Column ประจำ
Sponsor

แนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ เรื่องการป้องกันโรคฟันผุ

โดย : เรื่อง ศาสตราจารย์โดเมนนิค ที ซีโร่, เรียบเรียง ดร.สุธี สุขสุเดช
Tags : ฟันผุ , การป้องกันฟันผุ , ประเมินฟันผุ , ประเมินความเสี่ยงฟันผุ , โดเมนนิค ทีซีโร่ , ดร.สุธี สุขสุเดข

การบรรยายนี้นำเสนอองค์ความรู้เรื่องการป้องกันโรคฟันผุ ตั้งแต่ขั้นการประเมินรอยโรคฟันผุ การประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรค รวมถึงกิจกรรมการป้องกันโรคโดยทันตบุคลากร

อาจารย์ซีโร่ อธิบายว่าทันตแพทย์จำเป็นต้องมองโรคฟันผุให้เป็น “กระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง” (Dynamic Process) ของฟันที่สูญเสียแร่ธาตุ (Demineralization) มากกว่าการได้รับคืนแร่ธาตุ (Remineralization) การเกิดโรคฟันผุสัมพันธ์กับปัจจัยทางชีววิทยาในช่องปาก จนถึงปัจจัยทางสังคมเศรษฐานะ ดังนั้นการจัดการกับโรคฟันผุ จึงสามารถจัดการได้ตั้งแต่การตรวจพิเคราะห์โรค การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และการให้บริการทันตกรรมเพื่อป้องกันโรค

บทบรรยายของอาจารย์ซีโร่ สามารถสรุปได้เป็นสามส่วนดังนี้

 

การตรวจพิเคราะห์โรคฟันผุด้วยวิธีการใช้ explorer ที่คม จิกลงไปบนผิวฟันนั้น เป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้รอยผุลุกลามไปมากกว่าเดิม (Ekstrand K, 1987) ดังนั้น การประเมินโรคฟันผุด้วยวิธีมอง-สัมผัส (visual-tactile) นั้นแนะนำให้ใช้เครื่องมือประเภท ball-ended instrument (เช่น WHO Probe 621 เป็นต้น) ที่มีปลายเป็นตุ้มลูกบอล แทนที่ explorer คมๆ แบบเดิม (ภาพที่ 1) เพื่อป้องกันไม่ให้การตรวจเป็นสาเหตุของการลุกลามของโรค

 

เป็นระบบการตรวจพิเคราะห์โรคที่คำนึงถึงธรรมชาติการลุกลามของโรคฟันผุจำแนกเป็น 7 รหัส (จาก 0 = sound จนถึง 6 = extensive cavity) การบันทึกด้วยระบบนี้ สามารถแยกฟันผุประเภท active lesion ออกจากประเภท inactive lesion การพิเคราะห์ฟันผุด้วยระบบ ICDAS (ภาพที่ 2) เป็นวิธีที่เริ่มได้รับความนิยมในระดับสากล ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียด และ ฝึกตรวจแบบ online training ได้ที่ www.icdas.org

 

การตรวจฟันผุด้วยหลักการสะท้อนแสง จากข้อค้นพบว่าฟันผุคือการที่ฟันสูญเสียสมดุลของแร่ธาตุ ทำให้ฟันที่ผุ สะท้อนแสงออกมาไม่เหมือนโครงสร้างของฟันในส่วนที่ไม่ผุ (ภาพที่ 3) เครื่องมือประเภทนี้ช่วยในการพิเคราะห์ร่วมกับฟิล์ม x-ray และมีประโยชน์อย่างมากในการพิเคราะห์ฟันผุด้านประชิด

 

ตัวอย่างเครื่องตรวจฟันผุด้วยการสะท้อนแสงเลเซอร์ (Diagno dent)

ตัวอย่างเครื่องตรวจฟันผุด้วยระบบ Fiber-optic Transillumination
(FOTI: Diagno Cam)

http://www.diagnocam.com/EN/Productinfo/Examples.aspx

ด้วยหลักการที่ว่า แต่ละคนมีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุไม่เท่ากัน ต่างกันไปตามปัจจัยด้านชีววิทยา และด้านสังคม (เช่น คุณสมบัติของน้ำลาย ความถี่การบริโภค ความสามารถในการเข้าถึงบริการทันตกรรม และอื่นๆ) การวางแผนการรักษา การเลือกวัสดุบูรณะฟัน การกำหนดความถี่ของการรับบริการทันตกรรม และรูปแบบฟลูออไรด์เสริมที่จะจ่าย จึงแตกต่างกันในผู้รับบริการแต่ละคน การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ สามารถทำได้ด้วยแบบสอบถามฟอร์มกระดาษ หรือซอฟแวร์คอมพิวเตอร์

เป็นฟอร์มกระดาษที่ใช้ประเมินความสมดุลของปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยป้องกันฟันผุ ในระดับบุคคล คำถามประมาณยี่สิบข้อ ที่ประเมินภาวะช่องปาก พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมของผู้รับบริการ แล้วสรุปผลออกมาเป็นกลุ่มความเสี่ยง สูง กลาง ต่ำ พร้อมคำแนะนำในแต่ละกลุ่ม

 

เป็นซอฟแวร์ ที่ช่วยให้ทันตบุคลากรประเมินความเสี่ยงโรคฟันผุของผู้รับบริการจากปัจจัยเจ็ดประเภท เช่น ประสบการณ์โรคฟันผุเดิม โรคประจำตัว ลักษณะและความถี่ของอาหาร ปริมาณคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก เป็นต้น เมื่อประเมินปัจจัยเหล่านี้แล้วระบบจะเสนอผลของความเสี่ยงในรูปแบบแผนภูมิวงกลม พร้อมทั้งข้อเสนอเฉพาะบุคคลว่าควรจะจัดการกับปัจจัยอะไรด้วยวิธีใด จึงจะลดความเสี่ยงการเกิดโรคฟันผุได้มากที่สุด

 

ซีโร่นำเสนอมาตรการการป้องกันโรคฟันผุที่มีหลักฐานวิชาการสนับสนุนประสิทธิผล เรียงตามลำดับชั้นของหลักฐานดังนี้

  1. การใช้ฟลูออไรด์ในรูปแบบต่างๆ
  2. การเคลือบหลุมร่องฟัน
  3. การกระตุ้นการหลั่งของน้ำลาย (เช่น ด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล)
  4. การจัดการอาหาร
  5. การใช้สารต้านจุลินทรีย์ (เช่น คลอเฮกซิดีน)
  6. การกลับคืนแร่ธาตุ ด้วยกระบวนการอื่นๆ ที่ไม่ใช่ฟลูออไรด์ (Non-fluoride remineralizing strategies เช่น TCP: Tri-Calcium Phosphate)

การใช้ฟลูออไรด์เฉพาะที่ในคลินิกนั้น ฟลูออไรด์วานิช และ ฟลูออไรด์เจล (1.23% AFP) เป็นวิธีการป้องกันฟันผุที่มีหลักฐานวิชาการสนับสนุนอย่างหนักแน่น มีประสิทธิผลตั้งแต่เด็กจนถึงช่วงอายุ 18 ปี ข้อค้นพบใหม่ ยังพบว่าการทำ oral prophylaxis ก่อนจะใช้ฟลูออไรด์เจล ไม่ได้เกิดผลบวกในการป้องกันฟันผุแต่อย่างใด [“There is no benefit from conducting a prophylaxis prior to APF gel (1.23 percent fluoride) application for caries prevention”]

Ref: http://jada.ada.org/content/144/11/1279.full.pdf+html

หลักฐานทางวิชาการสนับสนุน การเคลือบหลุมร่องฟันช่วยป้องกันฟันผุด้านบดเคี้ยว ทั้งในฟันน้ำนมและฟันถาวร และนอกจากนี้ยังช่วยหยุดยั้งการลุกลามของโรคฟันผุในระยะเริ่มต้น (ประเภท incipient enamel caries, non-cavitated caries) อีกด้วย

Ref: http://jada.info/content/139/3/257.full.pdf+html

กล่าวโดยสรุปการบรรยายนี้ วิทยากรนำเสนอให้พิจารณาการป้องกันโรคฟันผุด้วยแนวคิดที่สอดคล้องกับธรรมชาติการดำเนินโรคฟันผุ (Natural History of Disease) ซึ่งเป็นโรคที่ดำเนินไปอย่างเป็นพลวัต การป้องกันโรคสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิผล ตั้งแต่กระบวนการตรวจพิเคราะห์โรค การประเมินความเสี่ยงต่อโรค และการให้บริการทันตกรรมป้องกัน

สรุปความจาก

Advance in Science and Technology of Caries Prevention

Domenick T Zero

Thailand International Dental Congress
“Celebrating Modern Dentistry in the Land of Smile”
November 26, 2013
Bangkok Convention Center, Centara Grand at CentralWorld

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com