Column ประจำ
Sponsor

Thai Dental Safety Goal in Practice

โดย : ทญ.น้ำฝน สุขเกษม ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
Tags : Dental safety goal , น้ำฝน สุขเกษม /สถาบันทันตกรรม , คลินิกทันตกรรมคุณภาพ , ental safety gold & guideline 2015

ในราวต้นปี พ.ศ.2558 ทีม Dental Safety Goal ของสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งประกอบไปด้วยทันตแพทย์ประมาณ 7-8 ท่าน โดยมี ทญ.รมณีย์ ขัดเงางาม เป็นหัวหน้าทีมได้เข้ามาร่วมกับทีมของทันตแพทยสภาในการออกประเมินคลินิกทันตกรรมคุณภาพในโครงการ Dental Safety Goal and Guidelines ที่เริ่มมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว โดยมีคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากทันตแพทยสภาเป็นผู้ตั้งเกณฑ์และมาตรฐานต่างๆ ไว้แล้วโดยเน้นความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในงานบริการทางทันตกรรม ซึ่งเกณฑ์และมาตรฐานต่างๆ ที่นำมาใช้ในการประเมินในครั้งนี้ได้ผ่านการกลั่นกรองและปรับเปลี่ยนไปหลายครั้งเพื่อความเหมาะสมตามบริบทของแต่ละสถานที่

หน้าที่ของผู้ประเมินต้องทำความเข้าใจกับมาตรฐานต่างๆ ในแต่ละข้อที่กำหนดไว้ระดับหนึ่ง งานที่ได้รับมอบหมายคือ การประเมินมาตรฐานงาน Infection Control จากประสบการณ์เดิมที่เคยรับการประเมินHospital Accreditation (HA) สมัยทำงานในโรงพยาบาลพบว่างาน Infection Control ซึ่งดูแลโดย ICN (Infection Control Nurse) หรือพยาบาลที่ดูแลเรื่องการติดเชื้อในโรงพยาบาล จะเน้นการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคและเชื้อในโรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ กับอีกจุดหนึ่งที่เน้นคือ หน่วยจ่ายกลางซึ่งมีมาตรฐานที่ชัดเจน โดยจะให้ความสำคัญกับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทำลาย/ทำให้ปราศจากเชื้อในเครื่องมือมาก ที่ผ่านมาจึงพบว่าในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่ผ่าน HA กลุ่มงานทันตกรรมจะได้รับคำแนะนำให้ส่งเครื่องมือไปผ่านกระบวนการทำลาย/ทำให้ปราศจากเชื้อที่หน่วยจ่ายกลาง หรือปรับปรุงห้องทันตกรรมในส่วนของ supply เสียใหม่ เพื่อให้ได้มาตรฐานเป็นไปตามหน่วยจ่ายกลางใหญ่ของโรงพยาบาล ทำให้บางครั้งผู้ปฏิบัติประสบปัญหาในการบริหารจัดการเนื่องจากข้อจำกัดในด้านสถานที่ พื้นที่ บุคลากร และงบประมาณ เหตุผลอันหนึ่งอาจเพราะทีมประเมิน HA ในอดีตส่วนใหญ่ไม่มีทันตแพทย์จึงเน้นงานป้องกันเชิงระบบและอาจไม่ได้มุ่งเน้นเทคนิควิธีการป้องกันหรือลดการปนเปื้อนในจุดปฏิบัติงาน ได้แก่ ยูนิตทันตกรรม แลบฟันปลอม หรือ ห้องเอกซเรย์ เป็นต้น ดังนั้นการมี Dental Safety Goal and Guidelines ในส่วนของงาน Infection Control จึงถือเป็นแนวทางและมาตรฐานขององค์กรวิชาชีพที่จะสามารถนำมาเสริมการประเมิน HA ในงาน Infection Control ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทการรักษาทางทันตกรรม

ขอแสดงความชื่นชมโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่ร่วมโครงการนี้ ท่านได้พิสูจน์ให้เห็นตามคติพจน์ที่ว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ในการทำงานในประสบความสำเร็จ พระพุทธเจ้าท่านให้ทำงานด้วยความรัก นั่นคืออาศัยหลัก "อิทธิบาท 4" คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสะ และองค์ประกอบของความสำเร็จอย่างหนึ่งคือการทำงานเป็นทีม ซึ่งหลายครั้งต้องอาศัยการคิดบวกของคนในทีมด้วย ปัญหาและอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจอ แต่เครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกคนมีคือ "ใจ" แม้ว่าบางคนมีมากน้อยต่างกัน แต่ถ้าทีมมีเป้าหมายเดียวกันแล้ว อาศัยความคิดบวกซึ่งเป็นพลังด้านบวกของใจ ที่มากพอจะสามารถเอาชนะพลังด้านลบ ได้แก่ ความท้อแท้ เบื่อหน่าย เหล่านี้ได้ และผลสำเร็จนั้นก็จะสะท้อนกลับมายังทีม ไม่ว่าจะเป็นความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจกัน ท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ได้ขึ้นกับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นทีมหรือองค์กรที่มีหลักและแนวทางในการปฏิบัติตามกันมา อย่างไรก็ตามบุคคลสำคัญที่มีส่วนในความสำเร็จนี้คือ ผู้บริหาร ที่จะต้องเล็งเห็นถึงประโยชน์และคุณค่าของงานบริการทันตกรรมที่มีมาตรฐานและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงด้วย

สำหรับ Dental Safety Goal and Guidelines ยังมีอีกหลายจุดที่มาตรฐานยังไม่เข้าไปถึง โดยเฉพาะในส่วนของตัวผู้ปฏิบัติงาน เช่นความปลอดภัยจากรังสีเอกซเรย์ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับ ความปลอดภัยจากสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่นแสง เสียง และมลพิษทางอากาศ และมีบางจุดที่พบว่าการปฏิบัติยังมีปัญหาและข้อจำกัดค่อนข้างมาก เช่น การให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการรับทราบแผนการรักษา และความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา ซึ่งพบว่าการสื่อสารจะเป็นส่วนที่มีปัญหาค่อนข้างมาก ทั้งนี้ทันตแพทย์แต่ละท่านและผู้ป่วยแต่ละคนก็มีทักษะในการสื่อสารต่างกัน และยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลเช่น Chair time และ Patient load เป็นต้น ซึ่งการจัดอบรมให้ความรู้แนะนำเทคนิคต่างๆ หรือการจัดอภิปรายโดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนที่มีความหลากหลาย มาร่วมปรึกษาหารือในการพัฒนามาตรฐานให้เหมาะสมและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ที่กว้างขวางต่อไป

นอกจากนี้ในส่วนการขยายขอบเขตของกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมประเภทของสถานบริการมากขึ้นเป็นคลินิกเอกชนและรพ.สต. หรือ ชื่อเดิมคือสถานีอนามัย ซึ่งหลายแห่งยังข้อจำกัดหลายประการในแง่ของทรัพยากร เป็นต้น อาจเป็นประเด็นที่ต้องมีการขยายผลต่อไปในอนาคตเช่นกัน

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com