Column ประจำ
Sponsor

เมื่อผู้ป่วย NCD มาทำฟัน

โดย : ผศ.(พิเศษ) ทญ. พัชรี กัมพลานนท์
Tags : NCD , ทำฟัน , โรคเรื้อรัง , โรคเรื้อรังชนิดไม่ติดต่อ , non communicable diseases

เกี่ยวกับหัวข้อสุขภาพช่องปาก ของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า NCD (non communicable diseases) (รูปที่ 1) หัวข้อที่สำคัญคือปัญหาแทรกซ้อนในช่องปากที่เกิดจากยาชนิดต่างๆมีการ อภิปรายกันว่าทันตแพทย์ส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ และความรู้เกี่ยวกับผู้ป่วย NCD ในทางกลับกัน แพทย์ส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญและยังขาดความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยเหล่านี้ “แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นในช่องปาก โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วย NC ขาดการดูแลเอาใจใส่ตนเอง”

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทันตแพทย์ทุกท่านไม่ว่าจะปฏิบัติงาน อยู่ในสาขาใดก็ตาม ต้องพร้อมที่ จะปรับตัวไขว่คว้าหาความรู้และประสบการณ์ในการสัมผัสกับผู้ป่วย NCDพร้อมที่จะเปิดตัวเข้าไป ทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ อย่าปฏิเสธการรักษาทางทันตกรรมในผู้ป่วยเหล่านี้เลย เราอาจปฏิเสธ เมื่อโรคทางกายยังอยู่ในภาวะเสี่ยง หรือตัวเราขาดความพร้อม คำพูดที่ว่า”ต้องพบแพทย์ก่อนนะคะ /ครับ” ควรเป็นคำพูดที่มาหลังจากเราได้ ใช้องค์ความรู้ของทันตแพทย์ (ซึ่งก็เป็นแพทย์สาขาหนึ่ง) แนะนำการดูแลสุขภาพช่องปากให้กับผู้ป่วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพช่องปากที่ดีพร้อมๆไปกับสุข ภาพกายที่ดีตามมา

ปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่มีประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยอยู่อันดับที่สองของเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ เรามีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9.4 ล้านคน และ 65 ปีขึ้นไป 6.3 ล้านคน (ร้อยละ 14.57 และ 9.77 ของประชากรรวมตามลำดับ) ตามนิยามของ องค์การ สหประชาชาติก็ต้องถือว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) แล้วปัญหาที่เกิดจากความเสื่อมถอย ของอวัยวะต่างๆของผู้สูงอายุ ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมา โรคของผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรัง ที่ต้องการการดูแลระยะยาว โรคเรื้อรังชนิดไม่ติดต่อ(NCD) ที่พบได้บ่อยใน ผู้สูงอายุของไทย ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ฯลฯ

การรักษาโรคดังกล่าว ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องรับประทานยาร่วมด้วย ยาหลายชนิดที่ได้รับเป็น เวลานานๆ ก่อให้เกิดผลแทรกซ้อนในช่องปาก เช่น ปากแห้ง ฝ้าขาวจากการติดเชื้อรา เหงือกบวม เลือดออกง่าย ฯลฯ เราลองมาทำความรู้จักกับปัญหาเหล่านั้นกันดีกว่า...

จากข้อมูลข้างต้น หากทันตแพทย์คิดว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสหวิชาชีพในการร่วมดูแลผู้ป่วย NCD เหล่านี้ เราสามารถเริ่มต้นพูดคุยเพื่อให้ผู้ป่วยทราบว่า ผลจากโรคที่เป็นหรือยาที่ใช้รักษาโรค จะก่อให้จะเกิดปัญหาอะไรในช่องปากของผู้ป่วยได้บ้าง พัฒนาทักษะในการสื่อสารเพื่อให้เกิด การ เสริมพลัง (empowerment)

ผู้ป่วยมีความฮึกเหิมและมีกำลังใจที่จะดูแลสุขภาพช่องปากไปกับเรา อย่าให้ผู้ป่วยรู้สึกว่ากำลัง ถูกขู่ผู้ป่วยที่ไม่ดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง หากต้องรับการถอนฟันในภายหลัง โดยเฉพาะผู้ป่วย ที่กินยา Warfarin การเตรียมตัวก่อนถอนฟันยุ่งยากมากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิต ผู้ป่วย ที่กินยา Bisphosphonate เพิ่มความเสี่ยงที่แผลถอนฟันจะไม่หายหรือหายช้า ผู้ป่วยที่กิน Aspirin ไม่มีความ จำเป็นต้องหยุดยาก่อนถอนฟันหรือขูดหินปูน แต่หากผู้ป่วยมีเหงือกอักเสบ หรือมี Granulation tissue รอบๆตัวฟัน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดหยุดยากขึ้น ซึ่งหมอและผู้ป่วยเองมักเข้าใจผิดกัน ว่าเลือดออก ผิดปกติจากการไม่หยุดยา Aspirin การลดการอักเสบของเหงือก การเย็บแผลหลังถอนฟัน ช่วยให้ ได้ผลการรักษาที่ดี

ผู้ป่วยที่กินยาสเตียรอยด์หรือผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยโรคเอดส์ ที่ ภูมิต้านทานต่ำลง หากช่องปากไม่ได้รับการดูแลให้เป็นอย่างดีนำไว้ก่อน ผู้ป่วยจะทุกข์ทรมาน จาก การกินอาหาร ทำให้ร่างกายอ่อนแอหรือติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

การดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วย NCD จึงควรเริ่มด้วยการมีโปรแกรมตรวจคัดกรองความ ผิดปกติ ต่างๆ ในช่องปากตามบริบทของโรคนั้นๆ ผู้ป่วย NCD ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย นอกเหนือจากการแปรง ฟันตามปกติแล้ว การกำจัดแผ่นพลากซ์ (plaque) หรือคราบจุลินทรีย์ ซึ่งเกาะติดบนตัวฟันได้ง่าย ไม่ควรถูกละเลยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้สูงวัยส่วนใหญ่มีน้ำลายน้อยลง ปากแห้ง แนะนำ ให้ผู้ป่วย หรือผู้ดูแลผู้ป่วย ใช้ผ้าเช็ดหน้าบางๆหรือผ้าก๊อซพันนิ้ว ชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฟันและเหงือก ทุกครั้งหลัง อาหาร แม้ผู้ป่วยจะไม่มีฟันแล้ว การเช็ดถูบนเหงือก ช่วยการไหลเวียนของเส้นเลือด ช่วยกระตุ้นการ รับรู้ของเส้นประสาทในบริเวณดังกล่าว (รูปที่ 5.1, 5.2)

การเช็ดกำจัดพลากซ์มีความ สำคัญมาก สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดในช่วงสอง สัปดาห์ แรก โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งผู้ป่วยมักจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์พยาบาลให้งดการแปรง ฟัน เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกจากเหงือก ในทางกลับกันแผ่นพลากซ์บนตัวฟันที่เกิดขึ้นหลังการกิน อาหารจะทำให้เหงือกอักเสบจนเลือดออกผู้ป่วยเจ็บปวดจนไม่อยากกินอาหารได้เช่นกัน (รูปที่ 6.1, 6.2)

สภาพช่องปากผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด และไม่ได้รับการทำความสะอาด (รูปที่ 6.1, 6.2) เปรียบเทียบกับภายหลังการเช็ดถูเบา ๆ (รูปที่ 6.3)

น้ำยาบ้วนปากที่แนะนำให้ใช้ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เพื่อช่วยลดภาวการณ์อักเสบของเหงือก ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกหลังถอนฟัน ได้แก่ น้ำเกลือในปริมาณที่พอเหมาะ น้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมกับเกลือป่นสักครึ่งช้อนชา เตือนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่ควรกลืนน้ำเกลือ ส่วนน้ำยาบ้วนปาก อื่นๆ เช่น ยาลดการอักเสบ ยาต้านเชื้อรา ยาปฏิชีวนะ ควรใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ ในระยะสั้นๆไม่เกิน 2 สัปดาห์ ทันตแพทย์ควรสามารถพูดคุยแนะนำวิธีปฏิบัติตัวในด้านอื่นๆแก่ผู้ป่วย NCD ได้พอ ประมาณ เช่น ชนิดอาหารที่เหมาะสม การงดเหล้าบุหรี่ วิธีออกกำลังกาย การรักษาตัวอย่างสม่ำเสมอการนัดกลับมา ติดตามผลการดูแลสุขภาพช่องปาก หากทันตแพทย์ปฏิบัติงานใน โรงพยาบาล ควรติดตามว่าแพทย์ พยาบาลจัดกิจกรรมการพบปะของผู้ป่วยเหล่านี้บ้างไหม เช่น ชมรมคนอ่อนหวานชมรมโรคหัวใจ และวาฟารินคลินิก ชมรมผู้สูงอายุ เป็นต้น ควรพร้อมที่จะมี กิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากหรือ ตรวจคัดกรองความผิดปกติในช่องปากเข้าไปร่วมด้วย (รูปที่ 7.1, 7.2)

เพียงแค่นี้ทันต แพทย์ก็จะมีบทบาทของสหวิชาชีพในการร่วมดูแลผู้ป่วย NCD อย่าง มีคุณค่า ด้วยความ ภาคภูมิใจ ทำ ให้ผู้ป่วย มีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น อย่าง แน่นอน

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com