้สอนต้องขวนขวายหาความรู้ให้มากๆ ต้องปฏิบัติให้ดูได้ ต้อง practice ในเรื่องนั้นมามาก (ต้องทำด้วยตัวเองด้วย ไม่ใช่สอนแต่ปากเฉยๆ) พวกเรากำลังทำอย่างนี้อยู่หรือเปล่า?
  2. อาจารย์นั้นก็เป็นทันตแพทย์ด้วยโดยวิชาชีพ จึงต้องให้การรักษาผู้ป่วยที่คณะฯด้วย การให้การรักษาจะทำให้เกิดความรู้ความชำนาญมากขึ้น พวกเราทำกันอยู่หรือเปล่า?
  3. อาจารย์ต้องศึกษา–ค้นคว้า–วิจัย และเขียนเรื่องต่างๆ ลงวารสารหรือคำสอน ปราศจากงานวิจัย– ค้นคว้า คณะทันตแพทยศาสตร์จะเรียกตัวเองว่าเป็นสถาบันในมหาวิทยาลัยได้อย่างไร พวกเราเริ่มเรื่องนี้กันหรือยัง?
  4. อาจารย์ทั้งหลายเป็นข้าราชการโดยอาชีพ งานของคณะฯ นอกจากข้อ 1) ถึง 3) แล้ว ยังมีงานด้านบริหารและอื่นๆ อีก เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาหรือขอร้องให้ช่วยทำงานเหล่านั้น พวกเราหลีกเลี่ยงหรือเปล่า? และเมื่อทำแล้วทำด้วยความรับผิดชอบเต็มที่หรือไม่?
  5. อาจารย์เป็นตัวอย่างที่ลูกศิษย์จะมองดูและทำตาม พวกเราทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีกันอยู่ทุกคนแล้วหรือยัง?
  6. อาจารย์ต้องมีพรหมวิหาร 4 (เมตตา – กรุณา – มุทิตา – อุเบกขา) พวกเราให้สิ่งเหล่านี้แก่ลูกศิษย์ทุกคนเสมอหน้ากันหรือเปล่า หรือว่าเลือกรักคนนั้น–เกลียดคนนี้ เคยเป็นลูกศิษย์กันมาก่อนแล้วทุกคน เมื่อเป็นอาจารย์แล้วอย่าลืมเสียว่าตอนเราเป็นศิษย์ เราอยากให้อาจารย์ทำอย่างไรกับเราบ้างเสียล่ะ

จดหมายถึงศิษย์ทันตแพทย์รุ่น 2 มอ. เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2533

  1. ในการที่พวกเธอได้เป็นทันตแพทย์ในวันนี้ได้นั้น เหตุสำคัญก็มาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดตั้งแต่ระดับอำเภอลงไป ขาดแคลนทันตแพทย์ที่จะช่วยเหลือพวกเขายามเมื่อเขาเกิดมีปัญหาและความทุกข์จากโรคฟันในช่องปากมาเบียดเบียน ด้วยเหตุผลอันนี้รัฐบาลจึงได้จัดให้มีคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งนี้ขึ้น เพื่อผลิตพวกเธอออกไปช่วยเหลือพวกเขา
  2. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้อาศัยเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นอาคารคณะฯ วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ นั้น ชาวบ้านทั้งหลายเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น รวมทั้งค่าจ้างครูบาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ทั้งหมด โดยผ่านในรูปการเสียภาษีให้กับรัฐ
  3. แบบฝึกหัดทั้งหลายที่เธอได้ฝึกฝนตั้งแต่ต้นจนจบหลักสูตร ก็ชาวบ้านอีกนั่นแหละที่ยอมอุทิศตนเป็นเครื่องทดลอง (คนไข้) ให้เธอได้มีโอกาสฝึกหัดและเรียนรู้ ที่ยิ่งไปกว่านั้นเธอต้องไม่ลืมว่าพวกเขาอีกเช่นกันที่อุทิศแม้แต่ร่างกาย (ศพ) ให้พวกเธอใช้เป็นแบบฝึกหัดเพื่อศึกษากายวิภาคมาตั้งแต่ปีต้นๆ
  4. จงมองให้เห็นความจริงให้ชัดว่า ใครบ้างที่ทำให้เธอก้าวมาถึงในวันนี้ วันที่เธอได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีศักดิ์และเกียรติในปริญญาบัตรแห่งความเป็นทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต และวันที่เธอสามารถจะประกอบวิชาชีพหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวต่อไปด้วยความมั่นคงและผาสุกในอนาคต
  5. กตัญญู-กตเวทิตา เป็นธรรมที่ทำให้ผู้ยึดปฏิบัติไปสู่ความเจริญและความสุข ก็ใครเล่าที่เธอควรใช้ธรรมะข้อนี้ปฏิบัติต่อเขาในการประกอบวิชาชีพ

อาจารย์หมอชีระ นับเป็นปูชนียบุคคลแห่งวงการศึกษาทันตแพทย์ท่านหนึ่ง มีความเป็นสุภาพบุรุษของความเป็นครู และสุดยอดผู้บังคับบัญชา แม้ว่าอาจารย์จะจากไปครบรอบ 20 ปีแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในความทรงจำของอาจารย์ บุคลากร และศิษย์เก่าของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตลอดไป

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com