Column ประจำ
Sponsor

Miracle of six

โดย : นายแบงค์
Tags : การบริหารเงิน , paperbag

หลายคนคงจะงงๆ ว่าอ้ายหมอนี่จะมาเล่นอะไร เดี๋ยวผมจะค่อยๆ ชี้แจงแถลงไขในคอลัมน์นี้ให้คุณผู้อ่านได้ฟัง

ก่อนอื่นผมเพิ่งได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าสนใจมาก ชื่อหนังสือว่า “ตำรา 101” ของสำนักพิมพ์ A DAY ซึ่งแน่นอนว่าหนังสือที่พิมพ์ออกมาจากสำนักพิมพ์นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นถึงความไม่ธรรมดา หนังสือตำรา 101 นี้ได้รวบรวมคนแนวๆ ไว้ 15 คน มาเล่าเรื่องมุมมองที่นักศึกษาควรรู้ ในหลากหลายมุม โดยเฉพาะให้รู้จักที่จะใช้ชีวิต แต่เท่าที่ผมได้อ่าน หนังสือเล่มนี้ก็น่าสนใจกับคนที่เริ่มทำงานแล้วไม่น้อยไปกว่ากลุ่มนิสิต นักศึกษา บทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคอลัมน์นี้มีชื่อบทว่า วิชาเลี้ยงเงิน (เบื้องต้น) โดยคนที่ใช้นามปากกาว่าใบพัด เป็นผู้เขียน และก็อยากลองให้คุณผู้อ่านได้ลองหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านกันดู และจะรู้ว่าการอ่านหนังสือมันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิดเยอะ

เงิน” เป็นทาสที่ดี แต่เป็นนายที่เลว เป็นประโยคหนึ่งที่ผมต้องจดเก็บเอาไว้ ทั้งเพื่อเตือนตนเองและไว้เขียนในคอลัมน์นี้ ประโยคนี้บอกอะไรเราตั้งหลายอย่าง และอย่างหนึ่งที่สำคัญเลย คือ การรู้จักใช้เงิน คุณใบพัดเขาให้หลักง่ายๆ และสั้นๆ ว่า “ใช้ให้น้อยกว่าที่ได้” ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายและเป็นเหตุเป็นผล ลองดูนะครับว่า ถ้าคุณใช้ให้น้อยกว่าที่ได้ Paperbag ของคุณจะเป็นอย่างไร และจากหนังสือที่ได้อ่าน ทำให้ Paperbag ในเล่มนี้มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป นั่นก็คือ นามปากกาของผมนั่นเอง เพราะอยากมีนามปากกาเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง หลังจากที่อ่านหนังสือเล่มนั้น คำว่า “นายของเงิน” มันขึ้นมาในหัว เลยเอาชื่อนี้แหละ “นายแบงค์” ซึ่งหมายถึง เป็นเจ้านายของแบงก์ ซึ่งก็คือเงินนั่นเอง

สำหรับคำว่า “ใช้ให้น้อยกว่าที่ได้” ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็คือการมีเงินเหลือ หรือการออมนั่นเอง วันหนึ่งที่ผมได้ไปโรงเรียนเพื่อเรียนรู้การส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนกับนิสิตชั้นปีที่ 5 ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง จากการผสานนโยบายที่ต้องการสร้างทักษะชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การลดการบริโภคขนม และการมีภาวะอ้วนของเด็กในโรงเรียน โครงการที่เกิดขึ้น คือ โครงการออมเงินสื่อรัก ที่น้องๆ ในโรงเรียนจะเก็บหอมรอมริบจากเงินค่าขนม และนำไปซื้อของขวัญให้กับคนที่น้องๆ ให้ความรัก จากการทำโครงการดังกล่าว ก็ได้เรียนรู้ถึงแนวคิดในการออมของคนไทยกับคนต่างชาติที่ต่างกันจากปากของผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านเล่าว่า คนไทยจะออมต่อเมื่อใช้แล้วเหลือ ซึ่งต่างจากคนตะวันตกที่จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งเอาไปออมก่อน แล้วที่เหลือค่อยใช้ แนวคิดนี้น่าสนใจมาก และผมพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อ ซึ่งก็คนไม่ใกล้ไม่ไกลผมเองที่ให้คำตอบได้ เพื่อนผมที่จบเกี่ยวกับการวิเคราะห์ตลาดและการบริหารเงินมาจากอเมริกา มาช่วยแนะนำผมเกี่ยวกับการออม

(เลข 6 กำลังจะมาแล้ว) มีคำแนะนำจากผู้ที่วางแผนทางการเงินว่า เราควรจะแบ่งเงินของเราภายหลังจากที่หักภาษี (ที่ได้พูดไว้ ณ ครั้งก่อน) แล้ว ออกเป็น 6 ส่วน ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า 6 Jars ก็คงเหมือนกับการเก็บเงินใส่ตุ่มใส่ไหของไทยสมัยโบราณ งั้นผมขอใช้คำว่า เงิน 6 ตุ่ม ตามแบบฉบับของเพื่อนผมที่เล่าให้ฟังและกัน

ถ้าสมมติว่าคุณมีรายได้ที่หักจากภาษีแล้วเท่ากับ 5 หมื่นบาท (คงเป็นตัวเลขที่คิดง่ายหน่อยและพอจะใกล้เคียงกับรายรับของทันตแพทย์ที่ทำงานมาไม่นาน)

ตุ่มในแต่ละใบก็คือการฝากธนาคารในแต่ละบัญชี ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะต้องฝากแบบไหน แบบออมทรัพย์ หรือแบบไม่ประจำน่าจะเหมาะและง่ายกับการจัดการมากที่สุด ส่วนจะเอาตุ่มไหนสามารถไปทำอะไรเพื่อเพิ่มเงินในตุ่มนั้นหรือตุ่มอื่นๆ ก็สามารถติดตามอ่านได้เรื่อยๆ จาก คอลัมน์นี้ Paperbag แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความมีวินัยในการใช้เงินแต่ละตุ่มมีไว้เพื่อจุดประสงค์ของมัน ลองนึกดูนะครับ ถ้าผมเอาเงินในตุ่มที่ 2 มาใช้ในการสังสรรค์ หรือลงทุนอย่างที่ไม่มีความรู้อยู่เรื่อยๆ และไม่ได้กำไร แถมยังขาดทุนอีก แล้วเงินในอนาคตของผมจะเหลือเท่าไร ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ๆ วิธีการแบ่งเงินออกเป็น 6 ตุ่ม เป็นวิธีการที่จะทำให้เราเคร่งครัดในการเก็บการออมอย่างที่ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ท่านเคยบอกไว้ เกี่ยวกับการออมของฝรั่ง

ปล.1 สำหรับสัดส่วนในแต่ละตุ่ม คุณสามารถแบ่งหรือจัดสรรตามความพอใจของคุณได้ เพราะนั่นคือสิทธิของคุณ

ปล.2 เรื่อง LTF และ RMF ผมขอผลัดไปก่อนนะครับ เพราะคิดว่าเรื่องที่นำมาเล่าน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า โดยเฉพาะน้องๆ ที่กำลังจะทำงานเป็นทันตแพทย์

ปล.3 สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมจากเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีกรณีซ่อมบ้าน ไม่เกิน 100,000 บาท ซ่อมรถไม่เกิน 30,000 บาท โดยให้กรอกในช่อง ค. ลดหย่อน หัวข้อ 12. ที่ระบุ คำว่า อื่น ๆ ครับ ส่วนหลักฐานให้ แนบเอกสารการจ้างซ่อมหรือหลักฐานการซื้อสินค้า โดยมีใบเสร็จรับเงิน ประกอบครับ หรือถ้าไม่มีสัญญาจ้างซ่อม ก็ให้ทำหลักฐานการจ่ายเงิน มีผู้เซ็นรับเงินพร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับเงิน เซ็นสำเนาถูกต้องครับ ถ้ายื่นผ่านอินเตอร์เนตเก็บไว้เป็นหลักฐาน อย่างน้อย 5 ปีครับ ให้ใช้สิทธิได้ 2 ปีภาษี ข้อมูลเพิ่มเติมอ่านได้ที่ http://www.dailynews.co.th/businesss/6023

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com