Column ประจำ
Sponsor

พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

โดย : ศ.ดร.ทพ.ประสิทธ์ ภวสันต์

พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดดำเนินการเมื่อวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2555 โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เป็นประธานในพิธีเปิด ตัวพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ ณ ห้อง 909-910 ชั้น 9 อาคารทันตแพทยศาสตร์ เฉลิมนวมราช 80 โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงกายวิภาคศาสตร์ของร่างกายมนุษย์แห่งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หุ่นร่างกายมนุษย์ที่นำมาจัดแสดงนั้น ได้รับบริจาคจากบริษัท เมดิคัลดอกเตอร์ซอฟท์เฮ้าส์ จำกัด ผ่านมาทาง ศาสตราจารย์คัชสุฮิโร เอะโตะ อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทย์และทันตแพทย์แห่งโตเกียว (Tokyo Medical and Dental University) โดยมีการเซ็นสัญญาบริจาคระหว่าง คุณคัทสุมิ คิตามูระ ประธานบริษัทเมดิคัลดอกเตอร์ซอฟท์เฮ้าส์ จำกัด กับ ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 โดยหุ่นชุดนี้ ทางบริษัทเมดิคัลดอกเตอร์ซอฟท์เฮ้าส์ จำกัด ได้ใช้เพื่อจัดนิทรรศการทั่วประเทศญี่ปุ่นมาเป็นระยะเวลา 8 ปีแล้ว และมีความประสงค์จะบริจาคโดยไม่คิดมูลค่าแก่สถาบันทางการศึกษา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป แต่ผู้รับบริจาคจะต้องดำเนินการเสียค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และดำเนินการทางศุลกากรเอง

เนื่องจากคณะแพทยศาสตร์ขาดแคลนสถานที่และงบประมาณ ดังนั้น หุ่นชุดนี้จึงถูกนำมาจัดแสดงที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ที่ชั้น 9 อาคารทันตแพทยศาสตร์เฉลิมนวมราช 80 โดยใช้พื้นที่จัดแสดง รวม 308 ตารางเมตร และใช้งบประมาณปรับปรุงและขนส่งเป็นเงิน 1,239,176 บาท โดยการจัดเตรียมสถานที่สำหรับแสดงหุ่นร่างกายมนุษย์นั้น จัดในลักษณะที่เน้นความสว่างเพื่อให้เห็นส่วนประกอบต่างๆ ชัดเจน โดยไม่เน้นการจัดแสงและเงาเหมือนในการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อื่นๆ

พลาสทิเนชัน (Plastination) เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อรักษาสภาพร่างกายหรือชิ้นส่วนอวัยวะให้อยู่ในสภาพที่ปราศจากน้ำหรือของเหลว โดยทำการแทนที่ของเหลวและไขมันในร่างกายทั้งหมด ด้วยพลาสติกสังเคราะห์ ในกลุ่ม ของ ซิลิโคน โพลีเอสเตอร์ หรืออีพ็อกซีเรซิน เทคนิคนี้คิดค้น โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ กุนเธอร์ ฟอน ฮาเก้นส์ (Gunther von Hagens) แห่งมหาวิทยาลัยไฮเดลเบอร์ก (University of Heidelberg) ในปีค.ศ. 1977 โดยมีหลักการคร่าวๆ คือ หลังจากการตรึงเนื้อเยื่อด้วยน้ำยาคงสภาพ เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldehyde) เพื่อคงสภาพเซลล์แล้ว เนื้อเยื่อจะถูกนำไปแช่ในอะซิโตนที่อุณหภูมิต่ำ เพื่อให้อะซิโตนเข้าไปแทนที่น้ำและไขมันในเนื้อเยื่อ จากนั้นจึงนำไปแช่ในสารละลายพลาสติกสังเคราะห์ภายใต้สภาวะสุญญากาศ เพื่อทำให้อะซิโตนที่อยู่ในเซลล์ถูกแทนที่ด้วยพลาสติกสังเคราะห์ จากนั้นจึงนำไปบ่มด้วยแสงอัลตราไวโอเลต หรือความร้อน เพื่อทำให้พลาสติกแข็งตัวและคงสภาพ เทคนิคการรักษาเนื้อเยื่อนี้ จะไม่มีกลิ่นเหม็นของน้ำยาคงสภาพเช่น ฟอร์มาลีน รวมทั้งไม่มีการเน่าสลายของเนื้อเยื่อ ทำให้สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน

นอกจากนี้ การดูแลรักษาเนื้อเยื่อที่ผ่านกระบวนการ Plastination นั้น ยังทำได้ง่ายและไม่ยุ่งยาก เพียงเก็บรักษาหุ่นและชิ้นส่วนของร่างกายไว้ในที่แห้งที่อุณหภูมิห้อง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดและฝุ่นละออง

กุนเธอร์ ฟอน ฮาเก้นส์ ได้จดสิทธิบัตรวิธีการทำ plastination ในปี 1979 จากนั้น ได้จัดตั้ง Institute for Plastination ขึ้นที่เมือง Heidelberg ประเทศเยอรมนีในปีค.ศ. 1993 เพื่อจัดการแสดงหุ่นร่างกายทั้งของมนุษย์ และสัตว์ รวมทั้งแสดงชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ต่อมาได้จัดตั้ง “The Body Worlds” ซึ่งเป็นชื่อของนิทรรศการสัญจร เพื่อจัดแสดงหุ่นและชิ้นส่วนของร่างกายร่วมกับพิพิธภัณฑ์ต่างๆทั่วโลก โดยเริ่มจัดการแสดงครั้งแรกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปีค.ศ. 1995 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จากนั้นจึงได้จัดการแสดงนิทรรศการ The Body Worlds อย่างต่อเนื่องในอีกหลายประเทศ ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา และในปีค.ศ. 2006 กุนเธอร์ ฟอน ฮาเก้นส์ จึงได้เปิดพิพิธภัณฑ์ Plastinarium ขึ้นที่เมือง Guben ประเทศเยอรมนี เพื่อจัดการแสดงหุ่นร่างกายมนุษย์ และ ชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ แบบถาวร

ในปัจจุบัน มีห้องปฏิบัติการมากกว่า 400 แห่ง ใน 40 ประเทศ ที่สามารถรักษาสภาพเนื้อเยื่อด้วยเทคนิค plastination และมีการจัดตั้ง Institute for Plastination ขึ้นในประเทศคีร์กีซสถาน (Kyrgyzstan) และประเทศจีน รวมทั้งมีการจัดการแสดงของหุ่นร่างกายมนุษย์เป็นการถาวรโรงแรมลักซอร์ (Luxor) เมืองลาสเวกัส (Las Vegas) ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

การจัดแสดงหุ่นร่างกายมนุษย์นี้ แม้ว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่ นิทรรศการ The Body Worlds ได้เปิดการแสดงมา คาดว่ามีผู้เข้าชมหุ่นร่างกายมนุษย์มากกว่า 30 ล้านครั้งแล้ว ทั้งนี้คุณค่าและคุณประโยชน์ของหุ่นร่างกายมนุษย์เหล่านี้ เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนทั้งในสาขาแพทย์ และทันตแพทย์ เนื่องจากนิสิตนักศึกษาสามารถศึกษาอวัยวะต่างๆของร่างกายมนุษย์ในมุมมองสามมิติ นอกเหนือจากการศึกษาจากตำราแพทย์ นอกจากนั้นยังเป็นประโยชน์กับนิสิตนักศึกษาในสาขาอื่นๆ เช่น ศิลปกรรมศาสตร์สาขาทัศนศิลป์ วิทยาศาสตร์สุขภาพสาขากายภาพบำบัด รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่จะได้เข้ามา เรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะต่างๆของร่างกาย

ปัญหาใหญ่ที่เป็นข้อถกเถียงทั้งในวงวิชาการและสังคมเกี่ยวกับการจัดแสดงหุ่นร่างกายมนุษย์ คือปัญหาเกี่ยวกับการได้มาของร่างกายและอวัยวะต่างๆ ซึ่งนอกจากประเด็นในเรื่องของความถูกต้องในการได้ร่างกายมาแล้ว ยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับความถูกต้องเหมาะสมในการนำเอาร่างกายของผู้วายชนม์มาจัดแสดงในรูปแบบของนิทรรศการด้วย นอกจากนี้ ในเรื่องของการได้มาของร่างกายและอวัยวะนั้น ยังมีรายงานว่า เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ โดยเฉพาะในประเทศจีนอีกด้วย ซึ่งในประเด็นแรกนั้น มีเอกสารของ Institute for Plastination ที่เมือง Heidelberg ที่แสดงถึงการรับบริจาคร่างกายเพื่อนำมาจัดทำหุ่นร่างกายอย่างถูกต้อง รวมทั้งมีรายงานแสดงว่ามีผู้แสดงความจำนงในการบริจาคจำนวนหลายพันคนในปัจจุบัน

แม้ว่า จะยังมีประเด็นถกเถียงในทางจริยธรรมเกี่ยวกับความถูกต้องเหมาะสม ในการจัดแสดงหุ่นร่างกาย และอวัยวะต่างๆ ซึ่งขึ้นกับมุมมองและความเชื่อของสังคม และวัฒนธรรม อย่างไรก็ดี การจัดแสดงหุ่น ร่างกายมนุษย์ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ นั้น มีความประสงค์เพื่อให้นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาศึกษา และทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายและอวัยวะในร่างกายของเรา โดยมิได้มีวัตถุประสงค์ทางด้านธุรกิจ การเข้าชมหุ่นเหล่านี้ด้วยความเคารพ และเพื่อศึกษาหาความรู้ทางด้านวิชาการ ย่อมจะยังประโยชน์แก่ วงการวิชาการ และสังคม สมตามความตั้งใจและวัตถุประสงค์ ของผู้ที่เป็นเจ้าของร่างกายเหล่านี้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

??????????? thaidentalmag.com