Column ประจำ
Sponsor

“ถอนฟันแล้วตาย” รอดได้เพราะซักประวัติและบันทึกเวชระเบียนดี

โดย : ทพ.จีรศักดิ์ ทิพย์สุนทรชัย
Tags : ซักประวัติ , บันทึกเวชระเบียน

นายเบา หวานน้อย อายุอานามเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว ไปถอนฟันจำนวน 3 ซี่ มีทันตแพทย์หญิง สดใส เป็นผู้ทำการถอนให้ ก่อนการถอนฟัน เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ของคลินิกได้ซักประวัติเบื้องต้น วัดความดัน ซึ่งนายเบาได้ให้ประวัติว่าไม่มีโรคประจำตัวใดๆ และร่างกายแข็งแรงดี วัดความดันได้ 126/90 มิลลิเมตรปรอท ก่อนให้การรักษาทันตแพทย์หญิงสดใสก็ได้ซักประวัติซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนายเบาก็ปฏิเสธโรคประจำตัวและไม่มีประวัติการแพ้ยา

นายเบาต้องการถอนฟันหน้าล่าง ที่มีอาการโยก และต้องการใส่ฟันปลอม ผลการตรวจช่องปาก พบฟันซี่ 31, 41 และ 42 โยกระดับ Third Degree มีเหงือกอักเสบเล็กน้อยและมีหินปูนมาก คุณหมอสดใสจึงถอนฟัน 3 ซี่ดังกล่าว พร้อมแนะนำให้กลับมาขูดหินปูนเมื่อแผลถอนฟันหายดีแล้ว เพื่อเตรียมช่องปากสำหรับทำฟันปลอม

ภายหลังถอนฟันนายเบามีอาการอ่อนเพลีย ลิ้นชา และรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ ลิ้นไม่รับรสอาหาร 2 วันต่อมาจึงไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งและได้ยามารับประทานแต่อาการไม่ดีขึ้น อีก 3 วันต่อมานายเบาจึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง ครั้งนี้แพทย์ได้สั่งหาระดับน้ำตาลในเลือดและพบว่ามีระดับน้ำตาลสูงถึง 870 มก./ดล. นายเบาเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น ในมรณะบัตรของผู้ป่วยระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าติดเชื้อในกระแสเลือด ภรรยานายเบาติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของสามี เธอเห็นว่านายเบาเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัว จึงได้ร้องเรียนมายังทันตแพทยสภา คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณได้พิจารณาตามประเด็นที่ร้องเรียนดังนี้

ประเด็นนี้ อนุกรรมการพิจารณาว่าสามารถกระทำได้ไม่ผิดหลักวิชาการ เป็นดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ให้การรักษา โดยต้องทำการตรวจประเมินผู้ป่วยอย่างเพียงพอ และประเมินความพร้อมของผู้ป่วยในขณะนั้น

ประเด็นนี้ อนุกรรมการเห็นว่าข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏก่อนผู้ป่วยจะมาพบทันตแพทย์ได้รับการซักประวัติสุขภาพ ประวัติการแพ้ยา และวัดความดันเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์แล้ว จากหลักฐานประวัติการรักษา พบบันทึกไว้ว่า BP 126/90 มิลลิเมตรปรอท

จากประวัติที่บันทึก ก่อนให้การรักษาทันตแพทย์หญิงสดใสได้ซักประวัติซ้ำอีกครั้ง ซึ่งผู้ป่วยปฏิเสธโรคประจำตัวและไม่มีประวัติการแพ้ยา ผู้ป่วยแจ้งตามประสงค์ว่า ต้องการถอนฟันหน้าล่างที่มีอาการโยกและต้องการใส่ฟันปลอม และจากบันทึกการตรวจช่องปาก พบฟันซี่ 31, 41 และ 42 โยกระดับ Third Degree มีเหงือกอักเสบเล็กน้อยและมีหินปูนมาก และวันนั้นถอนฟัน 3 ซี่ดังกล่าวแก่ผู้ป่วยและแนะนำให้ผู้ป่วยมาขูดหินปูนเมื่อแผลถอนฟันหายดีแล้วเพื่อเตรียมช่องปากสำหรับทำฟันปลอม

จากข้อเท็จจริงจะเห็นได้ว่าคุณหมอสดใสได้มีการสอบถามพูดคุยซักประวัติผู้ป่วยก่อนการรักษาและภายหลังการรักษายังแนะนำให้ผู้ป่วยกลับมาขูดหินปูนเพื่อใส่ฟันปลอม จึงน่าเชื่อได้ว่าทันตแพทย์หญิงสดใส ได้อธิบายและให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยอย่างเพียงพอเพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจรับการรักษาและให้การรักษาก็เป็นไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพทันตกรรมแล้ว

ประเด็นนี้ คณะอนุกรรมการพิจารณาคือ การพบระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 870 มก./ดล. ภายหลังการถอนฟัน 3-4 วัน ผู้ป่วยจะเคยเป็นเบาหวานมาก่อนหรือไม่ คณะอนุกรรมการได้ขอความร่วมมือไปยังสถานพยาบาลในเขตอำเภอและจังหวัดที่นายเบาอาศัยอยู่เพื่อหาข้อมูลประวัติการรักษาของนายเบา จำนวน 7 แห่ง พบว่ามีข้อมูลประวัติการรักษาทางทันตกรรมของนายเบา 2 แห่ง แต่ไม่พบว่าผู้ป่วยแจ้งประวัติโรคเบาหวานหรือโรคประจำตัวอื่นๆ กับคลินิกดังกล่าวแต่ประการใด คณะอนุกรรมการจึงมีหนังสือสอบถามไปยังแพทยสภาเพื่อขอความเห็นทางวิชาการว่าในกรณีที่ผู้ป่วยไม่เคยมีประวัติเป็นโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง 870 มก./ดล. ภายหลังการถอนฟัน 3-4 วันได้หรือไม่

แพทยสภาโดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า การถอนฟันเพียงครั้งเดียวไม่เป็นสาเหตุให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงในคนปกติ ผู้ป่วยจะต้องมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือเป็นโรคเบาหวานมาก่อนการถอนฟัน แต่ไม่ได้สังเกตว่าตนเองมีอาการผิดปกติอันเนื่องมาจากน้ำตาลในเลือดสูงหรือเป็นโรคเบาหวาน (Unrecognized Diabetes) จึงไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานมาก่อน

ผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติเป็นเบาหวานอาจมาพบแพทย์ครั้งแรกแล้วตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือด 870 มก./ดล. โดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นได้ การถอนฟัน 3-4 วันก่อนไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือกจากปกติเป็น 870 มก./ดล. ได้ จะต้องมีระดับน้ำตาลในเลือดที่เข้าข่ายเป็นเบาหวานมาอย่างน้อยหลายปี (สำหรับเบาหวานชนิดที่ 2) หรือหลายสัปดาห์ (สำหรับเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งมีโอกาสเป็นน้อยกว่าในรายนี้เพราะเป็นผู้ใหญ่) การถอนฟันไม่น่าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นจากก่อนการถอนฟันมากนัก แม้ว่าจะมีการฉีดยาชาซึ่งอาจจะผสม adrenaline ซึ่งถ้ามีจริงก็เพียงปริมาณน้อยมากไม่ควรมีผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากนัก

จากข้อเท็จจริงดังกล่าวพิเคราะห์แล้วเห็นว่าสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยน่าจะเป็นไปตามพยาธิสภาพของโรคของผู้ป่วย ซึ่งไม่ได้เกิดจากการให้การรักษาทางทันตกรรมของทันตแพทย์หญิงสดใสแต่ประการใด คณะกรรมการทันตแพทยสภาจึงมีมติเห็นพ้องกับคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณให้ยกข้อกล่าวโทษ ทันตแพทย์หญิงสดใสในที่สุด

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com