Column ประจำ
Sponsor

ระบบบริการสุขภาพช่องปากของประเทศออสเตรเลีย

โดย : ทพ.ดร.สุธี สุขสุเดช
Tags : ทันตกรรมออสเตรเลีย

รู้จักประเทศออสเตรเลีย

ประเทศออสเตรเลีย ประกอบด้วย รัฐย่อยๆ หกรัฐ และสองเขตปกครอง รัฐบาลในแต่ละรัฐและเขตปกครองมีจุดเน้นด้านนโยบายสุขภาพเป็นของตัวเอง ทั้งนี้รวมถึงนโยบายด้านสุขภาพช่องปากด้วย

ทันตแพทย์ กับระบบบริการสุขภาพช่องปากของออสเตรเลีย

ออสเตรเลียมีจำนวนทันตแพทย์ประมาณหนึ่งหมื่นคน สัดส่วนทันตแพทย์ต่อประชากรออสเตรเลีย ประมาณหนึ่งต่อสองพัน

หลักสูตรปริญญาตรีทันตแพทยศาสตร์ และแพทยศาสตร์ของออสเตรเลีย ใช้เวลาเรียนห้าปี เมื่อเรียนจบก็ต้องสอบ license เพื่อได้รับอนุญาตในการประกอบวิชาชีพ แม้จะไม่มีระบบโควต้าเฉพาะ แต่นักเรียนทันตแพทย์ก็ประกอบด้วยกลุ่มคนที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มที่เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมปลายมา กลุ่มที่จบมัธยมปลายแต่ไปทำงานเพิ่มประสบการณ์ระยะหนึ่งแล้ว และกลุ่มที่จบปริญญาตรีสาขาอื่นมาก่อน

 

ระบบบริการสุขภาพช่องปากของแต่ละพื้นที่ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก กล่าวคือ บุคลากรด้านทันตสุขภาพ เกือบทั้งหมด อยู่ในภาคเอกชน บริการทันตกรรมภาครัฐ มีจำนวนทันตแพทย์เพียงร้อยละ 20 ของทั้งระบบ ภาครัฐมีบทบาทเน้นหนักในเรื่องทันตกรรมป้องกัน และให้บริการประชาชนเฉพาะกลุ่ม เช่น การบำบัดในกรณีฉุกเฉิน บริการฟันปลอมในผู้สูงอายุ pension care เป็นต้น

ออสเตรเลียก็มีทันตาภิบาล

นอกจากทันตแพทย์แล้ว ประเทศออสเตรเลียยังมีบุคลากรทันตสุขภาพอีกสองกลุ่ม คือ Dental Hygienist และ Dental Therapist บุคลากรกลุ่มนี้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหลักสูตรสามปี (อาจยาวหรือสั้นกว่านี้ ตามนโยบายแต่ละรัฐ) Bachelor of Oral Health (BOH) เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว บัณฑิต มีสิทธิเลือกลงทะเบียนเพื่อปฏิบัติงานเป็น Hygienist หรือ Therapist ก็ได้

Dental Hygienist เกือบทั้งหมดปฏิบัติงานในคลินิกเอกชน ทำหน้าที่ให้บริการทันตกรรมป้องกัน และรักษาโรคเหงือกอักเสบ / ปริทันต์อักเสบ ในทุกกลุ่มอายุ

Dental Therapist นั้นเน้นการให้บริการทันตกรรมในกลุ่มเด็ก และผู้มีอายุไม่เกิน 18 ปี ทันตบุคลากรกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ทำงานในสถานบริการภาครัฐ

ลักษณะเฉพาะของประเทศที่มีขนาดหนึ่งทวีป

ประเทศออสเตรเลียมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล กล่าวคือใหญ่พอๆ กับประเทศสหรัฐอเมริกา คือมีพื้นที่ถึง 7.6 ล้านตารางกิโลเมตร ในขณะที่มีประชากรเพียง 22 ล้านคน (ประเทศไทยมีพื้นที่ห้าแสนตารางกิโลเมตร) “tyranny of distance” เป็นวลีที่คนออสเตรเลียรู้จักกันดี อันแสดงถึงสภาพภูมิประเทศที่มีความห่างไกลกันมาก การเข้าถึงบริการทันตสาธารณสุข ก็เป็นเช่นเดียวกัน พื้นที่ที่มีความห่างไกล มีประชากรอยู่น้อย หรือพื้นที่เขตอาศัยของคนพื้นเมืองอบอริจิ้น บางพื้นที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่เป็นพันๆ กิโลเมตร ก็มีความยากลำบากในการพบแพทย์และทันตแพทย์ จนต้องมีโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการ เช่น Royal Flying Doctor Service เป็นต้น

วิธีคิดในการให้บริการ

จากหนังสือ ‘Oral Health of Australians’ ได้แบ่ง “ลีลา” (style) การให้บริการทันตกรรมของออสเตรเลียไว้เป็นสามยุคสมัย คือ

  • ยุคถอนแหลก (extract and replace)
  • ยุคเจาะและอุด (drill and fill)
  • ยุคที่เน้นการป้องกันโรคเป็นหลัก (prevention and protection of oral health)

วิธีการในการป้องกันโรคฟันผุ

มีการเติมฟลูออไรด์ในน้ำประปา ในพื้นที่เกือบทุกรัฐของออสเตรเลีย มีการรายงานผลการวิจัยออกมาอย่างต่อเนื่อง ถึงประสิทธิผลในการลดและป้องกันโรคฟันผุ

หมอฟันไทบ้านมองคลินิกหมอฝรั่ง

จากการไปใช้ชีวิตอยู่ในรัฐ south Australia เป็นเวลาประมาณสามปี มีเพื่อนทันตแพทย์เอกชนจำนวนหนึ่ง เมื่อมาเปรียบเทียบกับบ้านเราแล้ว ผู้เขียนพบว่า คนไทยโชคดีกว่าคนออสเตรเลีย เนื่องจากสามารถเข้าถึงบริการทันตกรรมได้ง่ายและถูกกว่ามาก (ค่าบริการอุดฟันหนึ่งด้าน ไม่ต่ำกว่า 100 AU$ หรือประมาณสามพันหนึ่งร้อยบาท) การเข้าถึงบริการที่บ้านเขาทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะเราไม่สามารถไปรับบริการโดยไม่ผ่านระบบนัดก่อนได้ หากเขาซักประวัติทางโทรศัพท์แล้วเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนมากนัก คิวนัดกว่าจะได้ตรวจเบื้องต้นกับหมอ อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ การบินมารับบริการทันตกรรมที่เมืองไทยจึงเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์สำหรับคนออสเตรเลีย เพราะด้วยค่าใช้จ่ายเท่ากัน พวกเขาสามารถทำฟันและเที่ยวเมืองไทยอย่างสบายๆ หลายๆ วันได้อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คลินิกเอกชนไทยที่เชี่ยวชาญการให้บริการชาวต่างชาติ จะให้ข้อมูลว่า คนไข้ออสเตรเลีย มีสัดส่วนมากที่สุดเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ ที่มาทำฟันบ้านเรา

คลินิกทันตแพทย์เอกชนออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ มิได้เปิดบริการเก้าโมงเช้าถึงสองทุ่มตลอดเจ็ดวัน เหมือนบ้านเรา ทันตแพทย์ออสเตรเลีย ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน และใช้ชีวิตในมิติอื่นๆ (ทั้งของตัวทันตแพทย์เอง และเพื่อนร่วมงานในคลินิก) ด้วย จึงเป็นเรื่องปกติที่คลินิกของเขาจะหยุดทำงานสัปดาห์ละ 1-2 วัน และเวลาทำการวันละไม่เกินแปดชั่วโมง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับบ้านเราแล้วนี่เป็นลีลาชีวิตที่น่าอิจฉา

เรียบเรียงจาก

  • Chrisopoulos S, Beckwith K & Harford JE 2011.Oral health and dental care in Australia: key facts and figures 2011. Cat. no. DEN 214. Canberra: AIHW.
  • Australian Health Ministers’ Advisory Council, Steering Committee for National Planning for Oral Health 2001. Oral health of Australians : national planning for oral health improvement: final report. Adelaide.
  • Armfield JM 2010. Community effectiveness of public water fluoridation in reducing children’s dental disease. Public Health Rep.Oct;125(5):655–64.
  • Rugg-Gunn AJ, Do L. 2012.Effectiveness of water fluoridation in caries prevention. Community Dent Oral Epidemiol. Oct;40 Suppl 2:55–64.

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com