Column ประจำ
Sponsor

Infection Control in Dental Health Care

โดย : ดร.ทญ. ญาดา ชัยบุตร
Tags : Infection Control , ดร.ทญ. ญาดา ชัยบุตร

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงระยะเวลาปี 1980s สมาคมทันตแพทย์ประเทศสหรัฐอเมริกา [American Dental Association (ADA)] ตระหนักถึงความสำคัญในการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อทางทันตกรรม และได้จัดทำโครงการณ์ตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการริเริ่มแนวทางในการป้องกันและให้คำแนะนำการควบคุมการติดเชื้อสำหรับบุคลากรทางทันตแพทย์และการดูแลสถานให้บริการทางทันตกรรม

ต่อมาในปี 1993 ด้วยความร่วมมือจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในประเทศสหรัฐอเมริกา [Center for Disease Control and Prevention (CDC)] ADA ได้ตีพิมพ์เอกสารเกี่ยวกับแนวทางและคำแนะนำในการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อสำหรับการให้บริการทางด้านทันตกรรมในช่องปากแก่ผู้ป่วย และในเดือนธันวาคมปี 2003 CDC ได้ตีพิมพ์เอกสารขึ้นอีกฉบับ เพื่อเป็นการรวบรวมหลักการที่สำคัญเกี่ยวกับการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อทางทันตกรรมเอกสารดังกล่าวได้พัฒนาปรับปรุงและแก้ไขเพื่อให้เกิดความทันสมัยเข้ากับนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ทางวิทยาศาสตร์

ล่าสุดในเดือนมีนาคมปี 2016 CDC ได้ตีพิมพ์เอกสารขึ้นอีกฉบับเกี่ยวกับการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อทางทันตกรรม แม้ว่าเอกสารดังกล่าวไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อทดแทนเอกสารในปี 2003 หากแต่เป็นแนวทางการให้ข้อมูลโดยย่อโดย CDC มีการกำหนดเป้าหมายใหม่ที่ต้องการให้บุคลากร ทางทันตกรรมที่ต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมการติดเชื้อขั้นพื้นฐาน รวมถึงคำแนะนำใหม่ๆสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ง่ายขึ้น มีการเพิ่มรายการตรวจสอบการประเมินผลของบุคลากรทางทันตกรรม มุ่งเน้นให้บุคลากร พัฒนานโยบายการป้องกันการติดเชื้อเกี่ยวกับอุปกรณ์การทำฟันและขั้นตอนต่างๆในการให้บริการทางทันตกรรม

  • ล้างมือเมื่อมือปนเปื้อนทุกครั้ง
  • ล้างมือหลังจับอุปกรณ์, เครื่องมือหรือวัตถุที่อาจจะสัมผัสเลือดหรือน้ำลาย
  • ล้างมือก่อนหรือหลังให้การรักษาผู้ป่วย
  • ล้างมือก่อนสวมถุงมือ
  • ล้างมือทันทีหลังถอดถุงมือ
  • ล้างมือก่อนเข้าห้องผ่าตัดและใส่ถุงมือปลอดเชื้อ สำหรับงานหัตถการผ่าตัดทุกชนิด เช่นการตัดชิ้นเนื้อ การผ่าตัดเหงือก, การผ่าตัดรากฟัน, การผ่าตัดถอนฟัน, การผ่าตัดฝังรากเทียม
  • ถอดอุปกรณ์ป้องกันก่อนออกจากพื้นที่ให้บริการ เช่น แผนกทันตกรรม, บริเวณที่ใช้เตรียมอุปกรณ์ หรือ ห้องปฏิบัติการทางทันตกรรม
  • ล้างมือทันทีหลังถอดอุปกรณ์ป้องกัน
  • การใช้หน้ากาก, แว่นตาป้องกัน และแผ่นกันใบหน้า
    • ผู้ปฏิบัติงานควรสวมหน้ากาก ระหว่างการทำหัตถการที่มีโอกาสปนเปื้อนละอองของเลือด หรือน้ำลาย
    • ผู้ปฏิบัติงานควรสวมแว่นตาป้องกัน หรือ แผ่นกันใบหน้า ระหว่างการทำหัตถการที่มีโอกาสปนเปื้อนละอองของเลือด หรือ น้ำลาย
    • ผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนหน้ากากทุกครั้งเมื่อให้บริการผู้ป่วยแต่ละคน และมีการเปลี่ยนหน้ากากระหว่างการให้การรักษาผู้ป่วย ถ้าหน้ากากเปียก
  • การใช้ถุงมือ
    • ผู้ปฏิบัติงานสวมถุงมือเมื่อมีโอกาสสัมผัสกับเลือด หรือ น้ำลาย เยื่อบุต่างๆในร่างกาย แผล หรือ อุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อน
    • ผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนถุงมือทุกครั้งที่ให้การดูแลผู้ป่วยแต่ละคน ไม่สวมถุงมือคู่เดิมในการดูแลผู้ป่วยมากกว่าหนึ่งคน
    • ผู้ปฏิบัติงานไม่ล้างถุงมือ หรือ นำถุงมือสเตอร์ไรด์มาล้างเพื่อการใช้ซ้ำ
    • ผู้ปฏิบัติงานสวมถุงมือป้องกันการทิ่มแทงและสารเคมีปนเปื้อน ขณะทำความสะอาดอุปกรณ์ และทำความสะอาดบริเวณที่ให้บริการที่ปนเปื้อนเลือดหรืออุปกรณ์ที่มีโอกาสติดเชื้ออื่นๆ
    • ผู้ปฏิบัติงานสามถุงมือสเตอร์ไรด์ในทุกหัตถการที่เป็นการผ่าตัด เช่น การตัดชิ้นเนื้อ การผ่าตัดเหงือก,รากฟันและถอนฟันงานทันตกรรมประดิษฐ์
    • ผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนถุงมือเมื่อฉีกขาด หรือทะลุ และล้างมือทุกครั้งก่อนสวมถุงมือใหม่
  • การใส่ชุดป้องกันการติดเชื้อ
    • ผู้ปฏิบัติงานสวมชุดป้องกัน เช่น เสื้อกาวน์ เสื้อคลุมหรือ ชุดฟอร์ม ที่คลุมเสื้อผ้าและผิวหนัง เช่น แขน ที่มีโอกาสจะสัมผัสกับเลือด น้ำลาย หรือ สิ่งปนเปื้อนอื่นๆ
    • ผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนชุดป้องกันทันทีทุกครั้ง ถ้าพบมีการเปื้อนที่เห็นได้ชัดเจน หรือ เปลี่ยนทันทีที่ทำได้ถ้ามีการทิ่มทะลุโดยวัตถุที่มีเลือดหรือน้ำลายที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค
  • มีป้ายติดไว้ที่หน้าทางเข้า พร้อมคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อทางเดินหายใจ ให้ใส่หน้ากากที่ปิดปากและจมูก เมื่อต้องการไอจาม
  • ใช้ทิชชู่แบบใช้แล้วทิ้ง รวมทั้งล้างมือหลังไอจาม เมื่อมือสัมผัสกับน้ำมูกหรือน้ำลาย
  • จัดให้มีทิชชู่ และใช้ได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับกล่อง
  • จัดเตรียมสถานที่ให้ผู้ป่วยล้างมือได้ ในบริเวณที่รอตรวจ หรือ บริเวณใกล้เคียง
  • มีหน้ากากสำหรับผู้ป่วยที่ไอจาม และอาการทางทางเดินหายใจอื่นๆ เมื่อผู้ป่วยเข้ามา
  • แนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการทางทางเดินหายใจนั่งห่างจากผู้ป่วยอื่นเท่าที่เป็นไปได้ ถ้าเป็นไปได้ให้แยกบริเวณที่นั่งรอจะดีที่สุด
  • ใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากของมีคม เช่น เข็มที่เก็บปลายหลังฉีด มีดที่ปลายมน จุดน้ำเกลือแบบไร้เข็ม
  • ผู้ปฏิบัติงานไม่สวมปลอกเข็มกลับด้วยมือทั้งสองข้างหรือใช้วิธีการอื่นโดยหันปลายเข็มไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
  • ผู้ปฏิบัติงานใช้มือเดียวในการสวมปลอกเข็มกลับหรือใช้เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจับปลอกเข็มเมื่อต้องสวมปลอกเข็มเท่านั้น
  • วัตถุมีคมทั้งหมดถูกทิ้งในถังที่ป้องกันการทิ่มทะลุ ซึ่งจัดไว้ให้ใกล้บริเวณที่ใช้งานที่สุด
  • ถังบรรจุของมีคมถูกกำจัดตามมาตรฐานการกำจัดขยะ
  • การเตรียมยาฉีดควรทำในเขตปลอดเชื้อที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน หรือสัมผัสกับเลือด หรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • เข็มและหลอดฉีดยาใช้เฉพาะผู้ป่วยรายเดียว ไม่ใช้ซ้ำ หมายเหตุ: เมื่อใช้อุปกรณ์ช่วยฉีดยาชาให้ใช้เฉพาะผู้ป่วยรายเดียว ไม่ใช้ซ้ำ โดยอุปกรณ์ช่วยฉีดยาจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดและทำให้ปราศจากเชื้อด้วยความร้อนก่อนนำมาใช้กับผู้ป่วยรายต่อไป
  • จุกยางบนฝาขวดยาให้ฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนแทงเข็ม
  • อุปกรณ์บรรจุยา ทั้งขวดจุกยาง ขวดแก้ว และถุงยา ให้ใช้กับเข็มและหลอดฉีดยาใหม่ทุกครั้งแม้ว่าจะใช้กับผู้ป่วยรายเดิม
  • การให้ยาทางเส้นเลือด ควรใช้ขวด หลอด หรือถุงบรรจุแบบใช้ครั้งเดียวกับผู้ป่วยเฉพาะรายเท่านั้น ขวด,หลอดที่เหลือใช้ไม่นำมารวมกันเพื่อการใช้งานครั้งต่อไป
  • เมื่อจำเป็นต้องใช้ภาชนะบรรจุยาที่ใช้ร่วมกันกับผู้ป่วยรายอื่น
    • ให้ขวดยานั้นใช้กับผู้ป่วยเฉพาะราย เท่าที่จะเป็นไปได้
    • เก็บขวดยาที่ใช้ร่วมกันกับผู้ป่วยรายอื่นไว้ในบริเวณที่เก็บยารวมส่วนกลาง และไม่นำขวดยาเข้ามาใน
    • บริเวณที่ทำการรักษาผู้ป่วย เช่น บริเวณที่ทำฟันเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของขวดยา หมายเหตุ: ถ้าขวดยานั้นถูกนำเข้ามาในบริเวณที่ทำการรักษาผู้ป่วย แนะนำให้ใช้กับผู้ป่วยจนเสร็จแล้วทิ้งทันที
    • ขวดยาควรต้องระบุวันเปิด และทิ้งภายใน 28 วันยกเว้นทางบริษัทที่ผลิตระบุไว้เป็นอย่างอื่น

หมายเหตุ: วันที่นี้จะแตกต่างจากวันหมดอายุที่พิมพ์ไว้บนขวดยา

  • อุปกรณ์ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ให้ทิ้งทุกครั้งหลังใช้เสร็จ และไม่ใช้กับผู้ป่วยมากกว่าหนึ่งคน
  • อุปกรณ์ทางทันตกรรมที่สำคัญและจำเป็นต้องนำกลับมาใช้ซ้ำให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสเตอริไรด์ตามวิธีการที่ระบุมาจากโรงงานก่อนนำกลับมาใช้กับผู้ป่วยรายต่อไป หมายเหตุ: ถ้าทางโรงงาานไม่ได้ระบุวิธีการฆ่าเชื้อมาให้ หมายความว่าอุปกรณ์นี้อาจไม่เหมะสมที่จะนำกลับมาใช้ซ้ำกับผู้ป่วยรายต่อๆไป
  • อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องถูกทำความสะอาดตามคำแนะนำของทางบริษัทและตรวจสอบความสะอาดก่อนนำเข้ากระบวนการสเตอริไรส์
  • ควรมีอุปกรณ์ช่วยล้างอัตโนมัติที่ได้มาตรฐาน เช่น เครื่องทำความสะอาดด้วยคลื่นเสียง (Ultrasonic Cleaner) เครื่องล้างอุปกรณ์ (Instrument Washer-Disinfector)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดและลดจำนวนผู้ปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสกับเลือด
  • มีการออกแบบงานให้ผู้ปฏิบัติงาน ทำงานตามเพื่อให้สัมผัสกับวัตถุมีคมให้น้อยที่สุด เช่น การใช้แปรงด้ามยาว และมีการใช้ชุดป้องกันการติดเชื้ออย่างเหมาะสม เช่น ใส่ถุงมือป้องกันวัตถุมีคมทิ่ม
  • ในกรณีที่จำเป็นต้องทำความสะอาดด้วยมือ หลังจากทำความสะอาดและทำให้แห้งแล้ว ควรบรรจุอุปกรณ์ในหีบห่อเพื่อการสเตอริไรด์อย่างเหมาะสม เช่น หีบห่อที่ใช้ต้องทนต่อกระบวนการสเตอริไรด์ อุปกรณ์ที่มีข้อพับหนีบต้องถูกเปิดออก อุปกรณ์ต้องถูกแกะเป็นชิ้นเล็กตามที่โรงงานระบุไว้
  • ตัวชี้วัดการฆ่าเชื้อทางเคมีให้ติดอยู่ด้านในของหีบห่อถ้าตัวชี้วัดการฆ่าเชื้อด้านในไม่สามารถมองเห็นได้จากด้านนอก ให้ติดตัวชี้วัดการฆ่าเชื้อที่ด้านนอกของหีบห่อด้วย หมายเหตุ: ตัวชีวัดการฆ่าเชื้อทางเคมีนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของหีบห่อบรรจุได้ หีบห่อที่สเตอริไรด์ต้องได้รับการบันทึก เลขที่ของชุดที่ใส่ในเครื่อง วันที่ทำสเตอริไรด์ และ ถ้าเป็นไปได้ให้ใส่วันหมดอายุด้วย
  • อุปกรณ์ที่ใช้ทำสเตอริไรส์ต้องได้มาตรฐานและวิธีการใช้งานต้องทำตามคำแนะนำจากโรงงานผู้ผลิต
  • ตัวชี้วัดการฆ่าเชื้อทางชีวภาพ เช่น การตรวจสปอร์ ต้องใช้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งและใช้ทุกครั้งที่ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับฝังรากเทียม
  • ต้องมีบันทึกของการนำอุปกรณ์เข้าเครื่องสเตอริไรส์ทุกชุดและผลของการตรวจควรเป็นไปตามมาตรฐานทางกฏหมาย
  • หลังจากสเตอริไรส์ อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องถูกเก็บในพื้นที่ที่จะไม่ทำให้ปนเปื้อน
  • หีบห่อของอุปกรณ์ที่ผ่านการสเตอริไรส์ต้องได้รับการตรวจสอบความสมบูรณ์ และการปนเปื้อนก่อนการใช้งาน
  • หีบห่ออุปกรณ์สเตอริไรส์ไม่ให้ใช้งาน ถ้าพบว่ากระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อบกพร่อง ทางกายภาพ เช่น ระยะเวลา อุณหภูมิ ความดันไม่ได้ตามที่กำหนดหรือตัวชี้วัดทางเคมีบ่งชี้ว่ามีกระบวนการที่ไม่เหมาะสม เช่น สีของตัวชี้วัดเปลี่ยน
  • บริเวณที่ทำการปราศจากเชื้อต้องมีกระบวนการทำงานที่ออกแบบให้ทำจากบริเวณที่บนเปื้อนมากไปน้อย เช่น จัดบริเวณที่สะอาดแยกจากบริเวณที่มีของปนเปื้อนใช้ชัดเจน
  • อุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต้องใช้ซ้ำและไวต่อความร้อน ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นแบบที่ทนต่อความร้อนได้ หรือไม่สามารถเปลี่ยนเป็นใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ ให้ทำให้ปราศจากเชื้อขั้นสูงสุดทึ่ทำได้ตามคำแนะนำที่โรงงานระบุ
  • อุปกรณ์ทำฟันชิ้นเล็กรวมทั้งมอเตอร์และอุปกรณ์ที่ไม่ต่อกับระบบปั้มลมและระบบน้ำต้องได้รับการทำความสะอาด และทำให้ปราศจากเชื้อด้วยวิธีสเตอริไรส์ตามที่โรงงานระบุ
  • ถ้ามีการใช้การฉายรังสีด้วยระบบดิจิตอลในงานทันตกรรม ให้ใช้ฉากกั้นเพื่อให้ครอบคลุมตัวเซนเซอร์ และฉากกั้นนี้ต้องเปลี่ยนเมื่อใช้กับผู้ป่วยแต่ละราย
  • หลังการใช้ฉากกั้น ให้ทำความสะอาดเซนเซอร์และทำให้ปราศจากเชื้อด้วยสเตอริไรส์ ถ้าทำได้ หรือ ทำให้ปราศจากเชื้อขั้นสูงสุดทึ่ทำได้ตามคำแนะนำที่โรงงานระบุ ถ้าตัวอุปกรณ์ไม่สามารถทนได้ อย่างน้อยเซนเซอร์ต้องได้รับการทำให้ปราศจากเชื้อระดับปานกลาง ตามมาตรฐานการฆ่าเชื้อในสถานพยาบาล

หมายเหตุ: ให้ปรึกษาโรงงานผู้ผลิตตามความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์

  • ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสกับผู้ป่วย และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐานหลังเสร็จจากผู้ป่วยแต่ละราย อย่างน้อยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในระดับปานกลางเพื่อฆ่าเชื้อวัณโรค ถ้าพบมีการปนเปื้อนเลือดที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า
  • มีแผ่นป้องกันพื้นผิวต่างๆที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยและทำความสะอาดได้ยาก เช่น ปุ่มปรับเก้าอี้ทำฟัน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ข้อต่อสายต่างๆ และเปลี่ยนทุกครั้งหลังเสร็จจากผู้ป่วยแต่ละราย
  • อุปกรณ์ทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อใช้ทำความสะอาดตามคำแนะนำที่โรงงานระบุ เช่น การทำละลายการจัดเก็บ อายุการใช้งาน ระยะเวลาที่ใช้ และการใส่เครื่องป้องกันขณะทำความสะอาด
  • มีการควบคุมการกำจัดขยะทางการแพทย์ที่ถูกต้องตามกฏหมาย
  • ผู้ปฏิบัติงานให้ความร่วมมือในการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมโดยการสวมใส่ชุดป้องกันการติดเชื้อที่เหมาะสมเมื่อต้องสัมผัสกับสิ่งที่ติดเชื้อ หรือสารเคมี ทั้งนี้รวมถึงถุงมือ ชุดกาวน์ หน้ากาก และแว่นตาด้วย

หมายเหตุ: ความเหมาะสมของเครื่องป้องกันการติดเชื้อที่ใช้ขึ้นกับเชื้อ หรือสารเคมีและ ชนิดของการสัมผัสด้วย

  • อุปกรณ์เครื่องมือทุกชนิดที่ใช้น้ำในแผนกต้องได้รับการตรวจคุณภาพน้ำ และผ่านมาตรฐานน้ำดื่มสำหรับงานทันตกรรม (≤ 500 CFU/mL of heterotrophic water bacteria)
  • การควบคุมคุณภาพน้ำสำหรับอุปกรณ์ทันตกรรม ใช้ตามคำแนะนำที่กำหนดไว้จากโรงงาน (Product Manufacturer Instructions)
  • ใช้น้ำเกลือสเตริไรส์ หรือน้ำสเตริไรส์กับการล้างอุปกรณ์ และเครื่องมือทันตกรรมเมื่อมีการผ่าตัดทางทันตกรรม
AMERICAN DENTAL ASSOCIATION www.ada.org CDC GUIDELINES FOR INFECTION CONTROL www.ada.org/sections/professionalResourdes/pdfs/guidelines_cdc_infection.pdf ORGANIZATION FOR SAFETY ASEPSIS AND PREVENTION www.osap.org

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com