Column ประจำ
Sponsor

ชาหลังถอน... ทำอย่างไรดี?

โดย : ไพศาล กังวลกิจ รพศ. ชลบุรี

ปัญหาอาการชาที่ลิ้นหรือที่ริมฝีปากภายหลังจากการฉีดยาชา เป็นสิ่งที่พบได้แต่พบได้น้อยมากครับ ตัวเลขของอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น พบได้ประมาณ 0.15% และส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในเวลา 6 เดือน นั่นคือส่วนใหญ่จะกลับมาเป็นปกติภายใน 6 เดือน และถ้าภายใน1ปี อาการไม่หายไป ก็มักจะเป็นการชาแบบถาวร ซึ่งมีน้อยมากครับ จากสถิติที่มีการบันทึกไว้คือ 0.008% นั่นคือ ถ้าฉีดยาชาให้กับคนไข้ 100,000 ราย อาจจะเกิดอาการชาได้ประมาณ 150 ราย และจะเกิดอาการชาแบบถาวรได้ประมาณ8 ราย ในชีวิตการเป็นทันตแพทย์ของเราจะมีการฉีดยาชาให้กับคนไข้ถึง 100,000 ครั้งหรือไม่ ถ้าถึงอาจจะมี 8 คนที่มีอาการชาอย่างถาวร แต่สำหรับผมเคยเจอ 2-3 รายครับ และส่วนใหญ่เป็นที่ lingual nerve แต่โชคดีที่หายเอง

มีคนศึกษาเรื่องนี้และได้สรุปไว้ว่าสาเหตุเกิดได้ 2 ประการ ประการแรกเกิดจากเข็มแทงโดนเส้นประสาทโดยตรง (Direct Physical Fascicular Damage) ทำให้เกิดเลือดออกภายในเยื่อหุ้มประสาท และเกิดแผลเป็นภายในเส้นประสาททำให้การส่งกระแสประสาทผ่านไม่ได้ จึงทำให้เกิดการชาในส่วนปลายประสาท อีกสมมติฐานคือ ยาชาที่ใช้อาจมีความเป็นพิษต่อเส้นประสาท (Neurotoxicity) โดยอธิบายจากคนไข้ที่มีอาการชา มักเกิดจากการใช้ยาชาที่ใช้เปอร์เซ็นต์ยาชาสูงๆครับ เช่น Articaine 4% หรือ Prilocaine 4%

เป็นคำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้ บางคนบอกว่า ถ้าโดนเส้นประสาทคนไข้จะรู้สึกเจ็บแปล๊บๆตอนโดน หรือ จะกระตุกคล้ายถูกไฟฟ้าช๊อต เรื่องนี้เขาก็ได้ศึกษาไว้ โดยบอกว่าอาการเจ็บแปล๊บๆ หรือกระตุกนั้นไม่สัมพันธ์กับอาการชาหลังฉีดยาชา สรุปว่าอาการที่ว่านี้ไม่น่าจะเกิดจากเข็มแทงโดนเส้นประสาทโดยตรง

สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องให้ความสนใจและให้เวลากับคนไข้ อธิบายความจริง ไม่ใช่แก้ตัวความจริงตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ตามที่เล่ามาให้คนไข้เข้าใจ ประเด็นเรื่องพิษจากยาชาอาจพอตัดไปได้ เพราะพวกเราไม่ค่อยได้ใช้Articaine4%ส่วนใหญ่จะเป็นการแทงเข็มโดนเส้นประสาทโดยตรง ซึ่งถือว่าเป็น"อุบัติเหตุ"จากการฉีดยาชามากกว่า และจะหายเองได้ใน 6 เดือน มีโอกาสน้อยมากๆที่จะชาตลอดชีวิต บางท่านจะจ่ายยากระตุ้นการหายของเส้นประสาทเช่นพวก VitaminB ก็ได้ หรือจะไม่จ่ายยาอะไรเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจก็แล้วกัน นัดติดตามผลเป็นระยะ ให้คนไข้รู้สึกว่าเราใส่ใจในเรื่องนี้ ผมเชื่อเสมอว่าการแสดงความห่วงใย ดูแลคนไข้อย่างดี ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหมอกับคนไข้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการฟ้องร้องของคนไข้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com