Column ประจำ
Sponsor

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กับ การประกอบวิชาชีพของทันตแพทย์ไทย

โดย : ศาสตราจารย์พิเศษ พลโท ทันตแพทย์ พิศาล เทพสิทธา
Tags : AEC , ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน , การประกอบวิชาชีพของทันตแพทย์ไทย

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กับ การประกอบวิชาชีพของทันตแพทย์ไทย (1)

ศาสตราจารย์พิเศษ พลโท ทันตแพทย์ พิศาล เทพสิทธา

อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย 10 ประเทศ

  • 1. บรูไน
  • 2. กัมพูชา
  • 3. อินโดนีเซีย
  • 4. ลาว
  • 5. พม่า
  • 6. มาเลเซีย
  • 7. ฟิลิปปินส์
  • 8. สิงคโปร์
  • 9. ไทย
  • 10. เวียดนาม

บริการทางวิชาชีพที่สำคัญ ที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเร่งรัดให้เป็นสาขาเร่งด่วน ใน ปี พ.ศ. 2558

  • 1. แพทย์
  • 2. ทันตแพทย์
  • 3. พยาบาล
  • 4. วิศวกร
  • 5. สถาปนิก
  • 6. บัญชี
  • 7. การสำรวจ

รูปแบบการให้บริการทางวิชาชีพทันตกรรม (Mode of Supply)

รูปแบบที่ 1 (Mode 1) การบริการข้ามพรมแดน (Cross Border Supply)

ลักษณะ: เป็นการให้บริการจากพรมแดนของประเทศสมาชิกหนึ่ง ไปสู่พรมแดนของประเทศสมาชิกอื่นที่เป็นลูกค้า โดยผู้ให้บริการยังอยู่ในประเทศของตน ไม่ต้องปรากฎตัวอยู่ในพรมแดนประเทศลูกค้า

ตัวอย่าง : การให้บริการผ่านการสื่อสารโทรคมนาคมหรือการไปรษณีย์ การให้คำปรึกษาทางอินเทอร์เน็ต เช่น การวินิจฉัยโรคช่องปาก จากผู้ประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ การส่งโมเดลไปรับบริการทางแล็ปทันตกรรมในอีกประเทศหนึ่ง

รูปแบบที่ 2 (Mode 2) การบริโภคในต่างประเทศ (Consumption Abroad)

ลักษณะ : การให้บริการเกิดขึ้นในพรมแดนของประเทศผู้ให้บริการ โดยอาศัยการเคลื่อนย้ายของผู้บริโภคเป็นเงื่อนไขสำคัญ

ตัวอย่าง : การออกไปรับบริการทันตกรรมที่ประเทศผู้ให้บริการชาวต่างประเทศเดินทางมารับบริการทันตกรรมในประเทศไทย

รูปแบบที่ 3 (Mode 3) การจัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการ (Commercial Presence)

ลักษณะ : เป็นการเข้าไปลงทุนตั้งสถานพยาบาลทันตกรรม เพื่อให้บริการทันตกรรมในประเทศลูกค้าในรูปแบบต่างๆ

ตัวอย่าง : การจัดตั้งบริษัท ตัวแทน หรือ สาขาในประเทศอาเซียนอื่นหรือการเปิดสถานพยาบาลทันตกรรมในประเทศไทย

รูปแบบที่ 4 (Mode 4) การเข้าไปให้บริการทันตกรรมโดยบุคคล (ธรรมดา) ที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมของประเทศสมาชิก อาเซียนหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียน อีกแห่งหนึ่ง เป็นการชั่วคราว หรือการที่ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมต่างชาติที่เป็นสมาชิกอาเซียนเข้ามาประกอบวิชาชีพทันตกรรม เป็นการชั่วคราวในประเทศไทย

ตัวอย่าง : การเข้ามาประกอบวิชาชีพทันตกรรมของทันตแพทย์มาเลเซีย หรือ สิงค์โปร์ หรือ ฟิลิปปินส์ใน ประเทศไทย

นั่นก็คือ จาก AEC ไปสู่ MRA กล่าวคือ ได้มีจัดทำ “ข้อตกลงยอมรับร่วมในคุณสมบัติทางวิชาชีพ (Mutual Recognition Arrangement หรือ MRA.)” ร่วมกับประเทศอาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวก ในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพดังกล่าว

ประเทศไทยได้ลงนาม MRA ในวิชาชีพต่างๆ กับประเทศอาเซียน ดังนี้

  • —วิศวกร เมื่อ 9 ธันวาคม 2548
  • —การสำรวจ เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2549
  • —สถาปนิก เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2549
  • การพยาบาล เมื่อ 8 ธันวาคม 2549
  • —แพทย์ เมื่อ 25 กรกฎาคม 2551
  • ทันตแพทย์ เมื่อ 25 กรกฎาคม 2551
  • บัญชี เมื่อ 25 กรกฎาคม 2551

การส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายบริการทางวิชาชีพอย่างเสรี ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1. การเปิดเสรี (Liberallization) การค้าบริการ: เปิดตลาดอย่างไม่มีเงื่อนไข การปฏิบัติต่อสมาชิกอย่างเท่าเทียมกัน ขจัดอุปสรรคต่างๆ ทางวิชาชีพทันตกรรม

2. การอำนวยความสะดวก (Facilitation) การค้าบริการ: การจัดทำความตกลงยอมรับร่วมกันในวิชาชีพทันตกรรม และการจัดทำโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรวิชาชีพทันตกรรม

ข้อตกลงยอมรับร่วม (Mutual Recognition Arrangement: MRA) คือ การอำนวยความสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายบริการในส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม โดยมีการกำหนดคุณสมบัติผู้ให้บริการทางวิชาชีพทันตกรรม เมื่อมีการเปิดเสรีภาคบริการทันตกรรม และเคลื่อนย้าย แรงงานทางวิชาชีพทันตกรรมแล้ว จะเป็นการทำให้แน่ใจว่า ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมที่จะเข้ามาทำงานในแต่ละประเทศ เป็นผู้มีความสามารถในวิชาชีพทันตกรรม อย่างแท้จริง

ท่าทีของแต่ละประเทศอาเซียนต่อรูปแบบบริการวิชาชีพทันตกรรม ประเทศไทย

รูปแบบที่ 1 บริการข้ามพรมแดน: ไม่มีข้อจำกัด

รูปแบบที่ 2 การใช้บริการวิชาชีพในต่างประเทศ: ไม่มีข้อจำกัด รัฐบาลไทย - มีนโยบายส่งเสริม Medical Hub. - ไม่มีนโยบายกีดกันการไปรับบริการในต่างประเทศ

รูปแบบที่ 3 การเปิดสถานพยาบาลในประเทศไทย กำหนดว่าต้อง

  • 1. จัดตั้งเป็นคลินิกผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาล
  • 2. ดำเนินการได้คนละ 1 แห่ง เท่านั้น
  • 3.ผู้ดำเนินการต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศไทย จากทันตแพทยสภา
  • 4. ถ้าเป็นนิติบุคคล สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ ไม่เกิน 49 % ตั้งแต่ ปี 2558 ได้ถึง 70%
  • 5. ผู้ขอต้องมีถิ่นอยู่ในประเทศไทย
  • 6. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลของประเทศไทย ไม่มีข้อห้าม หรือ ข้อบังคับ ให้ต้องไปเปิดสถานพยาบาลทันตกรรมในพื้นที่ท้องถิ่นใดโดยเฉพาะเท่านั้น จะไปเปิดสถานพยาบาลทันตกรรม ในพื้นที่ท้องถิ่นใดๆ ตามที่ต้องการได้
  • 7. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าเมือง กฎหมายทำงานของคนต่างด้าวในประเทศไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแรงงาน ตลอดจนกฎหมายอื่นๆ และกฎระเบียบอื่นของประเทศไทย

 

รูปแบบที่ 4 การเข้ามาให้บริการทันตกรรมของทันตแพทย์ประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศไทย กำหนดว่าต้อง

  • 1. ได้รับปริญญาทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตจากสถาบันการศึกษาที่ทันตแพทยสภาไทยรับรอง
  • 2. มีประสบการณ์ในภาคปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมไม่น้อยกว่า 5 ปี ต่อเนื่องในประเทศแหล่งกำเนิดก่อนที่จะสมัครขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
  • 3. เป็นสมาชิกทันตแพทยสภาไทย
  • 4.ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากทันตแพทยสภาไทย โดยต้องสอบผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม จากข้อสอบที่เป็นภาษา ไทยใน

    4.1 การสอบภาคข้อเขียนในวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน และคลินิค และ

    4.2 การสอบวิชากฎหมายในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศไทย และ

    4.3 การสอบภาคปฏิบัติ โดยกระทำต่อผู้ป่วยในคลินิกทันตกรรม

  • 5. รักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมตามข้อบังคับทันตแพทยสภาไทย
  • 6. ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตลอดจนกฎหมายอื่นๆ ของประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง
  • 7. ไม่มีกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ใดๆ ที่ได้กำหนดให้ทันตแพทย์ประเทศสมาชิกอาเซียน ต้องประกอบวิชาชีพทันตกรรม ในพื้นที่ หรือท้องที่ใดเป็นการเฉพาะ หรือในรูปลักษณะใด นั่นก็คือ สามารถประกอบวิชาชีพทันตกรรม ได้ทั่วราชอาณาจักรไทย หรือพื้นที่ บริเวณใดๆ ในประเทศได้ตามที่ต้องการ

 

ท่าทีของประเทศอาเซียนอื่นต่อรูปแบบการให้บริการทันตกรรม รูปแบบที่ 1 2 ไม่มีข้อจำกัด รูปแบบที่ 3 4 ต่างกันดังนี้

รูปแบบที่ 3 การเปิดสถานพยาบาลทันตกรรมในประเทศ

  • บรูไน
  • ไม่ผูกพัน
  • กัมพูชา
  • ต้องดำเนินการร่วมทุนกับนิติบุคคลชาวกัมพูชา ต้องเป็นทันตกรรมเฉพาะทาง เช่น จัดฟันศัลยกรรมช่องปาก ผู้บริหารสถานพยาบาล อย่างน้อย 1 คน ต้องเป็น ชาวกัมพูชา
  • อินโดนีเซีย
  • 1. ต้องทำในการร่วมลงทุน
    2. ต้องเป็นคลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง อย่างน้อย 3 สาขา
    3. มียูนิตทำฟัน อย่างน้อย 50 ชุด
    4. บริหารโดยทันตแพทย์อินโดนีเซีย
    5. ต้องตั้งอยู่ที่ Capital of Province in East Indonesia Region เท่านั้น คือ เกาะสุลาเวสี ได้แก่เมือง มาการ์ซา มานาโค มาบูจุ เกนตารี โครอน ตาโล เป็นต้น
  • มาเลเซีย
  • 1. ต้องครอบคลุมทันตกรรมเฉพาะทาง อย่างน้อย 5 สาขา คือ ศัลยกรรมช่องปาก ทันตกรรมสำหรับเด็ก พยาธิวิทยาช่องปาก เวชศาสตร์ช่องปาก การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร มะเร็งช่องปาก ศัลยกรรมใบหน้าและช่องปาก ปากแหว่งเพดานโหว่
    2. ต้องมียูนิตทำฟัน อย่างน้อย 25 ชุด
    3. ชาวต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 51 %
    4. ต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กำลังพัฒนา ซาราวัค ซาบาในเกาะบอร์เนียว
    5. ต้องจ้างทันตแพทย์มาเลเซียหรือมีการฝึกอบรมให้ทันตแพทย์มาเลเซียด้วย
  • สิงคโปร์
  • ไม่มีข้อจำกัด
  • ฟิลลิปปินส์
  • ต่างชาติต้องถือหุ้นข้างน้อยผู้บริหารต้องมีสัญชาติฟิลิปปินส์
  • ลาว เวียดนาม พม่า
  • ต้องทำในรูปแบบการร่วมทุนกับคนเจ้าของประเทศตามสัดส่วน หรือ จำนวนเงินที่กำหนด ไม่อนุญาตให้ชาวต่างประเทศเป็นเจ้าของที่ดินได้

รูปแบบที่ 4 การเข้ามาประกอบวิชาชีพทันตกรรมของทันตแพทย์ต่างชาติ

  • บรูไน
  • ต้องเป็นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • กัมพูชา
  • ไม่ผูกพันจะผูกพันเฉพาะต้องเป็นทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • อินโดนีเซีย
  • ไม่ผูกพัน
  • มาเลเซีย
  • ไม่ผูกพัน จะผูกพันเฉพาะทันตแพทย์เฉพาะทาง ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ได้ไม่เกิน 2 คน ต่อ 1 แห่งเท่านั้น
    ประเทศมาเลเซีย เปิดคณะทันตแพทยศาสตร์ ที่รับชาวต่างประเทศเข้าไปศึกษาในมาเลเซีย
    ผู้สำเร็จการศึกษาที่เป็นชาวต่างประเทศเหล่านั้น ไม่สามารถประกอบวิชาชีพทันตกรรมในมาเลเซียได้
    ขณะนี้ มีความพยายามให้มีการออกกฎหมายให้ทันตแพทย์ต่างประเทศ ที่สำเร็จการศึกษาในประเทศมาเลเซีย ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ในคลินิกทันตกรรมเอกชน หรือโรงพยาบาลเอกชนได้
  • สิงคโปร์
  • ไม่ผูกพัน ผูกพันเฉพาะทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  •  
  • ไม่แน่ชัด ในประเทศฟิลิปปินส์ มีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 21 แห่ง เป็นของรัฐ 1 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ (U.P.) ที่เหลือเป็นสถาบันทันตแพทยศาสตร์ของเอกชน
    มีผู้สำเร็จการศึกษาทันตแพทยศาสตร์ ประมาณปีละ 900 - 1000 คน
  • ลาว เวียดนาม
  • ไม่ผูกพัน เวียดนามผูกพันเฉพาะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • พม่า
  • ภายใต้กฎหมายการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม ค.ศ.2000 ของประเทศพม่า
    1. แพทย์ หรือ ทันตแพทย์ ชาวต่างประเทศ จะประกอบวิชาชีพดังกล่าวในประเทศพม่า ต้องได้รับใบอนุญาต “Limited Medical Licence” หรือ “Dental Licence”
    2. ใบอนุญาตดังกล่าว มีระยะเวลา 3 เดือน
    3. การขออนุญาต ใช้เวลา 2 เดือน
    4. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เป็นเงิน US $ 1500
    5. ผู้ฝ่าฝืน จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ

สรุปท่าทีของประเทศอาเซียนในรูปแบบการให้บริการทันตกรรม

  • 1. เกือบทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ไม่มีข้อจำกัด ในรูปแบบที่ 1 และ รูปแบบที่ 2
  • 2. รูปแบบที่ 3 และรูปแบบที่ 4 มีท่าทีที่แตกต่างกันอย่างมากจนอาจ พิจารณาไปได้ว่า เป็นข้อจำกัด หรือ ข้อกีดกัน การเข้าไปประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศนั้น
  • 3. กฎหมายของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน ยังมีข้อจำกัดไม่ให้ทันตแพทย์ต่างชาติในประเทศอาเซียนอื่น เข้าไปประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศของตน ในพื้นที่ที่ตนได้ประโยชน์อยู่แล้ว
  • 4. ประเทศไทยขาดแคลนข้อมูลที่ชัดเจนของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ทั้งในด้าน พื้นที่ที่จะเข้าไปประกอบวิชาชีพทันตกรรม กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการไปประกอบวิชาชีพ ภาษาและวัฒนธรรม ประเพณีของประชาชน เงินลงทุน ตลอดจนรายได้ เศรษฐกิจฐานะ ความสนใจในสุขภาพช่องปาก ของประชาชนในท้องถิ่น ที่จะเข้าไปประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ประเทศไทย - MRA วิชาชีพทันตแพทย์ 25 ก.ค. 2551

  • 1. คุณวุฒิทางการศึกษา
    สำเร็จการศึกษาวิชาชีพทันตแพทย์ ซึ่งได้รับการรับรอง หรือยอมรับจากองค์กรผู้มีอำนาจกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพทันตกรรม (Professional Dental Regulatory Authority: PDRA): ทันตแพทยสภา หรือ องค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่น
  • 2. ใบอนุญาต
    ต้องได้ขึ้นทะเบียน และ หรือ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศสมาชิกอาเซียน
  • 3. ประสบการณ์ในภาคปฏิบัติ
    มีประสบการณ์ในภาคปฏิบัติทางวิชาชีพทันตกรรม ไม่น้อยกว่า 5 ปี ต่อเนื่อง ในประเทศแหล่งกำเนิด ก่อนที่จะสมัครขอขึ้นทะเบียน หรือขอรับใบอนุญาตฯ
  • 4. การพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
    Continuing Professional Development ต้องปฏิบัติให้สอดคล้อง ตามนโยบาย CPD
  • 5. หลักปฏิบัติวิชาชีพและความรับผิดชอบ
    ได้รับใบรับรอง และไม่มีประวัติการกระทำผิดอย่างร้ายแรงตามมาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม
  • 6. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับและกฎเกณฑ์
    ในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมของประเทศที่เข้าไปประกอบวิชาชีพ (Domestic Regulation) ประเทศไทย
  • 7. ต้องเป็นสมาชิกทันตแพทยสภา
  • 8. ต้องผ่านการสอบขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    - ภาคข้อเขียน สอบข้อสอบเป็นภาษาไทย
    - สอบวิชากฎหมายในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    - ภาคปฏิบัติในคลินิกทันตกรรมต่อผู้ป่วย
  • 9. รักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม ตามกฎหมายไทย

MRA มีส่วนช่วยเตรียมความพร้อมสู่ AEC อย่างใด

การเปิดเสรีทางบริการวิชาชีพทันตกรรม ตาม MRA อาจกล่าวได้ว่า

  • 1. ไม่ใช่การเปิดเสรีอย่างสมบูรณ์เต็มที่ แต่เป็นการเปิดเสรีภายใต้กฎหมาย ข้อบังคับ หรือข้อกำหนด กฎเกณฑ์ที่ใช้อยู่ภายในของแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียน ที่เรียกว่า Domestic Regulation
  • 2. MRA ที่กำหนดขึ้น ไม่มีสภาพบังคับอย่างเข้มงวด หรือไม่มีบทลงโทษ หรือกำหนดโทษ แก่ประเทศสมาชิกผู้ไม่ปฏิบัติตาม แม้ว่า MRA จะได้ลงนามรับรองกันไปหลายปีแล้ว ทั้งยังได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วม และคณะอนุกรรมการร่วม ไปแล้วถึง 7 ครั้ง ทั้งนี้ เป็นเพราะกฎหมายภายในของแต่ละประเทศสมาชิก ยังไม่สอดคล้อง หรือ ไม่มีลักษณะที่จะดำเนินการให้เป็นอย่างเดียวกันด้วยดี
  • 3. เป็นสิ่งท้าทายที่ประเทศสมาชิกอาเซียน จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บรรลุวัตถุประสงค์ของอาเซียน ในกิจกรรมนี้ให้ได้

มุมมองของบุคคลภายนอกในประเทศไทยต่อวิชาชีพทันตแพทย์ที่มีต่อ AEC

นักธุรกิจ

  • การกำหนดให้มีการสอบขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพทันตกรรมของชาวต่างประเทศ ต้องสอบเป็นภาษาไทย เป็นการกีดกันทันตแพทย์ต่างชาติและผูกขาดวิชาชีพ
  • ประเทศไทยมีจำนวนทันตแพทย์ไม่เพียงพอ ควรให้ทันตแพทย์ต่างชาติเข้ามาให้บริการทันตกรรมคนไทย และคนในประเทศไทย

วิชาชีพทันตแพทย์ต่อบทบาทของ AEC

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย : วิชาชีพทันตแพทย์ต่อการเปิด AEC ในปี 2558 ของประเทศไทย พบว่า วิชาชีพทันตแพทย์

  • ความเข้าใจ AECของผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ไทยร้อยละ 50 มีความเข้าใจในการเปิดเสรีทางวิชาชีพสู่ประตูอาเซียน
  • ความเข้าใจที่จะได้รับประโยชน์จาก AEC ของผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ไทย ร้อยละ 0 เห็นว่าจะได้ประโยชน์

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาจพิจารณาได้ว่า

  • 1. วิชาชีพทันตแพทย์ ยังเป็นวิชาชีพที่ขาดแคลน และยังมีความต้องการอย่างสูงในประเทศไทย
  • 2. ไม่มีแรงผลักดันใดๆ ที่จะทำให้ทันตแพทย์ไทยจะต้องไปแสวงหาการประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ
  • เหตุผลที่สนับสนุนข้อพิจารณาดังกล่าว

    • 1. จำนวนผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ที่ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจากทันตแพทยสภา มีจำนวน 12,512 คน ณ วันที่ 14 มีนาคม 2556 (รวมผู้เสียชีวิต และเลิกประกอบวิชาชีพและเดินทางไปประกอบวิชาชีพต่างประเทศ) นับว่ามีจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของประเทศ 65 ล้านคน
    • 2. ทันตแพทย์ในประเทศไทย สามารถประกอบวิชาชีพอิสระ (ส่วนตัว) และรับราชการได้ในขณะเดียวกัน โดยที่เวลาที่ใช้ในแต่ละแห่งไม่ทับซ้อนกัน
    • 3. การประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ในประเทศไทย มีงานรองรับทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดเวลา โดยเฉพาะทันตแพทย์ที่จบใหม่ มีข้อผูกพันต้องไปรับราชการในหน่วยงานของรัฐ เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี
    • 4. การขออนุญาตเปิดคลินิกทันตกรรมของทันตแพทย์ในประเทศไทย กระทำได้โดยไม่ยุ่งยาก ปราศจากกฎเกณฑ์ มาตรการที่ยุ่งยาก สลับซับซ้อน จากทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รับอนุญาต เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    • 5. เข้าถึงแหล่งเงินทุนในการเปิดคลินิกทันตกรรมได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ขอกู้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
    • 6. คลินิกทันตกรรมทั้งภาครัฐ และเอกชน มีความต้องการทันตแพทย์ไปร่วมงานจำนวนมาก
    • 7. แหล่ง supply วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ของใช้ทางทันตกรรม ตลอดจนแล็บทางทันตกรรม มีให้บริการโดยสะดวกและรวดเร็ว
    • 8. ค่าบริการทางทันตกรรมในประเทศไทย เป็นราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม และผู้รับบริการ (ผู้ป่วย) พอใจ สามารถยอมรับได้
    • 9. ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศไทย สามารถเลือกประกอบวิชาชีพในบริเวณใดก็ได้ ตามที่ต้องการ โดยไม่ต้องแยกกับครอบครัว และบุตรก็สามารถหาสถานศึกษาได้ในพื้นที่ที่คลินิกหรือครอบครัวตั้งอยู่
    • 10. การทำงานในต่างประเทศ เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น และน่ากังวล จึงไม่ควรเสี่ยง เพราะการประกอบวิชาชีพในประเทศไทย ยังสดใสและดีกว่าในต่างประเทศ

AEC เป็นโอกาส หรือภัยคุกคาม (อุปสรรค) (Opportunity or Threat) ต่อ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมไทย

โอกาส

  • 1. การเปิดเสรีสู่อาเซียน โดยมีเป้าหมายเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน และมีความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางสุขภาพ รวมทั้งด้านบริการทันตกรรมในภูมิภาคอาเซียน ประกอบกับผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม เป็นผู้มีศักยภาพ อันถือได้ว่าเป็นโอกาส
  • 2. นโยบายภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยมีการเปิดตลาดบริการสุขภาพ โดย
    • 1) รัฐบาลมีนโยบายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่งเอเซีย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547
    • 2) ได้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการบริหารศูนย์กลางสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข
    • 3) ได้แบ่งบริการหลักออกเป็น
      • 3.1) การรักษาพยาบาล และบริการทันตกรรม
      • 3.2) การส่งเสริมสุขภาพ
      • 3.3) ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสมุนไพร
      • 3.4) การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก
    • 4) ประเทศไทยมีแล็ปทันตกรรมที่มีคุณภาพ และราคาสมเหตุ สมผล เพียงพอ ที่รองรับการให้บริการทันตกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพ ทันตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
    • 5) ในปี พ.ศ. 2555
      จำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติใช้บริการรักษาพยาบาล 2,530,000 ครั้ง แยกเป็น
      • ชาวต่างชาติในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน 41.4%
      • นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ 32.0%
      • ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 26.6%
    • 6) ในปี พ.ศ.2555 มีรายได้เข้าประเทศไทย 121.7 ล้านบาท
    • 7) บริการรักษาพยาบาลที่ได้รับความนิยม ได้แก่
      • ตรวจสุขภาพ 17.53%
      • ศัลยกรรมความงาม 14.10%
      • ทันตกรรม 11.27%
      • ศัลยกรรมกระดูก 10.48%
      • ผ่าตัดหัวใจ 6.82%
      • อื่นๆ 39.80%
    • 8) ปี พ.ศ. 2555 มีสถานพยาบาลเอกชน ดังนี้
      • โรงพยาบาล 327 แห่ง
        กทม. 100 แห่ง
        ต่างจังหวัด 227 แห่ง
      • คลินิก
        กทม. 4,400 แห่ง
        ต่างจังหวัด 14,600 แห่ง

อุปสรรคหรือภัยคุกคาม ต่อวิชาชีพทันตแพทย์ไทย

  • 1. ความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ประเด็นทางด้านทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ เป็นจุดอ่อนของทันตแพทย์ไทย เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน เห็นว่า สิงค์โปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ และมีความคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ ที่ใช้พูดมากกว่าทันตแพทย์ไทย
  • 2. ประเทศไทยมีจำนวนทันตแพทย์ที่เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญ หรือผู้ได้รับวุฒิบัตร หรืออนุบัตรน้อย เมื่อเทียบกับผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ไทยจะเข้าประกอบวิชาชีพทันตกรรมเช่น สิงค์โปร์ มาเลเซีย ต้องการทันตแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประเทศไทยก็ขาดแคลน และมีจำนวนน้อย
  • 3. อุปสรรคจากกรอบกติกาทางกฎหมายภายในของประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่อำนวยให้ทันตแพทย์ต่างชาติเดินทาง เข้าไปประกอบวิชาชีพอิสระ หากแต่เน้นให้ทันตแพทย์ต่างชาติต้องทำงานร่วมกับทันตแพทย์ท้องถิ่น
  • 4. เนื่องจากกฎหมาย กฎระเบียบภายในของประเทศที่เข้าไปทำงาน ซึ่งมีความซับซ้อน อาจเป็นผลให้มีค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการ ให้บริการที่เพิ่มหรือสูงขึ้น
  • 5. ขาดความพร้อมและทักษะความสามารถในการบริหารจัดการ และการทำงานเป็นทีม ร่วมกับทันตแพทย์ต่างชาติ

การเตรียมความพร้อมต่อการรองรับ AEC

  • 1. นิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ และหลักสูตรการเรียนการสอน ต้องพัฒนาสมรรถนะด้านภาษาและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน ถ้าจะมีแผนออกไปประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศอาเซียนอื่น ต้องมีการวางแผนชีวิตตนแต่เนิ่นๆ และต่อเนื่อง การเป็น ผู้รับผิดชอบด้วยตนเองต่อการดำเนินงาน และร่วมงานกับผู้อื่น โดยได้รับการฝึกปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ และตระหนักในคุณค่าแห่งจรรยาบรรณวิชาชีพทันตกรรมในประเทศที่ตนจะไปประกอบวิชาชีพ
  • 2. ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะของตนในด้านภาษาและวัฒนธรรมของประเทศ สมาชิกอาเซียนที่ตนจะไปประกอบวิชาชีพ ตลอดจนความรู้ ความเข้าใจในกฎหมาย และระเบียบที่ใช้บังคับของประเทศต่างๆในอาเซียน รวมทั้งพัฒนาตนให้มีความสามารถหลากหลาย และความต่อเนื่องด้านประสบการณ์ การเข้าสู่ระบบการพัฒนาวิชาชีพด้านทันตกรรมของตนอย่างต่อเนื่อง และตระหนักในคุณค่าแห่งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
  • 3. ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ควรศึกษาระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ในประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ตนจะเข้าไปประกอบวิชาชีพ
  • 4. การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศไทย เป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตั้งแต่ตัวผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ในประเทศ ทันตแพทยสภา ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมาคมวิชาชีพทางทันตแพทย์สาขาต่างๆ ตลอดจนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ
  • 5. การเคลื่อนย้ายผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมต่างชาติ เข้ามาประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศไทย ประเด็นนี้ เป็นอำนาจหน้าที่ และอยู่ในการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานดังกล่าวของไทย ต้องดำเนินการเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์แก่ทันตแพทย์ไทยด้วย
  • 6. ต้องศึกษาข้อมูล พันธกรณีต่างๆ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
  • 7. ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของบริการวิชาชีพทันตกรรมของประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างใกล้ชิด
  • 8. เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วม คณะอนุกรรมการร่วมทางวิชาชีพทันตแพทย์ทุกครั้ง
  • 9. สร้างความแตกต่างของบริการทางวิชาชีพทันตแพทย์จากจุดแข็งที่ไทยมีอยู่
  • 10. การให้บริการทางวิชาชีพทันตกรรมที่ประทับใจ ผูกมัดใจแก่ผู้รับบริการ
  • 11. ใช้โอกาสที่เปิดกว้างมากขึ้น คือปรับเปลี่ยนทัศนคติ จากเชิงรับ เป็น เชิงรุก
  • 12. รัฐบาลควรให้การสนับสนุน ทั้งที่เป็นงบประมาณและผลประโยชน์ชดเชย เพื่อให้วิชาชีพทันตแพทย์ไทยแข่งขันกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ทางศักยภาพของวิชาชีพฯ

ผลกระทบต่อวงการทันตแพทย์ไทย

  • 1. คู่แข่งขัน และสภาพการแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น
  • 2. ทรัพยากรบุคคลด้านสาธารณสุขที่มีจำนวนจำกัด ในภาครัฐ ที่ให้บริการทันตกรรม แก่
    • ข้าราชการและบุคคลที่มีสิทธิ์ตามเกณฑ์กระทรวงการคลัง
    • ผู้ประกันตนตามสิทธิ์ประกันสังคม
    • ผู้มีสิทธิ์ตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะขาดแคลนมากยิ่งขึ้น
  • 3. จะมีผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์จากประเทศสมาชิกอาเซียนที่ด้อยคุณภาพ เข้ามาให้บริการทันตกรรมแก่ประชาชนในประเทศไทย และยากแก่การควบคุม
  • 4. อาจมีการเคลื่อนย้ายผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ของไทยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่มีจำนวนจำกัดอยู่แล้วในขณะนี้ไปประกอบวิชาชีพในต่างประเทศที่ได้ค่าตอบแทนที่ดีกว่า ทำให้ประเทศไทยขาดแคลนทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากยิ่งขึ้น
  • 5. ผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ภาครัฐจะไหลไปสู่ภาคเอกชนในประเทศ เพราะจะได้รับค่าตอบแทนที่สูง
  • 6. ค่าบริการทางทันตกรรมในประเทศจะสูงขึ้น จากผลของการเปิด ACE
  • 7. ชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น ประเทศสิงค์โปร์ ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสิงค์โปร์ ตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป จะถือว่าเป็น Permanent Resident กฎหมายสิงค์โปร์ถือว่าเป็นพลเมืองประเภทหนึ่งของสิงค์โปร์ จะมีสิทธิ์ประโยชน์ทางการค้า บริการ ในฐานะสมาชิกอาเซียน จากประเทศสิงค์โปร์
  • 8. การดำเนินการทางบริการวิชาชีพทางสุขภาพ เพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ไม่ได้คำนึงถึง ความแตกต่าง และช่องว่าง ของระดับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และระบบสุขภาพของประเทศสมาชิกอาเซียน จะเป็นอุปสรรคอันสำคัญต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของ AEC ที่ตั้งไว้

หน่วยงานที่ดำเนินงานเปิดเสรีทางด้านทันตแพทย์อาเซียน

ทันตแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ

ปัจจุบัน ทางราชการไทยได้จัดทำกฎเกณฑ์ในการเคลื่อนย้ายของผู้ประกอบวิชาชีพ 7 + 1 ต่างชาติที่จะเข้ามาประกอบวิชาชีพในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าเมือง

อาเซียนในอนาคตอันใกล้

  • 3 +
  • 3 +
  • 1. จีน
  • 1. ออสเตรเลีย
  • 2. ญี่ปุ่น
  • 2. นิวซีแลนด์
  • 3. เกาหลีใต้
  • 3. อินเดีย

ปัจจุบัน ไทยกำลังเจรจากับอินเดีย เพื่อทำ MRA และการเคลื่อนย้ายทันตแพทย์จากอินเดียเข้ามาประกอบวิชาชีพทันตกรรมในไทย

อินเดียมีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ ประมาณ 300 แห่ง มีทันตแพทย์จำนวนมาก และมีการให้บริการทันตกรรมในหลากหลายรูปแบบ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com