Column ประจำ
Sponsor

ตุ่มแห่งการเรียนรู้

โดย : นายแบงก์

“การศึกษาเป็นเหมือนร่มโพธิ์ร่มไทร ที่จะให้ดอกออกผลได้ไม่รู้จบ” คำพูดนี้ผมยังจำได้แม่นยำ เป็นคำพูดจากผู้ใหญ่ที่ผมเคารพรักท่านหนึ่ง ท่านสอนผมให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ แล้วสำหรับท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคนี้ ผมว่าอย่างน้อย การเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์ ก็ทำให้ดอกออกผลมากมายในตอนทำงาน

มีคำพูดว่า “การเรียนรู้สามารถเปลี่ยนชนชั้นทางสังคมได้” ก็มีตัวอย่างให้เห็นในหนังในละครทั่วไป เช่น การพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับลูกสาวท่านขุน ก็ต้องพยายามตั้งใจศึกษาเล่าเรียน จบมามีหน้าที่การงานที่ดี ได้เป็นเจ้าคนนายคน เป็นต้น ดังนั้น การศึกษาหรือการเรียนรู้ ก็น่าจะเป็นเครื่องมือที่ดีกับชีวิตของมนุษย์เรา

EDU
เงินในตุ่มที่ 4 มีชื่อย่อว่า EDU คือย่อมาจาก Education ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 10% หรือประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน เมื่อคิดรายรับต่อเดือน คือ 5 หมื่นบาท หรือถ้าคิดเป็นปี เงินในตุ่มนี้จะมีมูลค่าถึง 6 หมื่นบาท จากที่เคยกล่าวมาแล้วว่า เงินก้อนนี้มีความสำคัญ เพราะสามารถเพิ่มโอกาสของการเพิ่มเงินในตุ่มอื่นๆ ได้ จากการเพิ่มทักษะให้กับตัวเองไม่ว่าจะเป็น ทางสายอาชีพโดยตรง เช่น การเรียนต่อ หรือ take course ต่างๆ หรือสิ่งที่สนใจ เพราะสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะมาช่วย

ผมขอเริ่มคุยกับคุณผู้อ่านจากการพัฒนาทักษะทางสายอาชีพโดยตรงก่อน จริงๆ การคิดที่จะเรียนต่อเฉพาะทาง น่าจะมีกันอยู่เกือบทุกคนที่จบทันตแพทย์ และทำงาน ไม่ว่าจะเป็นใช้ทุนด้วยการไปเป็นทันตแพทย์ที่โรงพยาบาลของรัฐบาล หรือเป็นทันตแพทย์ที่ทำงานในเอกชน ทันตแพทย์ส่วนใหญ่ที่ทำงานไปได้ 2-3 ปี ก็จะคิดเรียนต่อเฉพาะทาง เงินก้อนนี้ก็จะมีส่วนช่วยในการสนับสนุนค่าเล่าเรียนได้ ซึ่งหากเราแบ่งสัดส่วนการใช้เงินแล้ว การเรียนต่อก็ไม่ใช่ภาระที่หนักเกินไป ถึงแม้การเรียนการสอนในระดับหลังปริญญาขึ้นไปในปัจจุบัน จะมีค่าเล่าเรียนหลายแสนแล้วก็ตาม

แต่สำหรับบางคนที่ไม่ต้องการเรียนเฉพาะทางเต็มหลักสูตร ก็อาจจะลงเรียนคอร์สที่จัดอบรม ซึ่งมีอยู่มากมายในปัจจุบัน หรือแม้แต่ทันตแพทย์ที่ทำงานมาแล้วสักระยะ จะมาลงเรียนคอร์สบางอย่าง เพื่อปัดฝุ่นความรู้ ก็สามารถใช้เงินก้อนนี้ได้ (สำหรับหน่วยงานของราชการมีงบส่วนนี้ไว้ให้เบิกเพื่อไปอบรมได้บ้าง)

แต่ถ้าใครไม่อยากลงเรียน และชอบการอ่านหนังสือมากกว่า การเลือกซื้อตำราเกี่ยวกับทันตแพทย์ไม่ว่าไทยหรือเทศก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีไม่น้อย ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมาย สีสันในหนังสือก็ดึงดูดใจให้ควักเงินออกจากกระเป๋าได้ไม่ยาก
 

 

ส่วนการเรียนรู้ตามความสนใจนั้นมีทางเลือกหลากหลายมาก ความสนใจของใครหลายคน อาจจะเป็นการเรียนรู้ในการลงทุนหรือการเล่นหุ้น การเรียนรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี การเรียนทำอาหารหรือเบเกอรี่ เป็นต้น ซึ่งถ้าใครสนใจสิ่งไหน ก็จะมีข้อมูลในส่วนนั้นอยู่แล้ว จัดสรรเวลาแล้วรีบทำเลย

ทีนี้การเรียนรู้ตามความสนใจ ก็เป็นได้ทั้งงานอดิเรก หรืออาจจะเป็นอาชีพเสริม อย่างเช่นการทำเบเกอรี่ ตอนแรกๆ ก็อาจจะอยากทำเป็นงานอดิเรก ทำขนมกินกันในครอบครัว หรือทำไปให้คนพิเศษ แต่ถ้าทำไปทำมาแล้วติดใจ มีคนชอบเยอะ ก็อาจจะทำเป็นอาชีพเสริมได้ ซึ่งก็เพิ่มรายรับของเราได้อีกทาง ไม่ต้องทำงานเป็นทันตแพทย์ทุกวัน

การเรียนรู้ตามความสนใจของคนเรามีหลากหลาย และวิธีการเรียนรู้ก็มีหลากหลาย ทีนี้คำถามที่ผมอยากจะถามก็คือ สิ่งที่เราได้เรียนรู้แล้ว มันส่งต่อไปให้ใครได้อีก เป็นประโยชน์กับใครได้อีก บางทีความสุขจากการส่งต่อ มันอาจจะมากกว่าที่เราเคยได้รับก็ได้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com