Column ประจำ
Sponsor

ล้างให้หมด Episode 2 : ล้างคลองรากอย่างไร ให้ ‘ฟิน’

โดย : อาจารย์ทันตแพทย์หญิง ฐิตารีย์ จิรธัญญาณัฎ และกองบรรณาธิการ

ฉบับที่แล้วเราได้ทำความรู้จักสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ในบางแง่มุมที่คุณหมอหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ

นอกจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักในคลองรากฟันแล้ว เชื้อบางชนิด เช่น E.faecalis ที่มักพบในเคสรักษารากฟันซ้ำ หรือล้างและใส่ยาหลายครั้ง ก็ไม่หาย ซึ่งหลายการศึกษาพบว่าเชื้อดังกล่าวสามารถทนต่อฤทธิ์ของสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ได้มากกว่าเชื้ออื่นๆ รวมถึงส่วนชั้นเสมียร์ (smear layer) ที่ปกคลุมท่อเนื้อฟันของผนังคลองรากฟัน ซึ่งสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ไม่สามารถกำจัดได้

พูดเป็นภาษาเด็กแนว ก็ต้องบอกว่า แค่ โซเดียมไฮโปคลอไรต์ ยังไม่ ‘ฟิน’

ฉบับนี้ กอง บก. ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ทันตแพทย์หญิง ฐิตารีย์ จิรธัญญาณัฎ อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมหัตถการและวิทยาเอ็นโดดอนต์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อีกครั้ง ซึ่งอาจารย์จะมาอัพเดตน้ำยาล้างคลองรากฟันตัวใหม่ที่ต้องติดป้าย recommended อีก 2 ตัว เพื่อให้การล้างคลองรากฟัน ‘ฟิน’ อย่างสมบูรณ์แบบ

สารละลายคลอร์เฮกซิดีนกลูโคเนต มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูงมาก ทั้งยังระคายเคืองเนื้อเยื่อน้อยกว่า แต่ทำไมจึงไม่อาจมาใช้ทดแทนโซเดียมไฮโปคลอไรต์ได้

Q1

เราเอาน้ำยาบ้วนปากคลอร์เฮกซิดีนกลูโคเนต มาใช้ล้างคลองรากฟันได้ด้วยหรือครับ ?

คลอร์เฮกซิดีนกลูโคเนต เป็นสารละลายชนิดเดียวกับที่ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก ต่างกันที่ความเข้มข้นที่ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก คือ 0.12% แต่ที่นำมาใช้ล้างคลองรากฟันมีความเข้มข้น 2%

Q2

เคยรักษารากฟัน ทั้งขยายคลองรากฟัน ล้างคลองรากฟัน ร่วมกับใส่ยาสารพัดแล้วหลายครั้งก็ไม่หาย ว่ากันว่า คลอร์เฮกซิดีนช่วยได้ จริงไหม ?

จากการศึกษาของ Gomes และคณะ 2001 พบว่าที่ความเข้มข้น1% และ 2% สามารถกำจัดเชื้อ Enterococcus faecalis ได้ในเวลาที่เท่ากับโซเดียมไฮโปคลอไรต์ 5.25% ซึ่งเชื้อชนิดนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าค่อนข้างทนทาน พบได้ในรายที่ดื้อต่อการรักษาและในรายที่การรักษาคลองรากฟันล้มเหลว ต้องรักษาคลองรากฟันซ้ำ นอกจากนี้ฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อยังสามารถเข้าไปในท่อเนื้อฟันและคงอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่งแม้หยุดล้าง

การล้างคลองรากฟันด้วยคลอร์เฮกซิดีนกลูโคเนตก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณาเลือกใช้

Q3

ถ้าอย่างนั้น เราเปลี่ยนมาใช้คลอร์เฮกซิดีนกลูโคเนตแทนเลยดีไหม ?

แม้ว่าสารละลายคลอร์เฮกซิดีนกลูโคเนต มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่ต่างกับ โซเดียมไฮโปคลอไรต์ และมีการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อต่ำ

แต่ก็มีข้อด้อยตรงที่ไม่มีฤทธิ์ในการละลายเนื้อเยื่อที่อาจหลงเหลืออยู่ในคลองรากฟัน ไม่สามารถกำจัดชั้นเสมียร์ รวมถึงมีราคาแพงและหาซื้อได้ยากกว่าสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์

คลอร์เฮกซิดีน จึงไม่อาจใช้แทนได้ในทุกกรณี

แม้โซเดียมไฮโปคลอไรต์ หรือคลอร์เฮกซิดีน จะสามารถกำจัดเชื้อในคลองรากฟันได้ดี แต่การล้างคลองรากฟัน จะไม่ ‘ฟิน’ ถ้าไม่จบด้วย EDTA

Q1

EDTA คืออะไร ?

EDTA (อีดีทีเอ) ย่อมาจาก สารละลายกรดเอทิลีนไดเอมีนเตตระอะซิติก (Ethylenediamine tetraacitic acid) เป็นน้ำยาล้างคลองรากฟัน ที่อยากแนะนำให้ใช้ค่ะ

เพราะถึงแม้ว่าจะมีรายงานว่ามีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้ แต่อยู่ระดับที่ต่ำไม่เพียงพอต่อการใช้กำจัดเชื้อในคลองรากฟัน วัตถุประสงค์ข้อเดียวที่นำสารชนิดนี้มาใช้ คือ ใช้เพื่อกำจัดชั้นเสมียร์ที่ผนังคลองราก

Q2

เราใช้ EDTA ตอนไหน และอย่างไรครับ ?

ความเข้มข้นที่นิยมใช้คือ 17% โดยแนะนำให้ล้าง17% อีดีทีเอ 2 มิลลิลิตร เป็นเวลา 1 นาที แล้วตามด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ก่อนใส่ยาฆ่าเชื้อภายหลังจากที่ขยายคลองรากฟันเรียบร้อย หรือ ก่อนอุดคลองรากฟัน เพื่อส่งเสริมให้ประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อหรือยาฆ่าเชื้อที่ใส่ในคลองรากมีประสิทธิภาพดีขึ้น รวมทั้งยังส่งเสริมให้อุดคลองรากฟันได้แนบสนิทกับผิวท่อเนื้อฟันที่เปิดโล่งแล้ว EDTA จึงเป็นเหมือนส่วนเติมเต็ม ที่ทำให้การล้างคลองรากฟัน หมดจด สมบูรณ์

น้ำยาล้างคลองรากฟันแต่ละชนิดต่างก็มีคุณสมบัติที่เด่นและข้อจำกัดต่างกัน เมื่อเรารู้จักและเข้าใจ จะทำให้สามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง และจบการล้างคลองรากฟัน แบบ ‘ฟิน’ ที่สุด

  1. Basrani B and Haapasalo M. Update on endodontic irrigating solutions. Endod Topics. 2012;27(1):74-102.
  2. Siqueira JF Jr, Rocas IN, Favieri A, Lima KC. Chemomechanical reduction of the bacterial population in the root canal after instrumentation and irrigation with 1% 2.5% and 5.25% sodium hydrochloride. J Endod 2000;26(6):331-4.
  3. Okino LA, Siqueira EL, Santos M, Bombana AC, Figueiredo JA. Dissolution of pulp tissue by aqueous solution of chlorhexidine digluconate and chlorhexidine digluconate gel. Int Endod J 2004;37(1):38-41.
  4. Moorer WR, Wesselink PR. Factors promoting the tissue dissolving capability of sodium hypochlorite. Int Endod J 1982;15(4):187-96.
  5. Gomes BP, Ferraz CC, Vianna ME, Berber VB, Teixeira FB, Souza-Filho FJ. In vitro antimicrobial activity of several concentrations of sodium hypochlorite and chlorhexidine gluconate in the elimination of Enterococcus travails. Int Endod J 2001;34(6):424-8.

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com