Column ประจำ
Sponsor

Glass Ionomer in Minimal Intervention (MI)

โดย : ทญ.อาวีพรรณ โกวิทย์สมบูรณ์
Tags : GI

ในปัจจุบันนี้ คงต้องยอมรับว่าการอุดฟันด้วยวิธี extension for prevention นั้น ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากกระแสของการเก็บเนื้อฟันธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ดังนั้นการทำ minimal intervention จึงได้เข้ามาอยู่ในกระแสของการบูรณะฟัน ทั้งฟันแท้ และฟันน้ำนม

การนำหลักการ Minimal Intervention มาใช้ในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วยหลักการใหญ่ๆอยู่ 3 ข้อด้วยกัน คือ

  1. Identify การหาตำแหน่งของรอยโรครวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆของผู้ป่วย ให้ได้ตั้งแต่ระยะแรกของการเกิดโรค
  2. Prevent การป้องกันการเกิดโรค โดยการกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆออก พยายามหยุดยั้งการเกิด demineralization และ สนับสนุนให้เกิดการ remineralization ทั้งนี้ รวมถึงการบูรณะรอยผุในระยะเริ่มต้นเพื่อป้องกันการลุกลาม
  3. Restore โดยใช้วิธีที่ invasive น้อยที่สุด รวมถึงการใช้วัสดุบูรณะที่เหมาะสม

ซึ่งการใช้วิธีการดังกล่าวนี้เพื่อปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน จะเกิดประโยชน์หลายประการ เช่น สุขภาพช่องปากโดยรวมของผู้ป่วยจะสะอาดขึ้น ผลการรักษาของทันตแพทย์ดีขึ้น วัสดุบูรณะคงอยู่ได้นานขึ้น และที่สำคัญที่สุด ความสัมพันธ์ระหว่างทันตแพทย์กับผู้ป่วยเป็นไปในทิศทางที่ดี เข้าใกล้กับคำว่า painless dentistry มากขึ้นกว่าการปฏิบัติงานในรูปแบบเดิมๆ

ถ้าจะกล่าวถึงวัสดุที่เป็นตัวเลือกหลักของการทำ minimal intervention คงจะหนีไม่พ้น glass ionomer cement ที่มีความสามารถในการปลดปล่อยฟลูออไรด์ ซึ่งนอกจากจะช่วยยับยั้งรอยผุของซี่ที่ทำการบูรณะไม่ให้ลุกลามแล้ว ยังสามารถช่วยส่งเสริมการเกิด remineralization ของฟันซี่ข้างเคียง ในกรณีที่ผู้ป่วยมีลักษณะรอยผุแบบ class II ในระยะเริ่มต้น ซึ่งนับเป็นคุณสมบัติที่ไม่สามารถหาได้ใน composite หรือ amalgam

การเลือกใช้วัสดุ glass ionomer ในการบูรณะฟัน จะต้องมีการเตรียมฝึกผู้ช่วยทันตแพทย์ที่ช่วยอยู่ข้างเก้าอี้ ให้รู้จักการผสมวัสดุให้เหมาะแก่การใช้งาน ได้แก่

  1. consistency ต้องมีความหนืดพอสมควร ไม่เหลวเกินไปจนติดเครื่องมือ ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถ plug วัสดุเข้าไปใน cavity ได้อย่างแนบสนิท
  2. ระยะเวลาในการผสมต้องไม่มากจนเกินไป เนื่องจากถ้าความเงามัน (glossy) ไม่เหลือแล้ว แสดงว่าการยึดติดด้วยปฏิกิริยา acid-base reaction จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นได้น้อย

ในทัศนะของการทำงานทันตกรรมสำหรับเด็ก การเลือกใช้ glass ionomer มาใช้ในการบูรณะฟัน สามารถใช้ได้ในหลายกรณี ทั้ง class I, class II, class III และจะมีประโยชน์มาก ในกรณีที่ cavity ใหญ่เกินกว่าจะบูรณะด้วย amalgam แต่ผู้ป่วยก็ไม่ให้ความร่วมมือมากพอรวมถึงอาจมีสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี ไม่เหมาะสมที่จะบูรณะด้วย composite ปกติแล้ว ลักษณะดังกล่าวนี้ มักจะจบลงด้วยการทำ stainless steel crown แต่ถ้าเราเลือกนำหลักการ minimal intervention มาใช้ และเลือกวัสดุ glass ionomer มาบูรณะ จากประสบการณ์ของผู้เขียน พบว่า มีความสำเร็จภายหลังการรักษาที่ค่อนข้างสูง และถ้าหากเป็นการบูรณะรอยผุแบบ class II มักจะไม่ค่อยพบว่าฟันซี่ข้างเคียงเกิดการผุ

อย่างไรก็ดี ข้อด้อยหลักๆในการใช้ glass ionomer เพื่อบูรณะฟัน นั่นคือความแข็งแรงของตัววัสดุเอง ที่ไม่สามารถรับแรงบดเคี้ยวได้มากเท่า amalgam หรือ composite resin จากปัจจัยดังกล่าวนี้ หากจะเลือก glass ionomer มาใช้ในการบูรณะฟันแบบ permanent restoration การใช้งานจะจำกัดอยู่ที่การบูรณะฟันน้ำนม หรือฟันแท้ในด้านที่ไม่ได้รับแรงเท่านั้น เนื่องจากมักพบการสึกกร่อนภายหลังการใช้งาน ในกรณีที่ผู้ป่วยมี occlusal load สูงๆ มักจะพบว่าตัววัสดุมีการสึกเตี้ยไปมากกว่าเนื้อฟันธรรมชาติ

ดังนั้น การทำ minimal intervention ด้วย glass ionomer ภายใต้การเลือกเคสที่เหมาะสม จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการบูรณะฟัน ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com