Column ประจำ
Sponsor

Bali….Relax!!! เก็บมาฝากจากงานประชุม SEAADE/IADR 2015

โดย : อ.ทพ.ดร. ณัฐวุธ แก้วสุทธา
Tags : SEAADE 2015 , IADR 2015 , ทันตแพทย์ ภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก , อ.ทพ.ดร. ณัฐวุธ แก้วสุทธา , Bali , บาหลี

การประชุมระดับนานาชาติที่สำคัญงานหนึ่งสำหรับวิชาชีพทันตแพทย์ในภาคพื้น เอเซียแปซิฟิก คือ การประชุม SEAADE และ IADR SEA division ซึ่ง เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเพิ่งได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ และได้จัดงานได้อย่างน่าประทับใจกับผู้เข้า ร่วมประชุมอย่างมาก สำหรับในปี 2015นี้ประเทศอินโดนีเซียได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุม และได้เลือกเมืองบาหลี เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดของประเทศเป็น สถานที่จัดการประชุมในครั้งนี้

สำหรับการประชุม SEAADE 2015 จัดต่อ เนื่องเป็นครั้งที่ 26 แล้วซึ่ง Themeของการประชุม ในปีนี้ คือ 'advanced in innovations in dental education : current concept' ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ก็ได้มีคณาจารย์และผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์ ต่างๆ ในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิกเข้าร่วมประชุม ประมาณ 200 คน

ซึ่งเนื้อหาการประชุมจะเน้นการ นำเสนอเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของคณะ ทันตแพทยศาสตร์ นอกจากจะได้รับฟังความรู้จาก Keynote ต่างๆ ที่มาบรรยายประสบการณ์การจัด การเรียนการสอนทันตแพทยศาสตร์ในหัวข้อต่างๆแล้ว ในการประชุมครั้งนี้ ยังมีการจัด Workshop พิเศษ สำหรับผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์ในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิกในการเริ่มการวางสมรรถนะหลัก ร่วมของคณะทันตแพทยศาสตร์ในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก (Core competency) ซึ่งถึงแม้จะยังไม่เสร็จ สิ้นในการประชุมครั้งนี้ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกันต่อไปในอนาคต

สำหรับ Keynote ที่สำคัญและถือเป็นไฮไลท์ของการประชุม เช่น

หัวข้อ 'Building a world class school of dentistry : The Hong Kong Experience'

บรรยายโดย Prof. Lakshman P Samaranayake อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหา วิทยาลัยฮ่องกง ซึ่งได้เล่าบทเรียนและวิธีการบริหารและจัดการเรียนการสอน โดยเน้นกระบวนการสอน ที่ให้ความสำคัญกับผู้เรียน และเปิดหลักสูตรหลังปริญญา และหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งสามารถประสบ ความสำเร็จอย่างสูง จนทำให้ University of Hongkonเป็นคณะทันตแพทยศาสตร์ที่ได้รับความนิยม เป็นอันดับ 2 ของโลก ใน University World Class Ranking

หัวข้อ 'Objective structured clinical examination for competence assessment'

บรรยายโดย Dr Chun Hung Chu ซึ่งเนื้อหา การบรรยายจะทำให้เกิดเข้าใจความสำคัญของการวัดสมรรถนะการเรียน โดยใช้การสอบ Objective Structure Clinical Examination (OSCE) ถือเป็น อีกหนึ่งหัวข้อที่มีความน่าสนใจ เพราะประเทศไทย ก็จะนำเอาระบบ OSCE นี้มาใช้สอบเพื่อขึ้นทะเบียน เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในระยะเวลาอันใกล้นี้

หัวข้อ 'Dental Education in super-aging society in Japan

บรรยายโดย Prof. Moriyama Dean of Faculty of Dentistry, TMDU, JAPAN วิทยากรได้ อธิบายความเป็นมาของงานทันตกรรมผู้สูงอายุ โดยเกิดจากการประชุมหาปัญหาโดยการมีส่วนร่วมของตัวแทนมหาวิทยาลัยในอาเซียน ได้มาเป็นการ พัฒนาการเรียนการสอนตามเทรนของงานทันตกรรม ในอนาคต

ซึ่ง ทันตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ เป็นสิ่งจำ เป็นและมีความสำคัญในสังคมญี่ปุ่น เนื่องจากเป็น สังคมผู้สูงอายุ และ มีความจำเป็นด้านการจัดการ งบประมาณด้านสุขภาพของประเทศ โดยสถานการณ์ในประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้เป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยคนญี่ปุ่นมีอายุไขเฉลี่ย 81.7 ปี มีอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ระบบบริการสุขภาพ และสาธารณสุขดีมาก แต่มีสัญญาณ ว่าต้องลงทุนด้านสุขภาพสูงขึ้น เพราะคนตายน้อยลง ซึ่งจุดแข็งของประเทศญี่ปุ่น คือ ประชากรมี Health literacy อยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก เมื่อเทียบระดับโลก ในด้านทันตกรรม พบว่า มี campaign 80/20 ให้คนอายุ 80 ปี มีฟันครบ 20 ซี่ ซึ่งประสบความสำเร็จพอสมควร ซึ่งงานทันตกรรมที่เกี่ยวข้อง ต้องประกอบจากศาสตร์หลายแขนง ทั้งทันตกรรมบูรณะ ทันตกรรมประดิษฐ์ วินิจฉัยโรคช่องปาก ซึ่ง ต้องมีลักษณะการบูรณาการให้มีความเชื่อมโยงในมิติด้านคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้วย

หัวข้อ 'Role of Dental School in Educating Non-Dental Health Professional'

โดย Prof. Edward Lo เป็นเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง โดยในปัจจุบันเทรนของโรค NCD (non communicable disease) กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก ซึ่งปัจจุบัน ทั้งคำจำกัดความการนิยาม โรค ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และมีความสัมพันธ์กัน สุขภาพช่องปากก็มีความสัมพันธ์กับสุขภาพ ร่างกายทั่วไป งานสอนนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ จึงต้องพยายามมองเรื่องในช่องปากให้เชื่อมโยงกับ สุขภาพร่างกาย และการทำงานและการสอน อาจไม่ได้จำกัดหรือเจาะจงว่าหมอฟันจำเป็นต้องสอน เท่านั้น บุคลากรในสาขาอื่นสามารถช่วยเชื่อม และเติมเต็มการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นได้

ทั้งนี้ บทเรียนจากฮ่องกง มี พยาบาล หมอ หมอแผนจีน เภสัชกร มากมายกว่าทันตแพทย์ การ จัดการเรียนการสอน โดยมีการดึงองค์ความรู้จากสาขาอื่นมาช่วยกันสอน ก็อาจทำให้แก้ปัญหาการขาด แคลนบุคลากร และทำให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างงานในช่องปากกับสุขภาพองค์รวม หรือแม้กระทั่ง การมอบองค์ความรู้ดังกล่าว ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่หมอฟัน เพื่อช่วยกันดูแลสุขภาพช่องปากในภาพรวม ทั้งนี้ข้อมูลในฮ่องกงพบว่า 80% ของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในฮ่องกงไม่เคยพบหมอฟัน แต่ปัญหาฟันผุ ในวัยดังกล่าวก็มีปัญหาสูงมาก หมอฟันในฮ่องกงก็มีน้อย ดังนั้น การแก้ปัญหาโดยมอบอำนาจการดูแล เรื่องดังกล่าวไปยัง พยาบาล หมอ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลในสถานรับเลี้ยงเด็ก ก็อาจเป็นอีกทางเลือกที่สามารถ ทำได้ ซึ่งงานที่เหมาะสมคือ งานสร้างเสริมสุขภาพ ข้อเสนอแนะจาก Prof Lo ในการจะทำงานสร้าง เสริมสุขภาพช่องปากให้ประสบความสำเร็จ อาจต้องสอนเภสัชกร พยาบาล หรือแม้กระทั่งหมอ ให้ สามารถดูแลสุขภาพช่องปาก ร่วมไปกับดูแลสุขภาพในองค์รวมได้

อีกเรื่องที่น่าสนใจ จากประสบการณ์จากเดนมาร์ค Prof. Lane Schou บรรยายเรื่อง 'Inequilities in Oral Health; challenges , probability and the role of Dental Education' วิทยากรให้ข้อมูล ที่น่าสนใจในเรื่องความไม่เท่าเทียมของระบบทันตสุขภาพ จากประสบการณ์ของเดนมาร์คซึ่งเป็น issue ที่สำคัญ แต่กลับไม่มีการเรียนในหลักสูตร ไม่ว่าจะลักษณะรายวิชา หรือ หัวข้อย่อย ในชนบท ยังขาดแคลนผู้ให้บริการ เป็นผลมาจากทันตแพทย์ไม่เพียงพอ ถ้าจะมีก็จะเป็นแค่ GP ซึ่งแสดงถึงความ ไม่เท่าเทียมกันของระบบสุขภาพในภาพรวมระหว่างเขตเมืองและชนบท ผู้บรรยายได้เสนอแนะทางออก ให้มีการทดแทนทันตแพทย์ GP ในพื้นที่ห่างไกลด้วย oral health care worker หรือ highly trained clinical dental specialist และเสนอแนะให้ปรับระบบการจัดการเรียนการสอนให้เน้นไปที่ปัญหาสังคม และการเมือง รวมถึง ระบบความเท่าเทียมทางสุขภาพในภาพรวมในหลักสูตร ตลอดจนหาทางผลิต ทันตบุคลากรประเภทอื่นที่สามารถทำงานดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมของ ระบบสุขภาพ

สำหรับ การประชุม 29th Annual Scientific Meeting International Association for Dental Research ซึ่งจัดต่อจากการประชุม SEAADE 2015 เป็นการประชุมที่เน้นเรื่องงานวิจัยการนำเสนอ การวิจัยใน Field ต่างๆ ของทันตแพทย์ ซึ่งจะมีงาน ประชุมดังกล่าวทุก Region สำหรับในอาเซียนจัด ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 29 แล้ว สำหรับ Theme งานใน ปีนี้ คือ 'Improving quality of life through dental research' งานนี้ดูคึกคักกว่าเพราะมีผู้เข้าร่วมและ มานำเสนองานวิจัยมากกว่า 500 คน ช่วงเวลาที่น่ารัก คือ ตอนเปิดงานประธาน LOC และประธานSEADDE มาตีฆ้องเปิดงาน (ได้บรรยากาศของการประชุมใน เอเซียดีแท้...อิอิ)

สำหรับหัวข้อการบรรยายที่ถือ เป็นไฮไลท์ของการประชุมครั้งนี้ เช่น Prof. Marc W. Heft ซึ่งเป็น IADR president บรรยาย เรื่อง 'Declines in oral health and functioning with aging: Pervasive but variable' เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับโจทย์วิจัยที่กำลังนิยม ในตอนนี้ ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบัน ทั่วโลกจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางประชากร โดยจะเป็นสังคม ผู้สูงอายุ คนเกิดน้อยลง แต่ตายช้าลง และจากข้อมูลดูเหมือนว่า ผู้หญิงจะมีอายุยืนยาวกว่าผู้ชายมาก ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งนี้ การที่ประชากรโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ เราต้องมีพันธะร่วมกันในการวิจัย โจทย์วิจัยใหม่ๆ เช่น จะให้คนแก่เหล่านั้นอยู่อย่างมีความสุข และมี สุขภาพช่องปากที่ดีได้อย่างไร จะเข้าใจกระบวนการการเสื่อมถอยของอวัยวะต่างๆ ของผู้สูงวัย โรค ทางระบบที่มีผลต่อการดูแลจัดการผู้ป่วยในกลุ่มสูงอายุ ซึ่งถึงแม้ว่า กระบวนการชรา จะเป็นเรื่องกระบวน การทางชีวภาพอย่างปกติ แต่ความชรา ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อปัญหาอนามัยช่องปาก จากหลายสาเหตุ เช่น ปริมาณการหลั่งของน้ำลายที่น้อยลง การรับรสน้อยลง และโรคทางระบบที่พบมากในวัยสูงอายุ

นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว การทำความเข้าใจผู้สูงวัย ซึ่งมีความซับซ้อนในเรื่องต่างๆ การเข้าใจปัจจัยทางจิตวิทยาที่เป็นสาเหตุเชิงพฤติกรรมของผู้สูงอายุ ทำให้ควรสนใจตัวแปร ทางพฤติกรรมศาสตร์มากขึ้นในหลายๆ ตัวแปร เช่น Perceive Need , Attitude , Value, Belief ซึ่งจากปัจจัยทั้งหมดแล้ว ปัจจัยทางชีวสังคมต่างๆ เช่น เศรษฐานะ การดูแลจาก ครอบครัว ก็มีผลต่อสุขภาพช่องปากผู้สูงวัย

เรื่อง minimal intervention dentistry: a patient centered approach to managing caries บรรยายโดย Dr. Hein C Ngo ซึ่งวิทยากรท่านนี้ บรรยายได้อย่างน่าฟัง เนื้อหาดี และมีผู้สนใจเข้าฟัง มาก เหมือนกับที่ท่านเคยมาบรรยายในเมืองไทยในหลายครั้งที่ผ่านมา

ซึ่งนอกจากบรรยากาศการบรรยายในห้อง ประชุมแล้วยังมีการประกวดการนำเสนอผลงานวิจัย ทั้งในรูปแบบการนำเสนอ Oral Presentation และ Poster presentation ซึ่งทุกประเทศต่างมีงานวิจัย ที่น่าสนใจใน Field ต่างๆ มานำเสนออย่างคึกคัก นอกจากนี้แล้วในบริเวณงานยังมีการจัดบูท นิทรรศการ เพื่อแสดงนวตกรรมทางทันตกรรมใหม่ๆ ซึ่งไฮไลท์ของโซนนี้ คงเป็นเครื่อง SIMODENT Dental Trainer เป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับการ เรียนการสอนหัตถการในงานทันตกรรมตอนลองเล่น รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม wii แต่เป็น wii ที่เป็นงาน กรอฟัน มี handpiece และซี่ฟันสามมิติเหมือนจริง ที่เวลาลองกรอแล้วได้ tactile sense เหมือนกรอ enamel, dentin และแน่นอนถ้าทะลุโพลงประสาท ฟันก็จะรู้สึกเหมือนหล่นไปในช่องว่างจริงๆ

ซึ่งนอก จากนี้ก็ยังมีการออกบูธของสถานศึกษาเช่น ของ มหาวิทยาลัย TMDU ซึ่งเอาเสื้อครุยมาให้ลองใส่ เพื่อสัมผัสความเป็นบัณฑิตจาก TMDU ด้วย งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา งานประชุมดีๆ ในบรรยากาศสบายๆ สุดโรแมนติกก็จบด้วยความประทับใจ เจ้าภาพจัดงานได้อย่างดี พิธีเปิด งานเลี้ยงต้อนรับ และพิธีปิด มีความยิ่งใหญ่อลังการ ประทับอยู่ในความทรงจำของแขกร่วมงานทุกคน คราวหน้าเจอกันใหม่ที่เวียดนาม กรุงโฮจิมินท์ ในงาน SEAADE 2016 :)

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com