Column ประจำ
Sponsor

การป้องกันรังสีเอกซ์ในทางทันตกรรม (Radiation protection in Dentistry)

โดย : อ.ทญ.ดร. พิสชา พิทยพัฒน์ และ อ.ทพ.พลกฤษณ์ ศิลป์พิทักษ์สกุล ภาควิชารังสีวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Tags : การป้องกันรังสีเอกซ์

การเลือกถ่ายภาพรังสีอย่างมีเหตุผล ทันตแพทย์ต้องคำนึงเสมอว่าเมื่อไรจึงจำเป็นที่จะต้องถ่ายภาพรังสีให้ผู้ป่วย เมื่อไรภาพรังสีจะให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษาให้แก่ผู้ป่วย โดยสามารถดูข้อมูลจาก American Dental Association (ADA): Dental Radiographic Examinations: Recommendation for Patient Selection and Limiting Radiation Exposure, 2012.(1) ซึ่งได้ตีพิมพ์ข้อแนะนำในการเลือกถ่ายภาพรังสีแก่ผู้ป่วยตามอายุ และตามลักษณะของโรคของผู้ป่วยไว้

รวมถึงการเลือกใช้เทคนิคการถ่ายภาพรังสีแบบต่างๆ ซึ่งให้ภาพรังสีและข้อมูลที่เหมาะสม และการเลือกใช้ parameters ต่างๆ เช่น การตั้งเวลาในการถ่ายภาพรังสีแต่ละเทคนิคอย่างเหมาะสม

หลักการของ ALARA เป็นที่ทราบกันดีคือ ทันตแพทย์จะถ่ายภาพรังสีให้ผู้ป่วย โดยใช้ปริมาณรังสีที่น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้เพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคและวางแผนการ รักษาให้แก่ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม โดยที่ผู้ป่วยได้ประโยชน์มากที่สุด ซึ่งสามารถตีความได้ว่า หากผู้ป่วยไม่ได้ข้อมูลจากภาพรังสีนั้นๆ มาช่วยเสริมในการวินิจฉัย ก็อาจทำให้ทันตแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องแม่นยำ ทำให้เกิดผลเสียแก่ผู้ป่วยได้ ยกตัวอย่างเช่น

ในกรณีผู้ป่วยตั้งครรภ์ ซึ่งเราทราบกันดีว่าในช่วงไตรมาสแรก หรือ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ทารกกำลังมีพัฒนาการของอวัยวะต่างๆ ซึ่งมีความไวต่อรังสีมากกว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ดังนั้นหากมารดามีความจำเป็นต้องได้รับการถ่ายภาพรังสี ซึ่งหากไม่ได้รับการถ่ายภาพรังสีดังกล่าว ก็อาจะทำให้ทันตแพทย์ไม่สามารถให้การวินิจฉัย และให้การรักษาได้อย่างถูกต้อง อาจเกิดผลเสียแก่ผู้ป่วยได้ ดังนั้นภาพรังสีจึงมีความจำเป็น ในระหว่างการถ่ายทันตแพทย์ต้องให้การป้องกันแต่ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม คือ ต้องมีการใส่เสื้อตะกั่วป้องกันรังสี (lead apron) และเลือกถ่ายภาพรังสีเท่าที่มีความจำเป็นต่อการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาให้แก่ผู้ป่วยรายนั้นๆ

ส่วนในกรณีผู้ป่วยเด็กซึ่งต่อมไทรอยด์เป็นเนื้อเยื่อที่มีความไวต่อรังสีมากกว่าในวัยอื่นๆ ต้องมีการให้การป้องกันแก่ผู้ป่วยเช่น การใส่ปลอกคอไทรอยด์(thyroid collar) เมื่อผู้ป่วยต้องได้รับการถ่ายภาพรังสีในปาก ส่วนในการถ่ายภาพรังสีนอกปากโดยเฉพาะภาพรังสีพานอรามิก จะไม่สามารถใส่ปลอกคอป้องกันไทรอยด์ได้เนื่องจากปลอกคอจะมาซ้อนทับและบดบังภาพบริเวณขากรรไกรล่าง

สรุปแล้ว ทันตแพทย์ต้องยึดหลักการของ ALARA เป็นสำคัญ โดยในผู้ป่วยแต่ละราย อาจมีความจำเป็นในการได้รับการถ่ายภาพรังสีที่ไม่เหมือนกัน ทันตแพทย์ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป

ทันตแพทย์นอกจากต้องให้ความสำคัญแก่การป้องกันอันตรายของรังสีเอกซ์แก่ผู้ป่วยแล้วยังต้องคำนึงถึงการป้องกันอันตรายให้แก่ผู้ถ่ายภาพรังสีซึ่งอาจเป็นตัวทันตแพทย์เอง หรือ เป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ก็ตาม รวมถึงต้องคำนึงถึงผู้ป่วยท่านอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆ กับห้องถ่ายภาพรังสี และบุคคลภายนอกคลินิกของเราด้วย

การจัดตำแหน่งเครื่องถ่ายภาพรังสีให้เหมาะสมมีความสำคัญต่อการป้องกันรังสีเอกซ์ต่อบุคลากรที่เกี่ยวข้องและบุคคลทั่วไป ในการออกแบบห้องถ่ายภาพรังสี ต้องมีการก่อสร้างผนังที่สามารถป้องกันรังสีได้ตามมาตรฐาน ซึ่งปกติแล้วในการป้องกันรังสีเอกซ์ ต้องใช้ผนังที่ทำจากอิฐมอญหนาอย่างน้อย 10 เซนติเมตร หรือผนังที่มีตะกั่วหนาอย่างน้อย 1 มิลลิเมตร (Radiation Protection in Environmental Health Directorate, Health Canada, Dentistry- Recommended safety Procedure for the Use of Dental X-Ray Equipment-Safety Code 30, 1999.)(2)

ในปัจจุบันมีการใช้เครื่องถ่ายภาพรังสีแบบมือถือ (Hand-held dental X-ray machine) หรือเครื่องถ่ายภาพรังสีแบบเคลื่อนที่ (Portable dental X-ray machine) ที่มีลักษณะคล้ายกล้องถ่ายภาพดิจิตอล (ภาพที่ 1)(3)

ซึ่งผู้ถ่ายภาพรังสีต้องถือเครื่องถ่ายภาพรังสีไว้ขณะกดถ่ายภาพ ซึ่งผู้ถ่ายมีโอกาสได้รับรังสีสะท้อนได้โดยเฉพาะในบริเวณนิ้วมือ และลำตัว ถึงแม้ในเครื่องเอกซเรย์แบบมือถือบางยี่ห้อจะมีการติดสิ่งป้องกันรังสีสะท้อนบริเวณกระบอกถ่าย (shielding) แต่เนื่องจากผู้ถ่ายอาจไม่ได้ถือเครื่องเอกซเรย์ในแนวราบ (ซึ่งเป็นลักษณะการถือที่แนะนำ) ได้เสมอไป โอกาสที่ผู้ถ่ายจะได้รับรังสีสะท้อน (scattered radiation) จึงยังมีสูงกว่าการใช้เครื่องถ่ายภาพรังสีในปากแบบทั่วๆ ไป (ภาพที่ 2)(4)

เครื่องถ่ายภาพรังสีแบบมือถือเช่นนี้ เหมาะกับงานที่ทันตแพทย์ไม่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปที่เครื่องถ่ายภาพรังสีได้ เช่น ในกรณีหน่วยทันตกรรมนอกสถานที่ งานด้านนิติเวชวิทยา ผู้ป่วยสูงอายุ หรือการถ่ายภาพรังสีในห้องผ่าตัด เป็นต้น ปัจจุบันยังไม่แนะนำให้ทันตแพทย์ใช้เครื่องถ่ายภาพรังสีชนิดนี้ในงานประจำทั่วไป หากจำเป็นต้องใช้ ผู้ถ่ายภาพรังสีควรใส่เสื้อตะกั่วป้องกัน รวมถึงใส่ถุงมือตะกั่ว (lead gloves) ป้องกันขณะใช้เสมอ

ทันตแพทย์ต้องหมั่นเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพรังสีเทคนิคใหม่ๆ ทั้งในแง่การเลือกใช้ และการป้องกันอันตรายจากรังสีแก่ผู้ป่วย โดยปัจจุบันได้มีการตีพิมพ์แนวทาง และข้อแนะนำในการถ่ายภาพรังสีแบบต่างๆ โดยเฉพาะการใช้ Cone-beam computed tomography (CBCT) เนื่องจากภาพรังสี 3 มิติที่ได้จาก CBCT กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาทางทันตกรรมหลากหลายสาขา(5-9) รวมถึงมีการณรงค์การลดปริมาณรังสีเอกซ์ในการถ่ายภาพรังสีในผู้ป่วยเด็กด้วย

References:

  1. American Dental Association (ADA): Dental Radiographic Examinations: Recommendation for Patient Selection and Limiting Radiation Exposure, 2012.
  2. Radiation Protection in Environmental Health Directorate, Health Canada, Dentistry- Recommended safety Procedure for the Use of Dental X-Ray Equipment-Safety Code 30, 1999.
  3. Pittayapat P, Oliveira-Santos C, Thevissen P, Michielsen K, Bergans N, Willems G, Debruyckere D, Jacobs R. Image quality assessment and medical physics evaluation of different portable dental X-ray units. Forensic Sci Int. 2010;201:112-7.
  4. White SC, Pharoah JP. Oral Radiology. Principles and Interpretation. 7 ed. Canada: Elsevier Mosby; 2014.
  5. Bornstein MM, Scarfe WC, Vaughn VM, Jacobs R. Cone beam computed tomography in implant dentistry: a systematic review focusing on guidelines, indications, and radiation dose risks. Int J Oral Maxillofac Implants. 2014;29 Suppl:55-77.
  6. Carter, L., Farman, A.G., Geist, J., Scarfe, W.C., Angelopoulos, C., Nair, M.K., Hildebolt, C.F., Tyndall, D. and Shrout, M.; American Academy of Oral and Maxillofacial Radiology. American Academy of Oral and Maxillofacial Radiology executive opinion statement on performing and interpreting diagnostic cone beam computed tomography. Oral Surg Oral Med Oral Pathol Oral Radiol Endod. 2008;106:561-2.
  7. American Dental Association Council on Scientific Affairs. The use of cone-beam computed tomography in dentistry: an advisory statement from the American Dental Association Council on Scientific Affairs. J Am Dent Assoc. 2012;143:899-902.
  8. European Commission. Cone beam CT for Dental and Maxillofacial Radiology (Evidence Based Guidelines). In: Radiation Protection 172. 2012. http://www.sedentexct.eu/content/guidelines-cbct-dental-and-maxillofacial-radiology.
  9. American Academy of Oral Maxillofacial Radiology. Clinical recommendations regarding use of cone beam computed tomography in orthodontic treatment. Position statement by the American Academy of Oral and Maxillofacial Radiology. Oral Surg Oral Med Oral Pathol Oral Radiol. 2013;116:238-57.

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com