Column ประจำ
Sponsor

Step by Step Implant retained Complete Overdenture

โดย : อ.ทพ.ดร. พิสัยศิษฏ์ ชัยจรีนนท์ ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Tags : implant , implant retained complete over denture , complete denture , รากเทียม , พิสัยศิษฏ์ ชัยจรีนนท์ , ทันตกรรมประดิษฐ์ /คณะทันตแพทยศาสตร์ , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , รากฟันเทียม , ข้าวอร่อย

ถึงแม้ในปัจจุบันเทคโนโลยี วัสดุ และเทคนิคในการรักษาทางทันตกรรมมีความก้าวหน้าไปมาก แต่ผู้ป่วยที่มีการสูญเสียฟันยังมีจำนวนมากอยู่ ผู้ป่วยเหล่านี้มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการใส่ฟันเทียมเพื่อการบดเคี้ยว เพื่อความสวยงามและการออกเสียง การรักษาโดยการใส่ฟันเทียมมีหลายชนิด เช่น การใส่ฟันเทียมบางส่วนแบบติดแน่น (Fixed Partial Denture) ฟันเทียมบางส่วนแบบถอดได้ (Removable Partial Denture) และฟันเทียมทั้งปาก (Complete Denture) แบบถอดได้ เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป การรักษาโดยการใส่ฟันเทียมทั้งปากในผู้ป่วยที่มีการสูญเสียฟันทั้งปาก เป็นการรักษาที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้บดเคี้ยวอาหารได้ ให้ความสวยงามและการออกเสียงที่ดี แต่ยังมีข้อจำกัดการใช้งานในหลายอย่าง เช่น เมื่อผู้ป่วยใช้ไปเป็นเวลานานๆ จะมีการละลายของกระดูกที่รองรับฟันเทียมนั้น ทำให้ฟันเทียมมีการขยับ หลวม ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้งานได้ดี การสร้างฟันเทียมทั้งปากที่ดีนั้น ฟันเทียมจะต้องมีความสมดุลเมื่ออยู่ในช่องปาก โดยฟันเทียมทั้งปากมีด้านที่สำคัญต่อความสมดุล ความเสถียร และการยึดอยู่ในช่องปาก ทั้งหมด 3 ด้าน คือ ด้านผิวขัดเรียบขัดมัน (Polished surfaces) ที่สัมผัสกับแก้ม ริมฝีปาก และลิ้น ด้านรอยพิมพ์ (Impression surface) ที่สัมผัสเหงือก และด้านกัดสบ (Occlusal surface) ที่สัมผัสกับฟันคู่สบ

จากที่กล่าวมาได้มีความพยายามในการนำเทคนิคต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการสร้างฟันเทียมทั้งปาก เพื่อให้ได้ฟันเทียมที่ดีเหมาะกับการใช้งานในผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้ป่วยมีการละลายของกระดูกรองรับฟันเทียมไปมาก ฟันเทียมจะสูญเสียการยึดติด (Retention) การรองรับแรง (Support) และความเสถียร (Stability) การนำรากฟันเทียม (Dental Implant) มาใช้เพื่อรองรับฟันเทียมทั้งปาก เป็นอีกเทคนิคที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยลดปัญหาของการใส่ฟันเทียมทั้งปากในผู้ป่วยและมีข้อดีหลายประการ เช่น ช่วยในการคงสภาพของกระดูกรอบๆรากฟันเทียม ช่วยในการรับแรงที่มากระทำต่อฟันเทียม โดยช่วยถ่ายทอดแรงลงสู่กระดูกลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้
รูปร่างของขากรรไกรมีความสมดุล เนื่องจากมีการบดเคี้ยวที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเพิ่มการยึดติดของฟันเทียม โดยการใส่หลักยึด (Attachment) ที่รากฟันเทียม

บทความนี้เป็นการนำเสนอขั้นตอนการรักษาผู้ป่วยที่ใส่ฟันเทียมทั้งปาก โดยมีการนำรากฟันเทียมมาใช้ในผู้ป่วยที่มีการละลายของสันเหงือกและกระดูกรองรับฟันเทียมในขากรรไกรล่าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทันตแพทย์ทั่วไปสามารถนำวิธีการรักษาที่นำเสนอไปรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม

ฟันเทียมอันเก่าหลวม ฟันเทียมล่างเวลาเคี้ยวหรือพูดหลุด มีอาการเจ็บเวลาเคี้ยว

ไม่พบความผิดปกติของขากรรไกรและใบหน้าใดๆ ใบหน้ามีความสมมาตรทั้งซ้ายและขวา ผู้ป่วยอ้าปากได้ตามปกติไม่มีอาการของข้อต่อขากรรไกร

ขากรรไกรบน :
พบสันเหงือกว่าง พบปุ่มกระดูกกลางเพดานปาก ไม่มีแผล

ขากรรไกรล่าง :
เหลือฟันซี่ 35 36 มีสภาวะปริทันต์ โยกระดับ 1 ด้านหน้าพบการละลายของสันเหงือกล่าง

ฟันเทียมเก่ามีรอยแตกร้าว ได้รับการเสริมซี่ฟันเทียมเพิ่มเติม มีการติดสี ซี่ฟันเทียมสึก
หลวมเวลาใช้งาน

ซี่ 35 36 พบสภาวะปริทันต์ มีการละลายตัวของกระดูกขากรรไกร ไม่พบพยาธิสภาพใดๆ

นำฟันเทียมอันเก่าของผู้ป่วยมาทำการปรับการกัดสบและเสริมฐาน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนำไปใช้ได้ในระหว่างรอฟันเทียมชุดใหม่ ทั้งนี้ยังสามารถนำฟันเทียมนั้นมาเป็นแนวในการถ่ายภาพรังสี Cone-beam Computed Tomography (CBCT) และแนวการฝังรากฟันเทียม

เลือกขนาดของรากฟันเทียมให้เหมาะสมตามความลึกและความกว้างของกระดูกจากภาพถ่ายรังสี โดยในผู้ป่วยท่านนี้ได้นำรากฟันเทียม “ข้าวอร่อย” ซึ่งเป็นโครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ รากฟันเทียม หลักยึดตัวผู้ชนิดกลม (Male part attachment: ball type) และหลักยึดตัวเมีย (Female part attachment) ที่มียางวงกลมติดอยู่ด้านใน

ทำการฝังรากฟันเทียมในตำแหน่งซี่ 33 43 ตามแนวที่กำหนด เมื่อฝังรากฟันเทียมเสร็จเสริมฐานฟันเทียมเก่าด้วยวัสดุเสริมฐานแบบนุ่ม ครบสองอาทิตย์ทำการตัดไหมและเสริมฐานเป็นแบบอะคริลิกแข็ง รอสามเดือนเพื่อให้เกิดการยึดติดระหว่างรากฟันเทียมกับกระดูกอย่างสมบูรณ์

ในระหว่างรอการเกิดการยึดติดระหว่างรากฟันเทียมกับกระดูก ทำการสร้างฟันเทียมทั้งปากชุดใหม่ให้ได้ความสมดุล ความเสถียร และการยึดอยู่ ตามขั้นตอนการสร้างฟันเทียมทั้งปาก

ถอนฟันล่างที่เหลือ เปิดเหงือกบริเวณรากฟันเทียม เพื่อใส่ตัวสร้างรูปร่างเหงือกรอบรากฟันเทียมทำการกรอแต่งฟันเทียมไม่ให้มีการขัดขวางจากตัวสร้างรูปร่างเหงือก จากนั้นทำการใส่ฟันเทียมทั้งปากกรอแต่งฟันเทียมและเสริมฐานฟันเทียมด้วยวัสดุฐานนุ่มบริเวณรอบๆรากฟันเทียม ให้ผู้ป่วยใช้งานสองอาทิตย์

นำส่วนหลักยึด (Ball type attachment part) ของรากฟันเทียมมาลองในช่องปากโดยเลือกความสูงให้มีพื้นที่ระหว่างฟันเทียมบนและล่างอย่างเหมาะสม ถ่ายภาพรังสีตรวจสอบความถูกต้อง

นำแผ่นกันน้ำลายที่ได้รับการตัดมาใส่ในหลักยึดเพื่อกันไม่ให้ อะคริลิกที่เสริมฐานเข้าไปติดในส่วนหลักยึด นำส่วนหลักยึดตัวเมีย (female part) ที่จะติดใต้ฐานฟันเทียมติดเข้ากับส่วนหลักยึดตัวผู้ (male part) กรอแต่งใต้ฐานฟันเทียมให้มีพื้นที่ของ อะคริลิกและไม่มีการขัดขว้างจากส่วนหลักยึดทั้งสองส่วน

ทำการเสริมอะคริลิกในปริมาณที่เหมาะสมเสริมใต้ฐานฟันเทียมในบริเวณที่เตรียมไว้เพื่อยึดให้ส่วนหลักยึดตัวเมียติดเข้ากับฐานฟันเทียม ใส่ในปากผู้ป่วยรอจนกระทั่งอะคริลิกแข็งตัว นำฟันเทียมออกจากช่องปาก แช่น้ำร้อน จากนั้นทำการกรอแต่งส่วนเกิน ขัดเรียบและทำการตรวจสอบจุดกดของฟันเทียมในช่องปาก

ตรวจสอบการกัดสบให้ได้สมดุลกันทั้งสองข้างของฟันเทียม ใส่ฟันและแนะนำการใช้งาน นัดผู้ป่วยมาตรวจสอบการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ

นัดผู้ป่วยมาตรวจสอบการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ แก้จุดกดซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากการใช้

การรักษาโดยการใช้รากฟันเทียมมาใช้ในผู้ป่วยเพื่อเสริมการยึดติดของฟันเทียมทั้งปากนี้ มีข้อดี คือ ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยทั้งในแง่การใช้งาน การออกเสียงและบุคลิกภาพ แต่ฟันเทียมทับรากฟันเทียมมีโอกาสที่การรักษาจะล้มเหลว ถ้าตรวจช่องปากที่ไม่เพียงพอ ให้การวินิจฉัยผิดและที่สำคัญคือขั้นตอนการทำฟันเทียมต้องได้ฟันเทียมที่ดี ฟันเทียมจะต้องมีความสมดุลเมื่ออยู่ในช่องปาก มีความเสถียร และการยึดอยู่ในช่องปากที่ดีเสียก่อน

นอกจากนั้นการสูญเสียฟันหลัก (Abutment failure) เป็นปัญหาหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อใช้งานโดยเกิดจากโรคปริทันต์หรืออุบัติเหตุที่เกิดกับฟันหลักนั้นๆ เช่นเดียวกับการแตกหักของฟันเทียมก็เป็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ โดยสาเหตุเกิดจากการสร้างฟันเทียมที่ไม่ดี ส่วนของฟันเทียมบริเวณที่ใกล้เคียงกับฟันหลักบาง ความหนาไม่เพียงพอและที่สำคัญคือการขาดการติดตามการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฟันเทียมมีการขยับเกิดจุดหมุนขึ้นตรงบริเวณฟันหลักมีแรงมากระทำในระหว่างบดเคี้ยว ทำให้เกิดการแตกหักขึ้นได้ อย่างไรก็ตามถ้ามีการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องและมีการสร้างฟันเทียมและการวางแผนการรักษาที่ดีปัญหาดังกล่าวจะเกิดน้อยลง ผู้ป่วยสามารถใช้ฟันเทียมทั้งปากทับรากเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ต่อไป

เอกสารอ้างอิง (References)

  • Murphy WM. The neutral zone and the polished surfaces of full dentures. Dent Practit. 1996; 16:244-248.
  • Jones PM. The monoplane occlusion for complete denture, J Am Dent Assoc. 1972; 85:94-100.
  • Khamis MM, Zaki HS, Rudy TE. A comparison of the effect of different occlusal forms in mandibular implant overdentures. J Prosthet Dent. 1998; 79:422-429.
  • Jimenez-Lopez V, Lavina PT. Implant-Supported Prostheses: Occlusion, Clinical Cases, and Laboratory Procedures. Chicago, IL: Quintessence; 1995:16-20, 34.
  • van Kampen FM, van der Bilt A, Cune MS, et al. The influence of various attachment types in mandibular implant retained overdentures on maximum bite force and EMG.J Dent Res. 2002; 81:170-173.
  • Feine JS, Carlsson GE, Awad MA, et al. The McGill consensus statement on overdentures. Mandibular two-implant overdentures as first choice standard of care for edentulous patients. Gerodontology. 2002 Jul; 19(1):3-4.

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com