Column ประจำ
Sponsor

ฝ่ายทันตกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพ มุ่งเป้าสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและวิชาการ...ผสมผสานงานรักษา

โดย : R Lee.
Tags : ทันตกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพ , Center of Excellence , ศูนย์ความเป็นเลิศ

หลายหน่วยงานทางการแพทย์มีความสนใจจะพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะเป็น “ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence)” หรือ COE เพราะต้องการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ในรูปแบบการบริการที่ครบวงจร โดยมีคุณภาพมาตรฐาน และเทคโนโลยีชั้นสูงที่ทันสมัย อีกทั้งยังผสมผสานองค์ความรู้ด้านต่างๆ รวมถึงการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้ทันกระแสโลกไร้พรมแดน

ในวงการทันตกรรมของเราเองก็ไม่ได้มีเพียงคณะทันตแพทยศาสตร์ หรือโรงพยาบาลรัฐที่มุ่งมั่นจะพัฒนาตนเองให้สู่จุดนั้น เพราะในภาคเอกชน ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ จากการนำของผู้บริหารยุคใหม่ ทันตแพทย์หญิงวลัยลักษณ์ เกียรติธนากร (ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพและเครือข่าย) และ ผศ.ทญ.วีระพร วีระประวัติ (ผู้อำนวยการศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ) ได้ก้าวนำทำให้ถึงจุดนั้นแล้ว

 

อากาศดีหลังปีใหม่ เราจึงถือโอกาสไปเยี่ยมเยียนอาคารทันตกรรม ใหญ่โต ทันสมัยริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่กัน เมื่อผ่านประตูกระจกสไลด์อัตโนมัติเข้าไป เรารู้สึกได้ถีงบรรยากาศโอ่โถงราวกับห้างสรรพสินค้า ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 2 พบพนักงานต้อนรับสาวสวย อัธยาศัยดี กระซิบด้วยเสียงอ่อนหวานว่า ท่านผู้อำนวยการอาวุโสได้รอพบอยู่แล้ว สำหรับผู้บริหารท่านแรกที่เราได้พบคือ อาจารย์วลัยลักษณ์ เกียรติธนากร (ที่เรียกกันติดปากว่าหมอเอ) หลังจากได้มีปฏิสันถารวาจาแล้ว เราก็ไม่รอช้าเริ่มยิงคำถามกันในทันที

สวัสดีปีใหม่ครับ อาจารย์เอ ขอทราบความเป็นมาของ Center of Excellence
ที่ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพหน่อยครับ

อ.วลัยลักษณ์

สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ เราเริ่มจาก Road Map ของ Bangkok Dusit Medical Services (BDMS) ปี 2011 ที่จะเริ่มพัฒนางานทางด้านสุขภาพให้เป็น 4G ซึ่งประกอบด้วย Good Doctors, Good Nurses, Good Services และ Good Technology โดยตั้งเป้าให้งานทางด้านสุขภาพของเครือ BDMS เป็น Top 3 ในระดับ Asian Pacific ให้ได้ และจะเพิ่มการ Affiliation กับ สถาบันชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อให้ได้มาตรฐานระดับโลก ซึ่งจะปรับจาก Good to Great โดยการพัฒนาเป็น Excellence Culture ในหน่วยงานที่มุ่งเน้น ซึ่งศูนย์ทันตกรรม ก็ได้รับเลือกให้เป็น Center of Excellence เช่นกันค่ะ

รูปแบบของ Center of Excellence นี้จะต่างไปจากเดิมอย่างไรครับ

อ.วลัยลักษณ์

เราจะเน้นพัฒนาในงาน 3 ด้าน คือ Services, Training และ Research อีกทั้งจะพัฒนาศูนย์ทันตกรรมอีก 9 แห่งของโรงพยาบาลในเครือข่าย ให้เติบโตเฉพาะด้านไปพร้อมๆ กัน เพราะจะช่วยในเรื่องการส่งต่อในเครือข่าย และสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยเฉพาะคนต่างชาติที่มารับการรักษาทางทันตกรรม จะสามารถท่องเที่ยวไปตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย และยังได้รับการรักษาทางทันตกรรมตามเครือข่ายทั้ง 9 แห่ง ในมาตรฐานเดียวกัน ตอบสนองนโยบาย Medical Tourism ของรัฐบาลค่ะ

สิ่งแรกที่จะดำเนินการคือ การ Training ในเบื้องต้นนี้เราจะเน้นในเรื่องการอบรมทันตแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในการพัฒนาเป็น COE โดยเลือกเรื่อง งานทันตกรรมรากเทียม เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และ พัฒนาองค์ความรู้เป็นระยะ และในอนาคตนี้จะเริ่มงาน Training ในระดับ International โดยจะร่วมมือกับ OHSU (Oregon Health Science University, USA) เพื่อพัฒนาและฝึกอบรมงานทางด้าน Digital Dentistry ที่กำลังจะเติบโตด้วยค่ะ

“สุดติ่งกระดิ่งแมวจริงจริ๊ง” เสียงในใจเราตอบต่อแนวความคิดแสนก้าวหน้าของภาคเอกชนแห่งนี้ ที่มองกันไปไกลระดับนานาชาติแล้ว คำถามในสมองเลยมีออกมาอย่างต่อเนื่องไม่รอช้า เรากล่าวลา อ.วลัยลักษณ์ เพื่อขอตัวไปหาผู้บริหารอีกท่านหนึ่งที่เป็นแนวร่วมทางความคิดนี้ เราเดินไปตามโถงห้องทำงานของเหล่าผู้บริหาร แล้วมาหยุดตรงหน้าประตู ที่มีป้ายชื่อ ผศ.ทญ.วีระพร วีระประวัติ ผู้อำนวยการศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ แขวนอยู่ เคาะประตูเพียงครั้งเดียว “เชิญค่ะ” เสียงใสเชื้อเชิญแว่วออกมาจากในห้อง เลยถือโอกาสเข้าไปข้างใน ก็พบ อ.วีระพร (ที่ใครๆ ต่างเรียกกันว่า หมอวี) นั่งรออยู่แล้ว

“คุณสมบัติของหมอที่อยากมาร่วมทำงานในศูนย์ความเป็นเลิศทางทันตกรรมแห่งนี้ มีอะไรบ้าง?” คำถามแรกที่นึกออกมาเพื่อตัวเอง เผื่อเราจะได้มีโอกาสเป็นเลิศกับเขาบ้าง

อ.วีระพร

เราอยากได้ทันตแพทย์ที่รู้จักการทำงานเป็นทีม รู้เขา รู้เรา ในโอกาสที่รู้ว่าเราเก่ง เราชำนาญก็กล้าแสดงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ ในโอกาสที่รู้ว่ามีคนที่เก่งกว่า ทำได้ดีกว่าก็พร้อมปรึกษาหรือส่งต่อ เพราะเชื่อว่าทุกๆ คนมีศักยภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่มีใครเก่งหรือไม่เก่งในทุกด้าน แต่ต้องรู้จักนำมาใช้ให้ถูกเวลา และโอกาส โดยรู้จักที่จะประสานทำงานเป็นทีมไปกับคนอื่นๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ค่ะ ที่มองว่าการทำงานเป็นทีมนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะที่นี่เราจะเน้นให้การรักษาผู้ป่วยแบบองค์รวมทั้งหมด โดยผู้ป่วยจะได้รับการรักษาโดยผู้ชำนาญแต่ละด้าน เราไม่มองเฉพาะการแก้ปัญหาของฟันซี่นั้น แต่จะมองในภาพรวมประกอบ ให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ร่วมกับสุขภาพด้านอื่นๆ เพราะเรามีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขา ที่พร้อมให้คำปรึกษาในเวลาเดียวกัน และไม่ใช่เฉพาะทีมทันตแพทย์ แต่การที่เราเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทีมของเราจึงหมายรวมถึงทีมแพทย์ทุกสาขา และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้านอื่นๆ ที่มีความชำนาญพร้อมให้คำปรึกษาและให้การรักษาดูแลผู้ป่วยร่วมกันตลอดเวลาด้วย

ผู้ป่วยจะได้อะไรจากการเป็น COE บ้างครับ

อ.วีระพร

COE ประกอบไปด้วย 3 ส่วนใหญ่ค่ะ คือ การบริการให้การรักษาทางคลินิก การให้ความรู้และฝึกอบรมทางวิชาการ และการวิจัย ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ สามารถ ส่งเสริมศักยภาพกันและกัน โดยที่ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ เฉพาะสำนักงานใหญ่ก็มีทันตแพทย์ มากกว่า 100 ท่าน แต่ละท่านมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับในวงการทันตกรรม และถ้าขยายกว้างเป็นเครือข่าย BDMS ที่มีโรงพยาบาลต่างๆ เกือบ 50 โรงพยาบาล ซึ่งรวมทันตแพทย์ในเครือข่ายเราประมาณ 1,000 คน ต้องนับว่าเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มาก ไม่ใช่เฉพาะทันตกรรม แต่เรามี แพทย์หลากหลายสาขา พยาบาล เภสัช และบุคลากรทางการแพทย์สาขาอื่นๆ รวมทั้ง อุปกรณ์ เครื่องมือที่ทันสมัย พวกเราทำงานเป็นทีมด้วยกัน ในภูมิภาคเอเชียก็เห็นจะมีเครือโรงพยาบาลของประเทศอินเดีย และมาเลเซีย ที่ใหญ่เทียบเคียงกับเราได้

ขณะนี้เหมือนเรากำลังต่อภาพจิ๊กซอว์ทีละส่วน และถ้าภาพเหล่านั้นได้มารวมกันเป็นภาพใหญ่ได้สมบูรณ์ เราจะให้บริการทางคลินิกที่ครบวงจร ให้การรักษาทางทันตกรรมได้ในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเรียบง่ายหรือซับซ้อน มีหน่วยงานฝึกอบรมที่มีมาตรฐานและสร้างงานวิจัยที่มีคุณค่า ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในที่เดียวกัน เราจะไม่ใช่แค่สถานที่ให้การรักษาทางทันตกรรม แต่เราจะเป็นสถาบันทางทันตกรรมที่ให้การรักษาผู้ป่วยแบบครบวงจรมากที่สุด มีหน่วยงานฝึกอบรมที่ช่วยสร้างมาตรฐานให้กับวงการทันตแพทย์ รวมทั้งงานวิจัยที่จะสร้างความรู้ใหม่ต่อไป ถ้าเราทำได้ ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยที่ได้ประโยชน์ แต่ทุกๆ คนจะได้ประโยชน์ร่วมกันค่ะ

ได้ฟังคำตอบแล้วเราเข้าใจชัดเจนมากและเห็นเป็นภาพกว้างขึ้น แต่ก็แอบมีข้อสงสัยในเรื่องการฝึกอบรมทันตแพทย์เล็กน้อย ว่ารูปแบบมันจะเป็นยังไง จะต่างจากการสอนในคณะทันตแพทยศาสตร์ต่างๆ ที่มีอยู่หรือไม่ คำถามส่วนนี้เราเก็บไว้ถามผู้บริหารท่านสุดท้ายของเรา ผศ.รท.ทพ.ชัชชัย คุณาวิศรุต (ที่ใครๆ เรียนกันติดปากว่า อาจารย์จุ๊บ) เพราะท่านเป็นที่ปรึกษาในส่วน Training ของศูนย์ฯ

รูปแบบเรื่องการฝึกอบรมทันตแพทย์เล็กเป็นอย่างไร จะต่างจากการสอนในคณะทันตแพทยศาสตร์ต่างๆ ที่มีอยู่หรือไม่

อ.ชัชชัย

เล่าให้ฟังว่าปัจจุบันมีงานประชุมวิชาการที่จัดโดยชมรม สมาคม หรือแม้แต่บริษัทเอกชนต่างๆ มากมาย โดยมุ่งเน้นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับทันตแพทย์ โดยงานประชุมที่ผ่านๆ มา มักจัดเป็นครั้งคราว หรือปีละหนึ่งครั้ง สองครั้ง และมักขาดความต่อเนื่อง โดยหากทันตแพทย์ต้องการได้รับความรู้อย่างเป็นระบบ ก็มักจำเป็นต้องเข้าศึกษาต่อตามหลักสูตรต่างๆ เช่นประกาศนียบัตร วุฒิบัตร หรือปริญญาโท ตามคณะทันตแพทยศาสตร์ต่างๆ ซึ่งทำให้ต้องพักจากการทำงาน เพื่อมาเข้าศึกษาต่อ

ดังนั้น การเรียนการสอน ของศูนย์ๆ จึงเข้ามาเติมเต็มส่วนนี้ โดยมุ่งเน้นการเรียนที่เป็นระบบ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก ระบบการจัดการจะเป็นระบบ Module ตั้งแต่การปูพื้นฐาน จนถึงขั้น advance โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนทั้งหมด หรือเฉพาะในส่วนที่ตนเองสนใจก็ได้ ศูนย์ฯ จะจัดการวางระบบให้มีปฏิทินการเรียนล่วงหน้า เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง หรือเลือกเรียนทั้งหมดก็ได้ ให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจและสามารถนำไปใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงการเรียนการสอนในสาขาทันตกรรมรากเทียมเท่านั้น แต่การเรียนการสอนในสาขาอื่นๆ ก็จะจัดขึ้นในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ยังจะจัดให้มีการเรียนการสอนในระบบออนไลน์ ในกรณีที่ผู้สนใจ ไม่สามารถเข้ามาเรียนในชั้นเรียนได้ นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนที่ Dental institute แห่งนี้ ให้ผู้เข้าเรียนได้รับข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ

ในฐานะที่อาจารย์เรียนและใช้ชีวิตการทำงานในต่างประเทศมานาน แล้วยังไปศึกษาดูงานอยู่ปีละหลายๆครั้ง อาจารย์มองอนาคตของศูนย์ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างครับ

อ.ชัชชัย

ผมมองว่าศูนย์แห่งนี้จะเป็น hub ของการเรียนการสอนที่ทันสมัยในเอเซีย ระบบการเรียนการสอนนอกจากเพื่อทันตแพทย์ไทยแล้ว ทันตแพทย์ต่างชาติในประเทศใกล้เคียง ก็เป็นอีกจุดมุ่งหมายหนึ่งของเราด้วย เพราะด้วยระบบการจัดการที่ทันสมัย และคล่องตัว รวมถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน

ความแตกต่างจากศูนย์การเรียนการสอนนี้จากต่างประเทศคือ เราพยายามตอบโจทย์ของคนไข้ในแถบเอเซีย ความต้องการการรักษาทางทันตกรรมของคนไข้ในแถบเอเซีย มีความแตกต่างจากคนไข้จากทวีปยุโรป หรืออเมริกา ด้วยลักษณะทางกายวิภาคที่ไม่เหมือนกัน ขนบธรรมเนียม ประเพณี และความชอบที่ไม่เหมือนกัน ทำให้การมุ่งเน้นให้ความรู้เพื่อให้การรักษาคนไข้ในแถบเอเซียมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ถึงแม้การเรียนการสอนของเรานี้จะมีการเชิญวิทยากรระดับโลกจากยุโรป หรืออเมริกามาร่วมสอน เพื่อเป็นการนำเสนอเทคโนโลยี หรือวิชาการใหม่ๆ แต่วิทยากรในประเทศไทย หรือประเทศใกล้เคียงที่มีความรู้ และประสบการณ์สูงๆ ในสาขาที่เชี่ยวชาญ ก็จะเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ที่เหมาะกับผู้ป่วยในแถบนี้ด้วยครับ

ศูนย์แห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นศูนย์การเรียนการสอนเท่านั้น แต่ยังจะเป็นศูนย์พี่เลี้ยงให้กับผู้เข้าเรียนทุกท่านสามารถส่งคำถาม หรือปัญหาที่พบ โดยวิทยากรผู้สอนจะเป็นผู้ช่วยตอบปัญหา และช่วยแนะนำแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมถูกต้อง หรือแม้แต่เป็นสถานที่รับผู้ป่วยที่มีแผนการรักษา หรือวิธีการรักษาที่ซับซ้อน โดยสามารถให้ทันตแพทย์ที่ส่งต่อ สามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ด้วยครับ

กว่าสี่ชั่วโมงที่เราได้มาเยือนศูนย์ทันตกรรมแห่งนี้ พร้อมกับคำตอบที่ได้รับอย่างแจ่มแจ้งในทุกข้อ เราก้าวเดินออกจากศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพด้วยความอิ่มใจกับการรู้ถึงการก้าวพัฒนาและความคิดของศูนย์ฯ และดีใจที่ทราบว่าประเทศไทยเราจะมีศูนย์การบริการทางทันตกรรมที่เป็นเลิศระดับนานาชาติ เพิ่มขึ้นอีกที่หนึ่ง

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com