Column ประจำ
Sponsor

ช่างพร้อมช่วย ช่วยพร้อมช่าง

โดย : ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญา / ทพ.ชุมพล ชนะโชติ
เนื่องจากปี 2554 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ งานคืนสู่เหย้าสมาคมศิษย์เก่าคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงปรับเปลี่ยนไปเป็นการสัมมนาวิชาการเพื่อให้ความรู้แก่ทันตแพทย์ทั้งที่เป็นผู้ประสบภัยและเพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในอนาคต โดยการสัมมนานี้เป็นความร่วมมือระหว่างทันตแพทยสมาคม(สปอนเซอร์สถานที่) สมาคมศิษย์เก่าฯ(ประสานวิทยากร) และราชวิทยาลัย(ตั้งแนวคำถาม) มีความรู้ทั้งเกี่ยวกับการออกแบบคลีนิกเพื่อป้องกันน้ำท่วม การจัดการกับยูนิตทันตกรรมก่อนและหลังน้ำท่วม เราจะขอแบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนๆให้ท่านสมาชิกได้ติดตามนะครับ
อ . ธานินทร์ ศรีเบญจรัตน์ เลขาธิการสมาคมสถาปนิกสยาม มาให้ความรู้ในหัวข้อ “ออกแบบคลินิกทันตกรรมอย่างไรให้ห่างไกลจากน้ำท่วม” ขอนำเนื้อหามาเล่าต่อให้สมาชิกดังนี้
คลีนิกทันตกรรมส่วนใหญ่อยู่ในอาคารพาณิชย์ขนาด 1-2 คูหา อาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีหน้ากว้างประมาณ 4-5 เมตร ลึก 12-16 เมตร ส่วนใหญ่สูงประมาณ 3-4 ชั้น อาจมีบันไดอยู่กลางบ้านหรือหลังบ้าน ส่วนใหญ่มักมีชั้นลอยอยู่ระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสอง พื้นอาจสร้างด้วยการก่อแบบ ผูกเหล็กและเทปูน หรือใช้พื้นสำเร็จรูปมาวางและฉาบปูน ตามด้วยการปูกระเบื้อง ประตูด้านหน้าส่วนใหญ่มักเป็นกระจก ใสบ้าง ติดฟิล์มบ้าง แล้ว Design ให้โปร่งและดูดี ด้านหลัง มักทำเป็นกำแพงปูน และมีประตูออกไปหลังบ้าน ที่สำคัญด้านข้างมักใช้กำแพงร่วมกับห้องข้างเคียง
การออกแบบคลินิกเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วม ต้องเข้าใจธรรมชาติของน้ำว่าสามารถแทรกซึมเข้าไปได้ทุกที่ที่มีช่องว่าง และระดับผิวหน้าของน้ำจะเคลื่อนที่มาอยู่ในระดับเดียวกันเสมอซึ่งก็หมายความว่า หากเรากั้นไม่ให้น้ำเข้ามาในคลินิก ก็ต้องมั่นใจว่าผนังทั้ง 4 ด้านของคลินิกไม่มีรอยรั่วให้น้ำซึมเข้ามาได้ และพื้นซึ่งเป็นผนังด้านที่ 5 นอกจากไม่มีรอยรั่วแล้ว ยังต้องแข็งแรงพอที่จะไม่ให้น้ำแทรกเข้ามาได้ เพราะยิ่งน้ำภายนอกอยู่สูงเท่าไรก็จะเกิดแรงดันมหาศาลดันเข้ามาใต้พื้นดินมากขึ้นเท่านั้น ข้อแนะนำเพื่อป้องกันน้ำท่วมโดยสรุปเป็นดังนี้
โครงสร้าง ลักษณะการก่อสร้าง คำแนะนำ
พื้นชั้นล่าง ถ้าเป็นพื้นสำเร็จรูปที่มีลักษณะเป็นแผ่นปูนมาเรียงต่อกันและฉากปูน จะมีโอกาสที่น้ำจะซึมหรือรั่วเข้ามาในบ้านได้ถ้าระดับน้ำภายนอกสูงเพราะจะเกิดแรงดัน ดันน้ำแทรกเข้ามาระหว่างรอยต่อของแผ่นปูน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ทำด้วยการผูกเหล็ก ก่อแบบและเทปูน จะมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะกันน้ำได้ ให้ดูประวัติการก่อสร้างหรือพิมพ์เขียวจากผู้รับเหมาว่าใช้พื้นแบบใด ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำ แนะนำให้เปลี่ยนพื้น มิฉะนั้นจะเสี่ยงต่อน้ำท่วมตลอดไป
ผนังด้านหน้าคลินิก ส่วนมากมักเป็นกระจกหนา 6 มิลลิเมตรซึ่งไม่สามารถกันแรงดันของน้ำได้ โดยเฉพาะเมื่อน้ำท่วมสูงและรับคลื่นจากยานพาหนะที่สัญจรไปมา ความหนาของกระจกที่แนะนำคืออย่างน้อย 8 มิลลิเมตร ซึ่งอาจต้องเปลี่ยนขอบอลูมิเนียมที่ยึดกระจกด้วย หรือใช้แผ่นโลหะกันน้ำเข้า (Flood panel) ที่มีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กที่มีขอบยางพิเศษ เสียบบนร่องที่เตรียมไว้ด้านหน้า ลักษณะคล้ายแผ่นกั้นน้ำที่ติดตั้งบนทางลงรถไฟฟ้าใต้ดิน จะสามารถป้องกันได้ดีมาก แต่ปัจจุบันมีราคาสูง
ผนังด้านหลัง ส่วนมากมักเป็นประตูไม้ ไม่สามารถกันน้ำได้ ควรก่ออิฐฉาบปูนเพื่อป้องกันน้ำซึมเข้า
ผนังด้านข้าง มักใช้ร่วมกับเพื่อนบ้าน ถ้าน้ำท่วมเพื่อนบ้านก็มักจะท่วมเข้ามาในบ้านเราด้วย เป็นข้อจำกัดของอาคารพาณิชย์
ชั้นลอย น้ำมักท่วมไม่ถึง แต่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ทุกจุด จุดที่รับน้ำหนักได้ดีคือจุดที่อยู่บนคาน โดยปกติแล้ว เก้าอี้ทำฟันมักมีน้ำหนักราว 300 กิโลกรัม แต่พื้นโดยทั่วไปรับน้ำหนักได้ประมาณ 150 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แนะนำให้ยกพื้นเล็กน้อยเพื่อกระจายน้ำหนักให้กระจายเฉลี่ยไม่ให้ลงไปยังจุดเดียว และให้น้ำหนักไปลงยังจุดที่มีคานรองรับ
ผนังปูน ส่วนใหญ่กันน้ำได้ แต่ไม่ทั้งหมด เมื่อเวลาผ่านไปจะมีปัญหาน้ำรั่วซึมเข้ามา แนะนำให้เตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำออกเป็นระยะ หรืออาจตั้งเครื่องสูบน้ำแบบอัตโนมัติที่จะทำงานเมื่อมีน้ำซึมเข้ามาสูงในระดับที่เราตั้งไว้
โดยสรุปในมุมมองสถาปนิก มีทางเลือกในการออกแบบไว้ 3 ทางเลือกคือ
 
 
1.
ก่ออิฐ ฉาบปูนและใช้ซิลิโคนปิดรอยรั่วเพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าคลินิกเหมือนปีที่ผ่านมา
 
2.
ใช้วัสดุป้องกันน้ำท่วมที่ถูกต้องเช่น กระจกต้องมีความหนาอย่างน้อย 8 มิลลิเมตร หรืออาจใช้ Flood panel หรือใช้วัสดุที่คงทน เหมาะสมและถูกยี่ห้อ ซึ่งสามารถติดต่อขอความรู้เพิ่มเติมได้ที่สมาคมสถาปนิกสยาม www.asa.or.th หรือโทร 02-319-6555
 
3.
ออกแบบใหม่ ให้ชั้นล่างเป็นส่วนที่ทำงานด้านธุรกรรม เช่น เคานเตอร์ต้อนรับ ส่วนพักรอของผู้ป่วย สนามเด็กเล่น ส่วนห้องทันตกรรมย้ายไปอยู่ชั้นลอยและออกแบบให้มีการกระจายแรงจากเก้าอี้ทำฟันไปลงบนคานและพื้นที่ส่วนต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com