Column ประจำ
Sponsor

FDI กับ งานทันตกรรมในประเทศไทย


Tags : FDI , กิจกรรมFDI , ประชุมFDI

FDI กับ งานทันตกรรมในประเทศไทย

ในเดือนกันยายน ปี 2558 ประเทศไทยโดยทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปีของ FDI ครั้งที่ 103 โดยจะจัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่าหนึ่งหมื่นคนจากทั่วโลก

FDI หรือ World Dental Federation เป็นสมาคมวิชาชีพทันตแพทย์ที่ก่อตั้งขึ้นมานานกว่า100 ปีแล้ว โดนเริ่มก่อตั้งครั้งแรกในฝรั่งเศสและใช้ชื่อว่า Fédération Dentaire Internationaleและใช้ตัวย่อว่า FDI ซึ่งแม้ต่อมาจะเปลี่ยนชื่อเป็น World Dental Federation แต่ก็ยังคงใช้ชื่อย่อว่า FDI ตามเดิม

วัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง FDI ก็เพื่อที่จะเป็นศูนย์รวมของบุคลากรทางทันตแพทย์ทั่วโลก ให้ได้มาทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาสุขลักษณะที่ดีของช่องปากสำหรับประชาชนทั่วโลก สมาชิกของ FDI นี้จะไม่ใช่ตัวบุคคล หากแต่เป็นองค์กรวิชาชีพทันตแพทย์ของแต่ละประเทศ ซึ่งทันตแพทยสมาคมฯ ของพวกเราก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ FDI

กิจกรรมของ FDI นอกจากการจัดการประชุมประจำปี เพื่อให้ทันตแพทย์ทั่วโลกได้มีเวทีที่จะมาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็น และแนวทางการพัฒนาวิชาชีพทันตแพทย์แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมทันตสุขภาพแก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นที่ประเทศด้อยพัฒนา ซึ่งมีประชากรจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงการให้บริการทางทันตกรรม

กิจกรรมของ FDI นั้น หลักๆ จะแบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นงานด้านวิชาการ และส่วนงานด้านนโยบาย หรือการผลักดันนโยบายการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ตัวอย่างกิจกรรม ของ FDI เช่น


การจัดประชุมสัมมนาเพื่อจัดตั้ง International Caries Detection Assessment System (ICDAS) 4 เพื่อกำหนดนิยามใหม่ของการแบ่งระดับการผุของฟันให้สอดคล้องกับลักษณะที่พบทางคลินิกมากขึ้น และเพื่อให้เป็นมาตรฐาน ในการกำหนดรูปแบบวิธีการป้องกันและรักษา

การจัดทำ Dental Amalgam Phase-Down Project ทั้งนี้เนื่องจากข้อกังวลที่ว่าวัสดุอุดอมัลกัมนั้นมีปรอทเป็นองค์ประกอบและในแต่ละปีจะมีการใช้ปรอทสูงขึ้น 250-350 ตันในการผลิตอมัลกัมทั่วโลก จึงมีความพยายามในหาแนวทางความเป็นไปได้ที่จะลดการใช้อมัลกัมลง รวมทั้งแนวทางในการใช้งาน และกำจัดเศษวัสดุอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อลดผลเสีย หรือมลพิษ ที่อาจเกิดกับบุคลากร ผู้ป่วย และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

โครงการ Global Caries Initiatives ซึ่งเป็นการหากลยุทธ์ในการลด
การเกิดฟันผุ

โครงการ LLL หรือ Live Learn Laugh ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนให้มีการแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์วันละสองครั้ง โดยเฉพาะในเด็ก

การจัดประชุมและนำเสนอผลงานทางวิชาการในการประชุมประจำปีของ FDI

ทั้งหมดที่กล่าวมา ก็เป็นตัวอย่างของกิจกรรม หรือโครงการต่างๆที่ FDI ริเริ่ม หรือสนับสนุน

กิจกรรมของ FDI ที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น ลำพัง FDI เองคงไม่สามารถจัดการให้เกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือ หรือช่วยเหลือจากองค์กรวิชาชีพในประเทศต่างๆ เพราะกิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้น จะต้องใช้บุคลากร และเงินทุนสนับสนุนจำนวนมาก ในการผลักดันให้แต่ละกิจกรรมประสบความสำเร็จ

ในประเทศไทยเอง ทันตแพทยสมาคมฯ ก็ได้มีส่วนร่วมผลักดันโครงการของ FDI ตามกำลังและความสามารถมาโดยตลอด นอกเหนือจากการเข้าร่วมประชุมสัมมนาประจำปีของ FDI แล้ว ทางสมาคมฯ ก็ได้สนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการของ FDI อย่างเต็มที่ เช่น

การจัดประชุมสัมมนา และ workshop ระดับนานาชาติ เรื่อง Effective Use of Fluoride in Asia ในระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคม 2554 (ค.ศ. 2011) ที่อำเภอพระนาง จังหวัดกระบี่ โดยมีคณะทันตแพทยศาสตร์ ธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพหลัก

การจัดประชุมสัมมนาระดับนานาชาติ เรื่อง Caries Control throughout Life in Asia ระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2556 (ค.ศ. 2013) ที่ Beyond Resort จังหวัดกระบี่ โดยมีมูลนิธิ ทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นเจ้าภาพหลัก

ล่าสุด ทาง FDI ได้พยายามผลักดันแคมเปญ World Oral Health Day โดยกำหนดให้ทุกๆวันที่ 20 มีนาคม เป็นวัน “Oral Health Day” สำหรับส่วนนี้เองทางทันตแพทยสมาคมฯไม่ได้เข้าร่วมอย่างเต็มที่เพราะเราเองก็มีวันทันตสาธารณสุขคือวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีอยู่แล้ว และเริ่มในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ทางคณะทันตแพทยศาสตร์ทุกสถาบัน ก็ได้ร่วมกันจัดบริการทันตกรรมให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ดังนั้น แนวทางของ World Oral Health Day จึงยังไม่ลงตัวนักสำหรับประเทศไทย

นอกจากนี้ เราต้องยอมรับความจริงว่า การจัดกิจกรรมจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย และในแต่ละกิจกรรมของ FDI นั้น มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้ต้องมีการพึ่งพิงการสนับสนุนจากภาคธุรกิจ ดังนั้น จะเห็นว่า กิจกรรมของ FDI หลายๆกิจกรรมนั้น จะเกาะอยู่กับบริษัททันตกรรมบางแห่ง เช่น โครงการ LLL ก็เกาะอยู่กับ บริษัท Unilever หรือกิจกรรม World Oral Health Day ก็อยู่กับ Johnson & Johnson ซึ่งพยายามโปรโมทโลโก้ของListerine ลงในแคมเปญ ทำให้ทางทันตแพทยสมาคมฯ จำเป็นต้องดำเนินการในกิจกรรมเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

หวังว่าเมื่อมาถึงจุดนี้ พวกเราคงมีความเข้าใจถึงบทบาทของ FDI ตลอดจนกิจกรรมของทันตแพทยสมาคมฯ มากยิ่งขึ้น และในปี 2558 ที่พวกเราจะร่วมกันเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี ของ FDI ที่กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดว่า “New Horizon of Modern Dentistry in the Land of Smile” ระหว่างวันที่ 22-25 กันยายน นั้น คงจะได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพวกเราทุกคนที่จะมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ต้อนรับเพื่อนๆทันตแพทย์จากทุกประเทศทั่วโลกด้วยความภาคภูมิใจ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com