Column ประจำ
Sponsor

มุมมองใหม่ของ "คุณภาพในการรักษาทางทันตกรรม"

โดย : เรื่อง: ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล ภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / ภาพ: ทพ. ณัฐวุฒิ แก้วสุธา

มีการถกเถียงกันเรื่องของคุณภาพในการรักษาทางทันตกรรม ในแวดวงนานาชาติ สมาคมทันตแพทย์อเมริกา (American Dental Association, ADA) ได้ลงบทความสรุปว่า คุณภาพการรักษา ทางทันตกรรมไม่สามารถวัดได้ มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน ไม่น่าจะมีดัชนีหรือตัวชี้วัดใดๆ มาวัดได้อย่างเหมาะสม National Quality Measures Clearinghouse ของสหรัฐอเมริกาได้กำหนด ดัชนีประเมินคุณภาพงานบริการสุขภาพต่างๆ รวมทั้งงานทันตกรรม พบว่ามีเพียง 3 ตัวชี้วัดเท่านั้นที่ระบุถึงเรื่องคุณภาพในการรักษาทาง ทันตกรรม ได้แก่

 

ทั้งนี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องทำให้ได้ทั้งหมด แต่ถ้า ทันตแพทย์ใดทำได้ใกล้เคียงแสดงว่า มีคุณภาพในการรักษามาก ดัชนีทั้ง 3 ตัวนี้ แสดงถึงความพยายามในการกำหนด คุณภาพของ การรักษาทางทันตกรรมที่อิงกับผลลัพธ์เบื้องต้นของการรักษา โดย ไม่คำนึงถึงกระบวนการรักษาในแต่ละขั้นตอนว่าถูกต้องหรือไม่

จากเดิมที่เราจะวัดหรือประเมินคุณภาพจาก กระบวนการ รักษาว่าทำได้ถูกต้องตามขั้นตอนและวิธีการหรือไม่เพียงใด หรือ ประเมินผลลัพธ์ของการรักษาว่าสำเร็จมากน้อยแค่ไหนนั้น ในสห ราชอาณาจักรได้นำเสนอมุมมองใหม่ ที่ไม่เน้นทั้งกระบวนการหรือ ผลลัพธ์การรักษาที่ให้แก่ฟันแต่ละซี่ แต่ไปเน้นที่การรักษา “โรคฟัน” (Dental Disease) ให้แก่ผู้ป่วยแทน โดยเรียกระบบนี้ว่า Dental Quality and Outcomes Framework (DQOF) การรักษาโรคฟันให้แก่ผู้ป่วย หมายถึง จะรักษาโรคฟันให้ผู้ป่วย ที่เป็นมนุษย์ เป็นคนทั้งคน ไม่ใช่มองเฉพาะซี่ฟันของผู้ป่วย การมอง แบบนี้จะทำให้ทันตแพทย์จะพยายามรักษาโรคฟัน

ที่คนๆ นั้นเป็น ไม่ได้รักษาเฉพาะซี่ฟันที่เป็นโรคเท่านั้น ดังนั้น DQOF จะวัดและประเมินผู้ป่วยเป็นรายบุคคล (ไม่ได้ ประเมินเป็นรายซี่ฟัน) ผู้ป่วยแต่ละคนเมื่อมาพบทันตแพทย์เนื่องจาก โรคฟันผุหรือโรคปริทันต์อักเสบ หลังการรักษาผู้ป่วยนั้นจะต้องมี สุขภาพฟันที่ดีขึ้น จะไม่ป่วยเป็นโรคฟันผุหรือโรคปริทันต์อักเสบอีก เมื่อมาพบทันตแพทย์ในครั้งต่อไป ซึ่งระบบนี้จะผูกติดกับการจ่าย ค่าตอบแทนของทันตแพทย์ด้วย เพื่อส่งเสริมให้ทันตแพทย์ให้การ รักษาที่ครบกระบวนการ ถ้าผู้ป่วยกลับมาพบทันตแพทย์ในครั้งต่อ ไปแล้ว ไม่มีฟันผุเกิดขึ้นใหม่ หรือ โรคปริทันต์อักเสบที่เป็นอยู่ดีขึ้น ทันตแพทย์ก็จะได้รับค่าตอบแทน

 

ปกติในการรักษาโรคฟันจะมีการตรวจวินิจฉัยโรคฟันและให้การ รักษาโรคฟันแต่ละซี่ แต่ใน DQOF จะเน้นความสำคัญของ การ ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุและ โรคปริทันต์อักเสบ (Patient assessment and Risk screening) ผู้ป่วยจะต้องรู้ว่า ตนเองเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากน้อยเพียงใด จากนั้นจะร่วมกับทันตแพทย์ในการวางแผน การป้องกันโรค (Patient self-care plan) ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำในการป้องกันเฉพาะเจาะจงที่เหมาะกับ ผู้ป่วยแต่ละคน และเสนอให้ผู้ป่วยเข้าร่วม (Engagement)กับทันต กรรมป้องกันที่จะให้ ถ้าผู้ป่วยตกลงก็จะให้บริการรักษาและป้องกัน รวมทั้งการนัดมาพบทันตแพทย์เป็นระยะๆ (Recall interval) อย่างสม่ำเสมอ ทันตแพทย์จะต้องมีทักษะในการสื่อสารให้ผุ้ป่วยเข้าใจและสื่อสารเพื่อปรับ

เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย ตลอดทั้งกระบวนการ นี้เป็น “คุณภาพ” ของการรักษาโรค เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้ลดโรคฟันผุ หรือโรคปริทันต์อักเสบที่เกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงสภาพเดิมไว้ให้ได้

ทันตแพทย์ไม่สามารถให้การรักษาโรคฟันเป็นซี่ๆได้อีกต่อไป เพราะระบบประเมินคุณภาพกำหนดให้ประเมินโรคฟันผุหรือโรค ปริทันต์อักเสบที่ลดลงเมื่อผู้ป่วยมาพบทันตแพทย์ต่อเนื่อง ถ้าผู้ป่วย ไม่มาตามที่นัดก็จะคัดออกจากการประเมิน หากผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่มาตามนัดก็จะทำให้ผลการประเมินทำได้ยากไม่ชัดเจน ดังนั้น ทันตแพทย์จำเป็นต้องมีพัฒนาทักษะต่างๆที่จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกได้ ว่า ทันตแพทย์ต้องการให้ผู้ป่วยมีสุขภาพฟันดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยยินดี ที่จะมาพบทันตแพทย์อย่างต่อเนื่อง

 

กล่มุ ผู้ป่วยที่มารักษาโรคปริทันต์อักเสบต่อเนื่องและมา Recall จะต้องมีอย่างน้อยร้อยละ 75 ที่คงสภาพเดิมไว้ได้หรือสภาพเหงือก ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ในครั้งแรกที่มาพบถ้าผู้ป่วยมีเหงือกอักเสบ เมื่อ รักษาเสร็จและนัดมาพบเป็นระยะๆ จะผ่านเกณฑ์เมื่อ ไม่มีเหงือก อักเสบ หรือ อย่างน้อยคงสภาพเหมือนเดิมกับการมาพบในครั้งแรก คือมีแค่เหงือกอักเสบ แต่ถ้าพบหินน้ำลายเมื่อไรก็จะไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะคุณภาพในการรักษาไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีโรคเพิ่มขึ้นนอกจากนี้ ยังมีเกณฑ์เฉพาะผู้ป่วยที่มีหินน้ำลายหรือมีกระเป๋าปริทันต์ ที่เมื่อ นัดมาพบต่อเนื่องแล้ว จำนวน sextant ที่มีเลือดออกจะต้องลดลง หรือเท่าเดิม เพื่อเป็นการจูงใจให้ทันตแพทย์พยายามทำให้ผู้ป่วย กำจัดแผ่นคราบจุลินทรีย์ให้ได้ดีขึ้น ถ้ามีจำนวน sextant ที่มีเลือด ออกเพิ่มขึ้น แสดงถึงคุณภาพการรักษาที่ไม่ดีพอ

DQOF จะใช้มุมมองของผู้ป่วยในการประเมินคุณภาพการ รักษาที่ทันตแพทย์ให้ โดยใช้แบบสอบถามให้ผู้ป่วยตอบคำถามมี ทั้งหมด 6 ข้อ มีค่าร้อยละที่ผ่านการประเมินคุณภาพที่แตกต่างกัน เช่น การถามผู้ป่วยว่าหลังการรักษาแล้วผู้ป่วยสามารถพูดและรับ ประทานอาหารได้อย่างปกติหรือไม่ ถ้าผู้ป่วยตอบว่าปกติน้อยกว่า ร้อยละ 65 ก็จะไม่ผ่านเกณฑ์ประเมิน หรือถามความพึงพอใจต่อ ความสะอาดของคลินิกและเครื่องมือหรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่พอใจ เกินร้อยละ 20 ก็จะไม่ผ่านเช่นกัน

ตัวอย่างคำถามที่น่าสนใจในเรื่องสิทธิผู้ป่วย เช่น คำถามว่า ท่านพอใจกับการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกการรักษาหรือไม่ ซึ่งแสดงว่า ทันตแพทย์จะต้องแจ้งทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ ป่วย

และให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินเลือกวิธีการรักษา เป็นต้น

สุดท้ายการให้คำจำกัดความถึง “คุณภาพในการรักษาทางทันตกรรม” มีได้มากมายหลายหลากมุมมอง ไม่ว่าจะมุมมองการรักษาเฉพาะ ซี่ฟันที่เน้นเรื่องกระบวนการรักษาและผลลัพธ์ความสำเร็จของ การรักษาหรือมุมมองการรักษาที่โรคฟันของบุคคล ที่เน้นการรักษา ตลอดกระบวนการ เพื่อทำให้บุคคลนั้นๆ ไม่กลับมาเป็นโรคฟัน อีก หรือการใช้มุมมองของผู้ป่วยมาประเมินคุณภาพการรักษาของ ทันตแพทย์ เป็นต้น

 

Dental Quality and Outcomes Framework, Department of Health, UK Sue Gregory, Dental Contract Reform Program: Dental Quality and Outcomes Framework, Department of Health, UK Voinea-Griffin, A., et al., Pay-for-performance in dentistry: what we know. J Healthc Qual, 2010. 32(1): p. 51-8.

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com