Column ประจำ
Sponsor

AEC series ตอน ต้องเตรียมตัวอย่างไรรับการเปิดเสรี 2558

โดย : รศ.ทพ.ดร.สุชิต พูลทอง คณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Tags : AEC , การเคลื่อนย้ายเสรีทันตแพทย์ , การเปิดเสรีการค้า , ทันตแพทย์ เตรียมตัว AEC , เกาะกระแส , สุชิต พูลทอง

ดังที่เราท่านทุกคนทราบกันดีว่าการเปิดเสรีทางการค้าที่จะเกิดขึ้นในปี 2015 หรือ 2558 นั้น กำหนดให้มีการเคลื่อนย้ายทันตแพทย์ (แรงงานอาชีพ) อย่างเสรีได้ด้วย ในวันนี้เราได้โอกาสมาสัมภาษณ์ท่านคณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อเตรียมกำลังคนอยู่หลายคราว มาเล่าเรื่อง AEC แบบสบายๆ ให้เราฟังกันค่ะ

จริงไหมคะ ที่ว่าทันตแพทย์ในอาเซียนเห็นพ้องกันว่าวิชาชีพเรายังไม่พร้อมในการเปิดเสรีทันตแพทย์ในช่วงนี้

ครับ ในการประชุม ASEAN Joint Coordinator Committee for Dental Practitioner (AJCCD) ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 ได้ข้อสรุปว่าในปลายปี ค.ศ. 2015 ในส่วนของทันตแพทย์ ยังคงจะไม่มีการเคลื่อนย้ายเสรี (free movement) ของวิชาชีพทันตแพทย์ แต่จะมีการสร้าง website กลาง เพื่อให้ข้อมูลในเรื่องของกฎข้อบังคับ และวิธีการยื่นขอสมัครเพื่อการประกอบวิชาชีพทางทันตกรรม ในแต่ละประเทศของสมาชิกอาเซียน เพื่อให้ทันตแพทย์ของประเทศอาเซียน สามารถสืบค้นข้อมูลที่เป็นภาษากลาง (ภาษาอังกฤษ) ถึงวิธีการที่จะขออนุญาต เพื่อประกอบวิชาชีพทันตกรรม ในแต่ละประเทศได้ ซึ่งวิธีการขออนุญาตประกอบวิชาชีพดังกล่าว ก็จะต้องทำตามกฎข้อบังคับของแต่ละประเทศ (domestic regulation) สำหรับในการประชุมกลุ่ม ASEAN Joint Coordinator Committee (AJCC) ซึ่งประกอบไปด้วย 3 กลุ่มย่อย คือ AJCCM (Medical) AJCCN (Nursing) และ AJCCD (Dental)

หากเทียบกันแล้ว พยาบาลดูจะมีความคืบหน้ามากที่สุด และรองไปจะเป็นแพทย์ ซึ่งทุกวิชาชีพก็คงจะต้องมี website กลางเช่นกัน สำหรับ AJCCM ทางแพทย์เริ่มพูดถึง temporary license เพื่อให้เกิดการ training ข้ามประเทศ ในทุกภาคส่วน มิใช่เฉพาะราชการหรือมหาวิทยาลัย แต่ยังไม่มีวิชาชีพใด ที่ได้พูดไปถึงขั้นมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของวิชาชีพ ตามที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในปลายปี ค.ศ. 2015

มีผู้สงสัยกันว่า ทำไมถึงไม่ค่อยมีความคืบหน้า ทั้งที่มีการประชุมหารือระหว่างประเทศ ผ่านไปเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ก็คงจะกล่าวได้ว่า สาเหตุหนึ่งน่าจะเกิดจาก ความแตกต่างของระบบการผลิตและผลผลิต ซึ่งก็คือทันตแพทย์ของแต่ละประเทศที่ยังมีความไม่เท่าเทียมกันในกลุ่มประเทศอาเซียนเอง โดยตัวแทนแต่ละประเทศประกาศยืนยันการใช้ระเบียบปฏิบัติของประเทศตนเอง เพื่อการขอประกอบวิชาชีพทั้งสิ้น เหตุผลหลักก็เพื่อปกป้องผู้ป่วยซึ่งเป็นประชาชนของประเทศนั้นๆ ที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาจากทันตแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถและสมรรถนะครบถ้วน ตามที่แต่ละประเทศกำหนด และเป็นผู้ประเมิน หากต้องการจะเดินทางข้ามมาทำงานในประเทศนั้นๆ จึงยังคงต้องไปสอบใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งมักจะเป็นภาษาท้องถิ่น มิใช่ภาษากลาง

แล้วจะต้องทำอย่างไรถึงจะพร้อมกันละคะ

ทำอย่างไรถึงจะพร้อม ก็คงต้องคิดไปถึงว่า ทำอย่างไรถึงจะให้แต่ละประเทศ ยอมรับทันตแพทย์ที่จบมาจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศตนเอง ผมยกตัวอย่างว่าในประเทศของเราเอง การจัดตั้งโรงเรียนทันตแพทย์ ยังต้องผ่านการรับรองขององค์กรที่ได้รับความเชื่อถือก่อน จึงจะอนุญาตให้ผลิตทันตแพทย์เพื่อมารับใช้คนในประเทศของเราได้ ในขณะที่ทันตแพทย์ที่จบโรงเรียนจากต่างประเทศ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบว่าทันตแพทย์นั้นๆ มีสมรรถนะทางการรักษาทางทันตกรรมที่ได้มาตรฐานและยอมรับได้ ที่จะอนุญาตให้มาดูแลประชาชนของประเทศเรา ดังในประเทศยุโรป กว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเสรีของทันตแพทย์ได้ ใช้เวลาไม่น้อยทีเดียว โดยต้องทำการ standardization และ harmonization ของหลักสูตรการผลิตทันตแพทย์ นั่นคือการทำให้ได้มาตรฐาน และเป็นมาตรฐานที่มีความสอดคล้อง และกลมกลืนกัน เพื่อผลประโยชน์ของสุขภาพช่องปากของประชาชนในกลุ่มประเทศนั้นๆ

ที่ว่าต้อง standardization และ harmonization กันก่อน ค่อยมาเปิดเสรี มันแปลว่าอะไรกันคะ

นั่นเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ ผมหมายถึง หากสามารถมีคณะกรรมการกลาง ที่ได้รับการจัดตั้ง และเป็นที่ยอมรับจากประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อการกำหนดสมรรถนะกลางของทันตแพทย์ในกลุ่มประเทศอาเซียนก่อน ทำให้เกิดความกลมกลืนกันในกลุ่มประเทศอาเซียน และหลังจากนั้นกำหนดลงในตัวหลักสูตร สร้างเป็นมาตรฐานกลางของโรงเรียนทันตแพทย์ของกลุ่มประเทศอาเซียน ว่าต้องมีอะไรเป็นองค์ประกอบหลัก องค์ประกอบรอง โดยให้เวลาที่ทุกโรงเรียนจะต้องปรับปรุงหลักสูตรของตัวเอง ให้มีองค์ประกอบตามที่กำหนดครบถ้วน และให้มีความสอดคล้องกับสมรรถนะที่พึงประสงค์ ของการเป็นทันตแพทย์ในกลุ่มประเทศอาเซียน และมีองค์กรกลางที่ได้รับการยอมรับ ทำการประเมินหลักสูตรที่ใช้ผลิตทันตแพทย์ ในแต่ละโรงเรียนในประเทศสมาชิกอาเซียน ว่าหลักสูตรมีมาตรฐาน และมีความสอดคล้องกันกับการรักษาทางทันตกรรม ให้กับประชาชนของประเทศอาเซียนหรือไม่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาจนกว่าแต่ละประเทศจะยอมรับซึ่งกันและกันตามมาตรฐานที่ตัวเองมีส่วนร่วมในการพิจารณา เหมือนในประเทศไทยเราจะยอมรับโรงเรียนทันตแพทย์ที่ได้รับรองหลักสูตรจากทันตแพทยสภา เป็นต้น ปัญหาคือคงต้องใช้เวลานานพอสมควรทีเดียว

ปัจจุบันถ้าให้อาจารย์ให้ดาวคุณภาพบัณฑิตที่ผลิตจากประเทศต่างๆใน AEC อาจารย์ให้ที่ไหนเป็นสามดาว สี่ดาว ห้าดาวคะ

ขออนุญาตไม่ให้ความเห็นครับ เพราะการประเมินแต่ละอย่าง จะต้องมีกรรมการกลาง และต้องมีเกณฑ์ที่ชัดเจนและมีมาตรฐาน จึงจะสามารถประเมินได้อย่างเที่ยงตรงครับ มิฉะนั้นแล้ว จะได้ความรู้สึกส่วนบุคคลไปเป็นข้อคิดเห็น ซึ่งมักจะมีความเบ้ ผมมองถึงการตรวจประกันคุณภาพ โดยองค์กรกลางครับ จึงสามารถจะให้เป็นคะแนนได้

หากเปิดเสรีในอีกห้าถึงสิบปีข้างหน้า การเปิดเสรีน่าจะส่งผลกระทบต่อวิชาชีพเราอย่างไรบ้างคะ (ประมาณว่าที่ไหนเป็นลูกค้าที่จะเข้ามารับบริการ ที่ไหนเป็นแหล่งที่อนาคตทันตแพทย์เราจะอยากไปทำงาน)

ผมขอออกตัวว่าไม่สามารถคาดเดาได้ครับ แต่ขอตอบจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรป เขาใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะเกิดการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีได้อย่างในปัจจุบัน และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทันตแพทย์จากยุโรปตะวันออกมีการเคลื่อนย้ายเข้ามาที่ประเทศอังกฤษค่อนข้างมาก จากการบอกเล่าของทันตแพทย์ในประเทศอังกฤษ เนื่องจากสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับผู้ป่วยได้ และมีคนงานต่างชาติที่ข้ามมาทำงานและต้องการการรักษา แต่ทันตแพทย์จากประเทศยุโรปตะวันออกจะไม่เคลื่อนย้าย ไปในประเทศที่มีระบบประกันสุขภาพที่แข็งแรง หรือมีประชาชนที่มีคุณภาพชีวิตสูง เช่น ประเทศสวีเดน ประชาชนเขาจะไม่ไปทำฟันกับทันตแพทย์ที่เคลื่อนย้ายมาจากทางยุโรปตะวันออก เป็นต้น สำหรับในประเทศอังกฤษ มีผู้อพยพค่อนข้างมาก ซึ่งอาจจะไม่มีประกันสุขภาพ และต้องการการรักษาพยาบาลในราคาต่ำ ก็จะทำให้ทันตแพทย์จากยุโรปตะวันออกสามารถประกอบอาชีพได้ง่ายขึ้น ที่กล่าวมาเป็นเพียงแต่ประสบการณ์ส่วนตัว ที่ได้จากการเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งของผมเอง อาจไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ครับ

ในฐานะคณบดี จุฬาฯ ทราบว่าที่คณะมีการจัดประชุมเพื่อปรับหลักสูตรรองรับ AEC ด้วย

ในปี พ.ศ. 2556 ทางคณะฯ ได้รับงบประมาณ ในการเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมที่เกี่ยวข้องกับประเทศอาเซียน คณะฯ จึงได้เป็นเจ้าภาพ การประชุมเพื่อสัมมนาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เกี่ยวกับการเรียนการสอนทางด้าน geriatric dentistry และ community dentistry โดยเชิญผู้รับผิดชอบรายวิชาทั้งสอง จากหลายๆ โรงเรียนในกลุ่มประเทศอาเซียน มานั่งจับเข่าคุยกันเป็น 2 วง ในรายละเอียดของวิชาที่อยู่ในหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตของแต่ละโรงเรียน ว่าใครสอนอะไรหรือใครยังไม่ได้สอนอะไร ด้วยเหตุผลใด และหาข้อสรุปว่า รายละเอียดในการสอน geriatric dentistry และ community dentistry ที่เหมาะสมสำหรับประชาคมอาเซียนควรจะมีหรือไม่มีเนื้อหาอะไร โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อย แก่โรงเรียนทันตแพทย์ ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมประชุม

ส่วนตัวอาจารย์คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเห็นทันตแพทย์ไทยของเราจะบินไปทำฟันที่พม่า ลาว เขมร (หรือประเทศใน AEC ที่มีทันตแพทย์ไม่เพียงพอ) และกลับมาพักผ่อนในไทยช่วงเสาร์ อาทิตย์ในช่วงสิบปี ยี่สิบปีนี้ไหมคะ

เข้าใจว่าในที่สุดก็จะต้องเกิดขึ้น เพียงแต่จะช้าแค่ไหนเท่านั้นเองครับ เพราะเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ระดับรัฐบาล ดังนั้นทุกฝ่ายคงจะต้องเตรียมความพร้อมกันแล้วครับ ซึ่งผมทราบว่าได้มีการเตรียมตัวกันแล้วในหลายหน่วยงาน เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีที่อาจเกิดขึ้นในเร็ววัน ซึ่งหากวิเคราะห์ให้ดีจะทราบว่า การวางแผนกำลังคนในระดับประเทศจะทำได้ยากมาก หลังการเกิดการเคลื่อนย้ายเสรี ซึ่งต้องกะประมาณให้ดีว่า ทันตแพทย์จะเคลื่อนย้ายเข้าหรือออกมากกว่ากัน

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com