Column ประจำ
Sponsor

40 ปี ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดย : ผศ.ทพ.พิริยะ เชิดสถิรกุล
Tags : ม.ช. , เชียงใหม่ , ทันตแพทย์

ภาพประกอบ โดย ทญ.สิริพร พัฒนวาณิชชัย
และหน่วยโสตทัศนศึกษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

การจัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งเป็นคณะในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2515 โดยนับเป็นคณะลำดับที่ 9 ของร่มแดนช้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินการของ อ.ทพญ.ถาวร อนุมานราชธน คณบดีท่านแรก บนถนนสุเทพฝั่งตรงข้ามวัดสวนดอกซึ่งเป็นวัดประจำของเจ้านายฝ่ายเหนือ

จวบจนปัจจุบันปี พ.ศ. 2555 แม้ว่าพื้นที่บนถนนสุเทพจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย แต่พื้นที่ภายในสถาบันแห่งนี้ยังคงเป็นพื้นที่สีเขียวที่ยังคงความงดงามและส่งเสริมการเรียนการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ต้นจามจุรีใหญ่สามต้นที่เกาะเกี่ยวกันอยู่บริเวณสนามกลางคณะทันตแพทยศาสตร์ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ใครๆ ล้วนแต่จดจำได้ ด้วยกิ่งก้านสาขาที่แผ่ให้ความร่มเย็นในพื้นที่กว่า 2000 ตารางเมตร และเป็นไม้ใหญ่ที่สร้างความร่มกายเย็นใจแก่ทุกคนที่ได้มาเยือน จนได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดต้นไม้ใหญ่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ประจำปี 2552

ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ด้านสถานที่ของสถาบันนี้แล้ว ยังมีขอบเขตด้านหลังคณะทันตแพทยศาสตร์ที่ปิดล้อมด้วยแนวคันดินโบราณที่บอกขอบเขตของเวียงสวนดอกของอาณาจักรล้านนาในอดีต ที่ด้านนอกเป็นคูน้ำช่วยป้องกันข้าศึกที่เข้ามาโจมตี และเป็นส่วนที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก จึงถูกพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงนับได้ว่าคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นแหล่งการศึกษาที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

จากวันที่ก่อตั้งสถาบันแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบันซึ่งมีการบริหารโดย รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ คณบดีท่านที่ 7 ของสถาบันแห่งนี้ การเติบโตขององค์กรแห่งหนึ่งมาถึงปีที่ 40 นับเป็นเวลาที่ยาวนาน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงชีวิตของคน หลายคนกล่าวว่าในปีที่ 40 ของคนเรานั้น แท้จริงเป็นการเริ่มต้น ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นความยั่งยืนต่อไปในอนาคต เฉกเช่น 40 ปีของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่นับเป็นการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงสู่ทศวรรษที่ 5 ที่เปี่ยมไปด้วยพันธกิจต่างๆ มากมาย

การเรียกร้องของประชาชนชาวเชียงใหม่ทำให้เกิดมหาวิทยาลัยแห่งนี้บนพื้นที่ลุ่มน้ำปิง เชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เช่นเดียวกับคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับต่อการผลิตทันตแพทย์สำหรับชาวเชียงใหม่และภาคเหนือในขณะนั้น โดยเริ่มต้นจากนักศึกษาทันตแพทย์ 2 คน และเพิ่มจำนวนการผลิตตามความต้องการจนมีจำนวนรับนักศึกษาเป็น 80 คนต่อปีในเวลาต่อมา จนปัจจุบันนอกเหนือการผลิตทันตแพทย์ข้างต้น ยังมีการรับนักศึกษาภายใต้โครงการผลิตทันตแพทย์เพิ่มเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทันตแพทย์ในระบบสาธารณสุข ทำให้บัณฑิตทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้มีจำนวนถึง 110 คนในแต่ละปี นับเป็นสถาบันที่มีการผลิตปริมาณทันตแพทย์เพื่อรับใช้สังคมและประชาชนสูงเป็นอันดับสองของประเทศไทย

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของทันตแพทย์ หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตฉบับปัจจุบัน ที่ปรับปรุงและเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2553 นอกจากบรรจุเนื้อหาทักษะพื้นฐานทางทันตแพทย์แล้ว ยังเพิ่มเติมความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ความรู้และทักษะทางทันตกรรมรากเทียม การจัดการในผู้ป่วยสูงอายุ เป็นต้น โดยจัดสรรวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการและคลินิกให้ครบจำนวน เพื่อพัฒนาทักษะในการปฏิบัติงานของบัณฑิตทันตแพทย์

จากวิสัยทัศน์ของคณะทันตแพทยศาสตร์ที่มุ่งเป็น “สถาบันแห่งความเป็นเลิศที่คำนึงถึงชุมชนและสังคม” ทำให้หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตแห่งนี้จึงเน้นที่จะสร้างทันตแพทย์ที่เข้าใจถึงปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาทันตสุขภาพของชุมชน เพื่อยกมาตรฐานทางทันตสุขภาพให้กับชุมชนห่างไกลให้ดีขึ้น จนได้ชื่อว่าเป็นหลักสูตรที่มีการพัฒนาบัณฑิตทันตแพทย์เพื่อรองรับต่อการปฏิบัติงานในชุมชนที่ดีแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันจึงมีทันตแพทย์ที่ผลิตจากร่มแดนช้างแห่งนี้ยังคงปฏิบัติงานในโรงพยาบาลต่างๆ ของรัฐอยู่มากมายทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดเฉพาะเขตภาคเหนือเฉกเช่นในอดีต

แนวคิดการเป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้ตลอดเวลา ทำให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สนับสนุนการทำกิจกรรมของนักศึกษาทั้งในระดับคณะและมหาวิทยาลัย ดังจะเห็นได้ว่ากิจกรรมที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นตั้งแต่ย่างก้าวแรกของการเป็นลูกช้าง ลูก ม.ช. ทั้งการต้อนรับน้องรถไฟ การรับน้องเดินขึ้นดอยเพื่อนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่น้องใหม่ที่ได้เข้ามาอยู่ในสถาบันแห่งนี้

คณะทันตแพทยศาสตร์แห่งนี้มีนโยบายสนับสนุนการจัดกิจกรรมของนักศึกษา โดยนอกเหนือจากกิจกรรม Dent Camp ที่เปิดค่ายการเรียนรู้ทันตแพทยศาสตร์ให้กับเยาวชนที่สนใจเข้าศึกษาต่อ ยังมีกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน “ ฟันสวย ยิ้มใส ” ที่จัดต่อเนื่องมากว่า 20 ปี ทั้งนี้ส่วนหอพักนักศึกษาทันตแพทย์ซึ่งมีที่ตั้งอยู่เพียงระยะ 100 เมตรจากพื้นที่การศึกษาทำให้เอื้อต่อการเรียนรู้ด้านวิชาการควบคู่การทำกิจกรรม โดยหอพักนักศึกษานั้นอยู่รวมกลุ่มในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่นๆ ทั้งแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งปลายปี พ.ศ.2555 หอพักนักศึกษาทันตแพทย์สูง 4 ชั้นในอดีตจะกลายเป็นหอพักทันสมัยสูง 8 ชั้นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นับได้ว่าการเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงไม่เพียงการเรียนรู้ผ่านตำรา แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านชีวิตที่ทำให้ศิษย์ของสถาบันแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำในรั้วสีม่วงของสถาบัน

จากอดีตซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนแต่ในระดับปริญญาตรี ปัจจุบันคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีการเปิดหลักสูตรหลังปริญญาหลายหลักสูตรในระดับต่างๆ ที่รองรับต่อทันตแพทย์ที่ต้องการเพิ่มทักษะทางด้านคลินิก ทั้งหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ปริญญาโท ในสาขาต่างๆ 9 สาขาวิชา โดยนอกจากเปิดสอนหลักสูตรวิชาทั่วๆ ไปแล้วนั้น ยังเพิ่มหลักสูตรที่มีความแปลกใหม่และตรงต่อความต้องการของทันตแพทย์ในปัจจุบัน เช่น ทันตกรรมบูรณะซึ่งผนวกงานด้านทันตกรรมหัตถการ ทันตกรรมความสวยงาม ครอบฟันและสะพานฟันติดแน่นเข้าด้วยกัน รวมถึงหลักสูตรทันตกรรมรากเทียม หลักสูตรล่าสุดที่เกิดจากความร่วมมือของสาขาต่างๆ โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศด้านทันตกรรมรากเทียมเป็นแหล่งฝึกอบรมแก่ทันตแพทย์ที่สนใจงานรากเทียม ให้มีโอกาสเรียนรู้ฝึกอบรมอย่างเป็นระบบทั้งในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ปริญญาโท และปริญญาเอก ตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 ที่จะถึงนี้

นับแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดตั้งหน่วยงานโรงพยาบาลทันตกรรมขึ้น ภายใต้โครงสร้างทางกายภาพของโรงพยาบาลที่ประกอบไปด้วยพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน ศูนย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ห้องผ่าตัดใหญ่ภายใต้การวางยาสลบ และหอพักฟื้นของผู้ป่วย โดยมีอาจารย์แพทย์ ทันตแพทย์ที่มีความชำนาญให้การดูแล ทำให้ปัจจุบันโรงพยาบาลทันตกรรมจึงเป็นสถานที่หนึ่งที่ใช้ในการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาในหลักสูตรวุฒิบัตร เปิดโอกาสให้ทันตแพทย์ได้เพิ่มทักษะพัฒนาความสามารถได้อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันมีหลักสูตรวุฒิบัตรที่รับรองโดยราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยที่ดำเนินการอยู่ 4 หลักสูตรด้วยกันคือ ทันตกรรมจัดฟัน ปริทันตวิทยา ทันตกรรมทั่วไป และ ศัลยศาสตร์และแมกซิลโลเฟเชียล

และในทศวรรษที่ 5 ของสถาบันแห่งนี้ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาหลักสูตรต่างๆ เข้าสู่ระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันนอกเหนือจากหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตที่มีทั้งหลักสูตรปกติและหลักสูตรนานาชาติแล้ว จะมีการเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติในระดับปริญญาโท สาขาวิชาทันตกรรมจัดฟัน ซึ่งจะเป็นการเดินหน้าเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถของทันตแพทย์และสถาบันเข้าสู่ความเป็นสากลในอนาคตอันใกล้

จากผู้ป่วยที่เข้ารับบริการผ่านการเรียนการสอนราว 100,000 คนต่อปี ซึ่งพื้นที่บริการยังไม่เพียงพอที่จะรองรับต่อความต้องการรับบริการของประชาชน ปัจจุบันคณะทันตแพทยศาสตร์ได้เปิดพื้นที่คลินิกทันตกรรมพิเศษที่ให้บริการโดยอาจารย์ทันตแพทย์และทันตแพทย์เฉพาะทางทำให้สามารถรองรับผู้ป่วยนอกระบบการเรียนการสอนได้อีกราว 55,000 คนต่อปี และมีการเตรียมสร้างอาคารหลังที่ 9 เพื่อรองรับต่อการให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ทั้งนี้เพื่อตอบรับต่อเป้าหมายของสถาบันที่ต้องการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ชุมชน และเข้าร่วมโครงการฟันเทียมและรากเทียมพระราชทานของมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นอกเหนือการให้บริการรักษาแก่ชุมชนนั้น การจัดการศึกษาต่อเนื่องอย่างเป็นประจำทุกปีเป็นพันธกิจหนึ่งของสถาบันแห่งนี้ที่มุ่งเน้นเพิ่มพูนความรู้ให้กับทันตแพทย์และศิษย์เก่ามาโดยตลอด โดยเป็นสถาบันที่มีการจัดการศึกษาต่อเนื่องมากว่า 10 ปี มีอัตราการจัดสูงสุดเป็นอันดับสองของประเทศ และมีทันตแพทย์นับพันคนที่ได้เข้าร่วมการศึกษาต่อเนื่องในแต่ละปี ในวาระ 40 ปีของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงจัดการศึกษาต่อเนื่องใน 3 เรื่อง ระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม 2555 นี้ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความก้าวหน้าเทคโนโลยีทางทันตกรรมเข้าสู่ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงสำหรับทันตแพทย์

และในอนาคตอันใกล้ที่จังหวัดเชียงใหม่จะเริ่มเปิดให้บริการศูนย์ประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ บนพื้นที่หลายร้อยไร่เลียบคลองชลประทาน ทำให้ภูมิลำเนาแห่งนี้จะเป็นทำเลทองแห่งการจัดประชุมนานาชาติ ซึ่งคณะทันตแพทยศาสตร์เตรียมพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมนานาชาติทางทันตแพทยศาสตร์ขนาดใหญ่ เป็นการเปิดทางเข้าสู่ความเป็นสากลในระดับอาเซียนและระดับโลกต่อไป

จากสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช้างชูคบเพลิงที่กำลังก้าวย่างไปข้างหน้า สื่อให้เห็นว่าในก้าวย่างของช้างนั้นจะนำความเจริญก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีคบเพลิงซึ่งเป็นความสว่างไสวแห่งปัญญาและวิชาการ

4 ทศวรรษที่สถาบันแห่งนี้มุ่งมั่นพัฒนาการเรียนการสอนและการให้บริการมาโดยตลอด การก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 5 จึงพร้อมสนับสนุนพัฒนางานวิจัยให้แข็งแกร่งทั้งด้านทันตวัสดุ และชีววิทยาช่องปาก เพื่อสอดรับกับนโยบายของการพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่สู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางและประสานความสัมพันธ์ทางด้านวิจัยและวิชาการกับประเทศต่างๆ เปิดโอกาสให้อาจารย์และนักศึกษาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ดูงานในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศอาทิเช่น ฮ่องกง จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมัน แคนาดา เพื่อมุ่งมั่นจะพัฒนาหลักสูตรการสอน การวิจัย และเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการสมกับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งภาคเหนือที่ก้าวหน้าสู่สากล

40 ปีของการก่อตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงไม่เป็นเพียง 40 ปีแห่งการผลิตบุคลากรทันตแพทย์เพื่อรับใช้สังคมล้านนา ชาวเชียงใหม่ และชาติไทยเท่านั้น หากบัณฑิตนั้นจะต้องมีความรู้ความสามารถ และสามารถพัฒนาตนเองได้ยั่งยืนตามพุทธสุภาษิตของมหาวิทยาลัยที่กล่าวไว้ว่า “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา” หรือความหมายว่า บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน และในทศวรรษที่ 5 ของสถาบันแห่งนี้ จึงเป็นก้าวต่อไปที่พร้อมพัฒนาวิชาชีพและสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยความภาคภูมิใจในเกียรติภูมิของเรา หมอเขี้ยวแห่งมอ.เชิงดอย “ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com