Column ประจำ
Sponsor

ลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่เเรก‏

รอให้ถึงอนุบาล ก็สายเสียแล้ว!!!
เสียงคำถามของผู้ปกครองดังมากระทบโสตประสาท หลังจากที่ฉันพยายามสอนคุณแม่ถึงวิธีแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธีให้กับลูกน้อย ส่งผลไปยังระบบไหลเวียนโลหิตของฉันจนมันสูบฉีดแรงขึ้น พลางคิดอยากถามคุณแม่กลับว่า “แล้วน้องไม่ได้ใช้ฟันน้ำนมเคี้ยวข้าวหรือคะ ถึงไม่ต้องใส่ใจดูแล”
เมื่อเจอคำถามเช่นนี้ซ้ำๆ หนักเข้าจึงกลายเป็นความรู้สึกชินในที่สุด เพราะดูเหมือนว่าค่านิยมของผู้ปกครองไทยจะเป็นไปตามนั้น คือมักไม่สนใจเกี่ยวกับฟันน้ำนมนัก และไม่สามารถแยกแยะฟันแท้ซี่แรกจากฟันน้ำนมได้ ดังนั้นฟันแท้ซี่แรกจึง “ผุโดยประมาท...พลาดโดยไม่รู้” และความที่สุขนิสัยในการแปรงฟันก็มักเน้นเพื่อ “ออกสังคม” ดังนั้นผลการสำรวจจึงพบว่า 6 ใน 10 ของคนไทยแปรงฟันตอนเช้าเป็นหลัก ลูกปูเดินตามแม่ปูฉันใด เด็กไทยก็ทำตามผู้ปกครองฉันนั้น เมื่อพ่อแม่แปรงฟันเฉพาะตอนเช้า เด็กก็ทำตาม เมื่อพ่อแม่กินน้ำอัดลม ลูกก็กินตาม พ่อแม่ฟันผุลูกก็ผุตาม พ่อแม่ถอนฟันลูกก็ถอนตาม เป็นวัฏจักรที่ดูเหมือนจะต้องยอมจำนน และทำใจ...
ใช่ว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะทำนิ่งเฉย เพราะปัจจุบันความเข้มข้นในการส่งเสริมป้องกันฟันผุที่ภาครัฐให้ความสำคัญนั้น เรียกได้ว่าเริ่มกันตั้งแต่คุณแม่ตั้งท้องเลยทีเดียว โดยตั้งแต่ฝากครรภ์ก็ตรวจฟันแม่ มารับวัคซีนก็ตรวจและแนะนำการทำความสะอาดฟันลูก ตอนขวบครึ่งฟันเด็กก็ยังดูดี แต่พอไปที่โรงเรียนอนุบาลหรือศูนย์เด็กทำไมมันถึงผุได้ผุดี และความที่ฟันน้ำนมในเด็กกลุ่มนี้ที่ผุกันนักกันหนา เมื่อมีทรัพยากรจำกัด ภาครัฐจึงเน้นไปที่การดูแลป้องกันฟันแท้เป็นหลัก ได้แก่ การเคลือบหลุมร่องฟันในฟันกรามแท้ซี่แรก
อย่างไรก็ตามมีกระแสการ “แก้ที่ต้นเหตุ” ที่ทันตแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างแอบๆ ช่วยกันทำตามโรงพยาบาลและคลินิกเอกชน ทว่าความพยายามนั้นเมื่อต่างคนต่างทำพลังจึงยังไม่เกิด ไม่สามารถสร้างกระแสให้สังคมได้ตื่นตัว และรับรู้รับทราบถึงความสำคัญของฟันน้ำนมซี่แรกที่ขึ้นมาในช่องปาก
หลังจากสนับสนุนงบประมาณกองทุนทันตกรรมไป 1,800 ล้าน ในปีงบประมาณ 2554 สปสช. ก็จับมือกับสสส. เพื่อดำเนินโครงการรณรงค์สร้างกระแสเพื่อสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก เกิดโครงการ “ลูกรักฟันดี เริ่มที่ซี่แรก” ขึ้น โดยเล็งเห็นร่วมกันว่าคงจะอ่อนใจหากมัวแต่แก้ที่ปลายเหตุ งบประมาณเท่าไรก็ไม่พอ ควรต้อง “กันไว้ดีกว่าแก้”ตามสุภาษิตโบราณ
มีผู้รู้เสนอไว้อย่างน่าฟังว่า การทำงานส่งเสริมป้องกันที่ลดโรคในภาพรวมได้ชัดเจน คือการทำใหญ่ ในลักษณะที่เป็นการ Shift norm หรือการปรับค่านิยมของสังคม จะได้ผลมากกว่าการไปจับกลุ่มเสี่ยง ซึ่งกลุ่มที่เกือบเสี่ยงหรือกลุ่มที่ไม่ได้รับการกระตุ้นจะเลื่อนไปเป็นกลุ่มเสี่ยงและโรคจะยังคงอยู่ ทว่าหากเรา “คิดการใหญ่” โดยช่วยกันทำให้ฟันซี่แรกไม่ผุแล้วไซร้ เอากลุ่มเด็กน้อยเป็น “จุดเปลี่ยน” หรือ “คานงัด” ปรับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพคนไทยรุ่นใหม่ เริ่มตั้งแต่ฟันซี่แรก ก็น่าจะมีผลสืบเนื่องไปถึงซี่อื่นๆ ให้ดีตามกันไปด้วย
โดยการใช้สื่อสาธารณะสิ !! จึงไม่แปลกที่สสส.ได้ออกสปอตโฆษณาเพื่อ “แก้ที่ต้นเหตุ” หรือ “ตัดไฟแต่ต้นลม” ด้านการแพทย์มีตัวอย่างการดำเนินการหลายสปอต ที่เราคงจำกันได้ ได้แก่สปอต “งดเหล้าเข้าพรรษา” ซึ่งผลทำให้การบริโภคสุราในช่วงไตรมาสที่สามของทุกปีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และสปอต “ให้เหล้า=แช่ง” เป็นต้นเหตุทำให้ตะกร้าปีใหม่ปลอดเหล้าไปได้ไม่น้อย
การปรับกระแสสังคมด้วยสปอตโฆษณาที่ “โดนใจ” นี้ใช้ได้ผลมากสำหรับการลดการดื่มสุรา แต่ว่ากันว่ากว่าสุราจะหาสปอตที่ “โดน” ได้ก็ใช้เวลาไม่น้อยอยู่ คำถามคือ หากจะนำสปอตมาใช้เพื่อการส่งเสริมสุขภาพช่องปากบ้างล่ะจะเป็นอย่างไร?
สปอตโฆษณาแดร็กคูล่าในโทรทัศน์ที่หลายท่านคงพอผ่านตาในช่วงน้ำท่วมปีที่ผ่านมา ด้วยข้อมูลที่ซับซ้อน มีปัจจัยเกี่ยวข้องทั้งการกิน การทำความสะอาด ทีมผู้ผลิตสปอต ตัดสินใจชงข้อมูลเพื่อให้ประชาชนพาลูกหลาน “ไปพบหมอฟัน” แล้วหวังให้หมอๆ ช่วยกันอธิบายคนไข้ แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือหมอฟันเรารับมุกมุขไม่ทัน (มีทวงของแจกด้วยแน่ะ) ทำให้ปลายปี 2554 มีแดร็กคูล่าน้อยไปหาหมอเก้อกันหลายโรงพยาบาล เพราะไปแล้วหมอฟันไม่รู้ด้วย ไม่ได้จัดคิวจัดเวลาเพื่ออธิบายการดูแลสุขภาพช่องปากให้ตามที่คาดหวัง
และแล้ว 1 ปีก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก... ปี 2555 นี้จึงท้าทายกว่าเดิม เพราะเรามีเงินงบประมาณทำแคมเปญรณรงค์ลดน้อยลงเกือบ 10 เท่า แต่ความมุ่งมั่นในการสร้าง norm ใหม่ เรื่องการดูแลฟันน้ำนมให้สังคมยังคงอยู่และยิ่งเพิ่มขึ้น
ด้วยงบประมาณที่มีไม่มาก ทำให้ต้องมีการกระจายกำลังกันทำงานในพื้นที่ มีการแจงนโยบายเพื่อช่วยกันกระตุ้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิทยุชุมชน สื่อเคเบิ้ลทีวีทั้งหลายเข้ามามีส่วนในการทำให้เกิด “ฟันดี เริ่มที่ซี่แรก” โดยหวังว่าหากสามารถทำให้พ่อแม่ เริ่มดูแลฟันน้ำนมซี่แรกของลูกน้อยได้ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง และการนี้จะต้องระดมสรรพกำลังทันตแพทย์ทั้งหลายในประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน มาช่วยกันพลิกวิกฤตฟันผุในเด็กไทย
แค่เริ่มคิดก็เริ่มเกิดงานแล้ว เบื้องต้น สปสช. สสส. และกรมอนามัย จับมือกันสนับสนุนการทำงานเรื่องนี้ต่อ เรามีกลุ่มทันตแพทย์อาสาสมัคร เข้ามาร่วมพัฒนาสื่อกับทีมสื่อสารของ สสส. เรามีเวบไซต์ MOM Channel มาขอจับมือช่วยรณรงค์แปรงฟันในเด็กผ่านกิจกรรมของเวบไซต์ มีบริษัทเอกชนเสนอตัวมาร่วมด้วยช่วยกันทำงานในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และหวังว่าจะมีเครือข่ายอีกเยอะแยะมาช่วยทำเรื่องดีดีให้เด็กไทย
ท่านใดที่ทำหน้าที่สื่อสารสาธารณะทั้งสื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ท้องถิ่น เสียงตามสาย และสื่ออื่นๆ หากท่านมี “ไอเดียบรรเจิด” ที่น่าจะ work เมื่อทำสื่อสาธารณะ หรือมีกุศโลบายในการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นให้หันมาสนใจการดูแลสุขภาพช่องปาก หรือมีข้อเสนอแนะอื่นๆ ขอเชิญร่วมช่วยกันคิดช่วยกันทำ โดยติดต่อผ่านทางสื่อกลางของโครงการที่ www.ลูกรักฟันดี.net และ facebook - ลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com